โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 (จบแล้วมี E-Book ค่ะ)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 16 มิ.ย. 2566 เวลา 05.11 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2566 เวลา 05.11 น. • พระจันทร์น้อยเยว่เยว่小月月🌙
เพราะอดีตชาติทำสิ่งเลวร้ายไว้กับสามีและเจ้าหัวผักกาดน้อยเมื่อมีโอกาสเลือกจึงขอกลับไปแก้ไข ได้ทะลุมิติกลับมาในร่างของเธอเองครั้งนี้เธอจะรักและดูแลลูกๆและสามีให้ดีๆแต่เธอคงต้องรีบลดน้ำหนักก่อนแล้วละมั้ง

ข้อมูลเบื้องต้น

สวัสดีค่านิยายจีนโบราณเรื่องที่ 5 ที่ไรต์ลงกับ dek-dนะคะ เรื่องนี้มาลองยุค 70's กันบ้างหากผิดพลาดตรงไหนแนะนำติชมได้เลยนะคะ

เรื่องนี้มี E-book แล้วนะคะ สนใจจิ้มที่ลิ้งก์ได้เลยค่ะ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDA4MjAwNCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI0NzcxNyI7fQ

** แจ้งค่ะ นิยายมีการติดเหรียญนะคะ**

เพราะอดีตชาติทำสิ่งเลวร้ายไว้กับสามีและเจ้าหัวผักกาดน้อยเมื่อมีโอกาสเลือกจึงขอกลับไปแก้ไข ได้ทะลุมิติกลับมาในร่างของเธอเองครั้งนี้เธอจะรักและดูแลลูกๆและสามีให้ดีๆแต่เธอคงต้องรีบลดน้ำหนักก่อนแล้วละมั้ง

**ปกนิยายไรต์คมช.นักวาดมาค่ะ ไม่อนุญาตให้คัดลอกหรือ copy นะคะ**

Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70

โปรย

เพราะอดีตชาติทำสิ่งเลวร้ายไว้กับสามีและเจ้าหัวผักกาดน้อย เมื่อมีโอกาสได้เลือกจึงขอกลับไปแก้ไขใหม่ และพึ่งจะรู้ว่าชีวิตในชาติก่อนนั้นเป็นมิติในโลกคู่ขนาน เธอจึงได้ทะลุมิติกลับไปอยู่ในร่างเดิมของตนเอง…ได้กลับไปครั้งนี้เธอจะดูแลลูกๆและสามีให้ดี แต่ก่อนอื่นเธอคงต้องรีบลดน้ำหนักตัวเองก่อนแล้วล่ะมั้ง เฮ้อ…อึดอัดพุงงงง

เรื่องพูดคุยประจำวันของสามีภรรยาบ้านเซียว

“ภรรยา คุณกินน้อยไปหรือเปล่าครับ”

“ไม่นะคะ ฉันกินแค่นี้ก็อิ่มแล้ว”

“ภรรยาคุณอาบน้ำบ่อยไปหรือเปล่าครับตอนนี้อากาศหนาวมากนะเดี๋ยวจะไม่สบาย”

“ไม่หนาวนะคะ ฉันอาบบ่อยๆ จะได้ตัวหอมสะอาดคุณไม่ชอบหรือคะ”

“ผม…ผมชอบครับ (-/////-)”

“คิก คิก แค่คุณชอบก็พอแล้วค่ะ”

บนโต๊ะอาหารคนบ้านเซียว

“แม่ ดูไคไคกินไม่หมดแน่เลย ตูตูช่วยกินนะ”

“ตูตูอย่าแย่งข้าวน้องชายลูกสิจ้ะ น้องแค่กินช้าเท่านั้นเอง”

“ไคไค กินหมดมั้ย” ดวงหน้ากลมๆ เล็กๆนั้นหันไปถามน้องชาย

“(-_-)” น้องชายเคี้ยวข้าวเงียบๆ ไม่สนใจพี่ชายจอมตะกละ

“ไคไค” พี่ชายยังคงเรียกอยู่แถมเปลี่ยนเป็นเสียงกระซิบด้วย

“(-_-)” น้องชายยังเคี้ยวข้าวเงียบๆ อย่างช้าๆ ต่อไป

เซียวฉิงตู(ตูตู)แฝดพี่ผู้ที่ชอบพูดมากๆพูดไม่หยุดและชอบกินมาก

เซียวฉิงไค(ไคไค)แฝดน้องผู้ขี้เกียจพูดชอบกินมากเหมือนกันแต่ไม่เท่าพี่ชาย

©สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พุทธศักราช 2558

ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือ ดัดแปลง ปลอมแปลงหรือคัดลอก ภาพและเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งเพื่อสร้างฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือทางอื่นทางใดก็ตามไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วเท่านั้น

ฝากติดตามและเอ็นดูครอบครัวเซียวกันด้วยนะคะ ขอบคุณค่าา _

เรื่องราวที่ฝันถึง RW

บทที่1.เรื่องราวที่ฝันถึง

เซียวฉิงเฟิ่งถูกหลินซีอินหญิงสาวผู้แสนโง่งมในหมู่บ้านกระโดดเข้ากอดล้มทับเพื่อสร้างสถานการณ์ให้รับผิดชอบกลางลานหมู่บ้านที่มีชาวบ้านอยู่มากมาย ทำให้เป็นเรื่องอื้อฉาวเสียหายจนต้องแต่งเธอเป็นภรรยา ตัวหลินซีอินเองก็ชื่นชอบในความหล่อเหลาคมคายของเซียวฉิงเฟิ่งอยู่แล้ว ประกอบกับขี้เกียจทำงานหนักในแปลงนาและอาหารที่มีในบ้านก็กินไม่ค่อยอิ่มเพราะมีคนอยู่เยอะ จึงคิดว่าถ้าได้แต่งงานกับเซียวฉิงเฟิ่งที่เป็นนายทหารไปแล้วตนเองจะสบายขึ้น มีเงินทองจากสามีทหารให้ใช้อย่างสบาย ๆ

มันก็คงเป็นเช่นเธอหวังหากสามีที่เธอไปกระโดดทับเอามาได้จะไม่บาดเจ็บสาหัสจนต้องออกจากการเป็นทหารเสียก่อน เมื่อเป็นเช่นนั้นหลินซีอินจึงเริ่มแสดงนิสัยและตัวตนร้าย ๆ ออกมา ทั้งเสียงดังขี้โวยวาย ทั้งขี้เกียจตัวเป็นขน ทั้งเห็นแก่กินจนตัวอวบอ้วนกว่าทุกคนในบ้านเลยก็ว่าได้ ทั้งโมโหร้ายชอบดุด่าเสียงดังใส่ลูกชายฝาแฝดทั้งสองเพื่อระบายความโกรธอยู่เป็นประจำ แถมยังโง่งมอีกต่างหาก เธอมักขู่สามีอยู่เสมอว่าถ้าไม่ไปทำงานแลกแต้มมาให้ได้เยอะๆ หรือไม่หาของกินดีๆ มาให้เธอ เธอจะทุบตีลูกชายฝาแฝดแรง ๆ ทุกวัน ๆ แต่ถึงแม้จะพูดอย่างนั้นเธอก็ได้แต่ขู่เท่านั้นยังไม่เคยลงมือจริง ๆ สักครั้ง

ซีอินเป็นที่รังเกียจของคนในครอบครัวสามีอย่างยิ่งไม่ใช่เพราะรูปลักษณ์ภายนอกที่อวบอ้วนสกปรกเท่านั้น แต่หลัก ๆ เป็นเพราะนิสัยเสีย ๆ ของเธอต่างหากที่ทำให้ถูกรังเกลียดเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งชาวบ้านยังมองเธอด้วยสายตาขยะแขยง แต่หลินซีอินเป็นประเภทหน้าหนาใครด่าว่านินทาก็ไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไร จึงเชิดหน้าเชิดพุงอวบ ๆ เดินไปเดินมาในหมู่บ้านได้ทุกวัน

ส่วนเซียวฉิงเฟิ่งที่กลัวว่าลูก ๆ จะถูกภรรยาทารุณทุบตีจริง ๆ จึงต้องกัดฟันทนไปทำงานทั้งที่บาดแผลที่ได้รับตอนทำภารกิจของค่ายทหารยังไม่หายดีและเรื้อรังขึ้นจนทำให้สุขภาพย่ำแย่ อีกทั้งไม่ได้เข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองดี ๆ เพราะเงินชดเชยที่ได้มาหลังจากลาออกนั้นถูกหลินซีอินค้นเจอแล้วยึดไว้คนเดียวจนหมด เพียงไม่นานเขาก็เสียชีวิตลงในหน้าหนาวที่มีหิมะตกจนหนาที่เนินเขาท้ายหมู่บ้านเพราะหลินซีอินไล่ให้เขาออกมาหาฟืนเพิ่มนั้นเอง

หลังจากที่เซียวฉิงเฟิ่งตายไป หลินซีอินก็หอบเงินของสามีที่เก็บไว้ทั้งหมดหนีไปอยู่ในเมืองคนเดียว ทิ้งลูกชายฝาแฝดวัย 4 ขวบไว้ให้พ่อแม่สามีเลี้ยง เธอคิดง่าย ๆ ว่าถึงยังไงเด็กชายฝาแฝดก็เป็นหลานชายแท้ ๆ ยังไงพ่อแม่สามีก็ต้องเอาเด็กสองคนนั้นมาดูแลอยู่แล้ว

หลังจากนั้นเด็กชายฝาแฝดทั้งสองก็ถูกปู่กับย่านำไปเลี้ยงดูจริง แต่ก็เป็นแบบตามมีตามเกิดไม่ได้รับความใส่ใจอะไรมากมายนัก เพราะฐานะของบ้านเซียวก็ไม่ใช่ว่าจะดี อีกทั้งปู่กับย่าก็โกรธเกลียดแม่ของเด็ก ๆ มาก เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกชายคนเล็กอย่างเซียวฉิงเฟิ่งต้องตาย จึงพลอยทำให้ไม่ใส่ใจเด็กแฝดทั้งสองเท่าที่ควร

เมื่อเติบโตขึ้นอย่างยากลำบากเพราะต้องทำงานในบ้านและในทุ่งนาอดมื้อกินมื้อ เรียนก็น้อยเมื่อเติบโตขึ้นแฝดคนพี่ไปอยู่แก๊งอันธพาลในเมืองได้เป็นหัวหน้าคอยเก็บเงินค่าคุ้มครองและเป็นนักเลงคุมบ่อนพนัน ตายอย่างอนาถเพราะถูกทหารยิงตายตอนเข้าจับกุม

แฝดคนน้องเป็นนักฆ่าทำงานลอบฆ่าคนมากมาย แต่เพราะเก่งเกินไปรู้ความลับมากเกินไป องค์กรจึงเริ่มหวาดระแวงสุดท้ายก็ถูกสั่งเก็บอย่างโหดเหี้ยม

ส่วนหลินซีอินหลังสามีตายก็ทิ้งลูก ๆ แล้วหนีมาใช้ชีวิตเสวยสุขในเมืองด้วยเงินชดเชยของสามี จนได้มารู้จักกับคู่รักชายหญิงที่เป็นยุวปัญญาชนจอมหลอกลวงคู่หนึ่งเข้า คู่รักคู่นี้เข้ามาทำความสนิทสนมและหลอกเธอว่ากำลังหาลู่ทางให้ได้กลับไปอยู่เมืองหลวงและอยากจะพาเธอไปด้วยกันเพราะว่ารู้สึกถูกชะตานับถือเธอเหมือนเป็นพี่สาว

หลินซีอินที่แสนโง่งมหลงเชื่อสนิทใจด้วยภาพลักษณ์ของคนทั้งคู่ดูอ่อนน้อมเป็นปัญญาชนมีการศึกษาและเป็นคนดี จึงวาดฝันถึงชีวิตหรูหราสุขสบายในเมืองใหญ่จึงทุ่มเทช่วยเหลือทุกอย่าง อีกทั้งเธอยังออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้คนทั้งคู่อีกด้วย แต่เมื่อสอบติดคู่รักคู่นี้ที่เรียกเธอว่าพี่สาว ๆ อยู่เสมอก็ทิ้งเธอไว้แล้วหนีหายไปกันทั้งคู่ไม่กลับมาอีกเลย

สุดท้ายเมื่อถูกหรอกเอาเงินไปจนหมดเธอแทบเสียสติ ก่อนจะมาสำนึกเสียใจได้ทีหลังว่าเป็นผลจากการที่เธอทำไม่ดีกับสามีและทิ้งลูก ๆ ไว้ลำพังจึงได้รับผลเช่นนี้ จึงคิดจะกลับไปหาลูก ๆ ทั้งสองคนของตนเองอีกครั้ง แต่ก็สายไปแล้วที่มาสำนึกได้ภายหลัง

วันที่คิดจะเดินทางกลับบ้านที่ชนบทนั้นกลับต้องมานอนตายอยู่ในตรอกซอกซอยที่เหม็นอับเพราะถูกโจรปล้น เธอยื้อแย่งไม่ยอมให้เงินก้อนสุดท้ายในชีวิตของตนเองไป จึงถูกพวกมันที่เป็นชายฉกรรจ์ลงมือทุบตีและทำร้ายอย่างรุนแรงจนซี่โครงหัก และโดนเหวี่ยงร่างจนหัวไปกระแทกกับผนังอย่างแรงเลือดที่หัวไหลออกมาเยอะมากและไม่มีใครเห็นจึงเสียชีวิตลงในที่สุด……

และนี่คือเรื่องราวทั้งหมดที่ซีอินฝันเห็น ร่างบางผวาลุกขึ้นนั่งบนเตียงหนานุ่มในคอนโดหรูของตนเอง หางตายังมีหยดน้ำตาไหลรินออกมาเป็นสาย มีความรู้สึกมากมายท่วมท้นเกิดขึ้น ทั้งเศร้า ทั้งอึดอัด ทั้งโกรธในการกระทำของหลินซีอินในฝันจนแทบอยากจะฆ่าผู้หญิงสารเลวคนนี้ให้ตายให้สาสมกับความโง่งมนัก…

ได้แต่คิดไปว่าทำไมถึงฝันเหมือนจริงขนาดนี้ แล้วก็ได้แต่สงสัยว่าทำไมเธอถึงต้องมีความรู้สึกร่วมในเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายขนาดนี้ด้วย ตอนเช้าเธอจึงตัดสินใจไปทำบุญไหว้พระที่ศาลเจ้าเพื่อให้จิตใจสงบขึ้นบ้าง เมื่อไปไหว้พระแล้วเธอก็นำด้ายมงคลมาผูกที่ข้อมือของตนเองเพื่อเป็นสิริมงคลและให้พบเจอแต่ความโชคดีอีกด้วย

ซีอินอายุได้ 35 ปีแล้วแต่เพราะดูแลตัวเองดีออกกำลังกายสม่ำเสมอจึงทำให้เธอดูเด็กกว่าอายุจริงของเธอมาก แม่ของซีอินเป็นคนไทยแท้ ๆ ส่วนพ่อของเธอเป็นคนจีน ซีอินจึงเป็นลูกครึ่งไทยจีน แต่ตอนนี้เธออยู่ตัวคนเดียวเพราะพ่อกับแม่เธอเสียไปตั้งแต่เธอพึ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยด้วยอุบัติเหตุและไม่มีญาติพี่น้องที่สนิทที่ไหนอีก

เธอเก่งเรื่องภาษาต่างประเทศเลยรับงานแปลเอกสารและหนังสือต่าง ๆ นับว่าเงินดีทีเดียว อีกทั้งยังมีงานอดิเรกคือการทำอาหารและขนมชนิดต่างๆ ทั้งไทยและจีนอีกด้วย นับว่าฝีมือปลายจวักของเธออร่อยล้ำเลยทีเดียว

ซีอินเริ่มฝันเห็นเรื่องราวของหลินซีอินเมื่อปีที่แล้วจนเธอรู้สึกว่านั้นอาจเป็นเรื่องราวของเธอในชาติก่อนหรือเปล่า เพราะชื่อเหมือนกัน หน้าตาก็เหมือนกันเพียงแต่หลินซีอินในฝันตัวอวบอ้วนแม้ไม่อ้วนมากแต่ก็ถือว่ามีเนื้อมีหนังมากกว่าทุกคนในบ้านแล้ว แต่หลินซีอินในฝันนั้นไม่ชอบดูแลตัวเองเสื้อผ้าผมเผ้ากระเซอะกระเซิงดูน่าเกลียดและสกปรก เธอคิดถึงหลินซีอินในฝันก็ได้แต่ขนลุก…บึ้ยย คนอะไรไม่ชอบอาบน้ำ

คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ หากเป็นเรื่องในอดีตชาติของเธอจริง ๆ เธอก็ยิ่งรู้สึกแย่มาก ๆ เพราะไม่คิดว่าตัวเองในชาติก่อนจะทั้งโง่งม คิดน้อยทั้งที่เรียบจบมัธยมต้นแล้ว และนิสัยยังน่ารังเกียจน่าขยะแขยงเห็นแก่ตัวได้ถึงขนาดนั้นอีก..

เวลา 22.00น. ร่างบางของซีอินยังคงนั่งปั่นงานแปลภาษาอยู่บนโต๊ะทำงานไม่หยุด ตาจับจ้องหน้าจอโน๊ตบุ๊คไปด้วยและบางครั้งก็ใช้ช้อนตักโยเกิร์ตรสโปรดใส่ปากไปด้วย

ทำงานไปเรื่อย ๆ จนเมื่องานเสร็จเรียบร้อยก็เข้าห้องน้ำแปรงฟันและทาครีมบำรุงผิวหน้าจนเรียบร้อยจึงเข้านอนตามปกติ ในคืนนั้นเธอฝันเห็นคุณตาที่สวมชุดถงจวงคอเสื้อตั้ง เป็นคอจีนสีขาวและกางเกงสีเดียวกันทั้งชุดในมือถือพัดสีแดงโบกสะบัดพัดไปมาเบาๆ

“ซีอิน ได้เจอกันเสียทีนะ” เสียงใจดีเอ่ยทักทายเธอขึ้นมา

“รู้จักหนูหรือคะ”

“รู้จักสิ ข้ารู้จักมนุษย์ทุกคนนั้นล่ะ ที่ข้ามาเพื่อบอกให้รู้ว่าเวลาในมิตินี้ของเจ้าใกล้จะสิ้นสุดแล้ว และข้ามาเสนอทางเลือกให้เจ้าตัดสินใจ” เสียงชราเอ่ยเนิบช้ากล่าวพร้อมรอยยิ้มอย่างใจดี

“ทางเลือกแบบไหนบ้างคะ” เธอเอ่ยถามอย่างสงบ เรื่องเกิดแก่เจ็บตายยังไงก็ต้องเกิดกับตัวเองในสักวันอยู่แล้วเธอจึงพยายามตั้งสติสงบใจแล้วถามออกไป

“อืม เพราะทำผิดในชาติก่อน ชาตินี้จึงต้องเดียวดายไร้ญาติขาดมิตรไร้คนเคียงคู่แม้แต่ญาติก็ยังไม่มีเหลือสักคน อยากกลับไปแก้ไขหรือไม่เล่า หรือไม่เช่นนั้นเจ้าจะได้ไปเกิดใหม่อีกชาติภพหนึ่งไปเป็นเด็กทารกที่ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับเรื่องราวในอดีตชาติอีก”

“คุณตาพูดแบบนี้งั้นแสดงว่าที่หนูฝันเห็นเรื่องของหลินซีอินนั้นคือตัวหนูในชาติก่อนจริงๆ สินะคะ” ถามออกมาอย่างตกใจ เธอก็พอจะเดาได้แต่ก็ยังแอบหวังว่าจะไม่ใช่ เธอรับหลินซีอินที่แสนเลวร้ายและรักความสกปรกประหนึ่งเป็นเพื่อนสนิทคนนั้นไม่ได้จริงๆ

“เจ้าเข้าใจถูกแล้วล่ะนะ ว่าอย่างไรอยากกลับไปหรือไม่”

“ถ้าสามารถกลับไปได้จริง ๆ หนูยินดีที่จะกลับไปแก้ไขทุก ๆ อย่างค่ะ” เธอคิดไปถึงลูกแฝดเจ้าหัวผักกาดตัวน้อย ๆ นั้น ไหนจะยังมีสามีที่น่าสงสารของเธอคนนั้นอีกเล่า

“ได้ถือว่าเจ้าเลือกแล้วนะ เมื่อเจ้าเลือกแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนใจได้อีก เช่นนั้นก็เตรียมตัวเถิดอีกเจ็ดวันข้าจะมารับดวงจิตของเจ้า ด้ายมงคลสีแดงเส้นนั้นที่เจ้าสวมเป็นของวิเศษมีพื้นที่เก็บของได้ซึ่งมันจะตามติดตัวเจ้าไปด้วย ด้ายเส้นนี้มันจะไม่มีวันขาด เก็บของที่เจ้าต้องการนำติดตัวไปด้วยตามที่เจ้าต้องการเถิดนะ”

“ขอบคุณคุณตาที่บอกค่ะ” ซีอินโค้งคำนับขอบคุณ เธอแปลหนังสือวรรณกรรมนิยายหลากหลายเชื้อชาติมาก่อนโดยเฉพาะนิยายจีนและแนวแฟนตาซีต่าง ๆ ย่อมรับรู้ถึงสิ่งที่คุณตาต้องการจะบอกเธอ

เมื่อถึงตอนเช้าเธอตื่นขึ้นมารีบอาบน้ำล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยแล้วมานั่งลิสต์รายการของที่ต้องเตรียม เธอมีเวลาเพียงแค่เจ็ดวันเท่านั้นเองดังนั้นต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย….

เตรียมตัวเตรียมของ RW

บทที่2.เตรียมตัวเตรียมของ

ตื่นเช้ามาซีอินติดต่อไปหาร้านที่มีปล่อยเช่าโกดังเก็บของก่อน จากนั้นก็สั่งของที่สามารถสั่งออนไลน์ได้ก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อเรียบร้อยแล้วเธอจึงออกไปหาซื้อของเองที่ตลาดค้าส่งด้วย ก่อนออกจากบ้านซีอินลองเอาน้ำร้อนใส่แก้วใบหนึ่งและเอาน้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ ใส่แก้วอีกใบ จากนั้นเอาทั้งสองแก้วเข้าไปไว้ในช่องมิติเพื่อรอดูว่ามิติที่ได้มาสามารถคงสภาพสิ่งของได้หรือไม่

จากนั้นขับรถออกไปตามที่ต่าง ๆ เพื่อซื้อของตามรายการที่ลิสต์เอาไว้ แม้บางส่วนเธอสั่งออนไลน์แล้วแต่ก็ยังมีอีกมากเช่นกันที่ต้องไปซื้อหาด้วยตัวเอง เงินในบัญชีธนาคารมีอยู่สิบแปดล้านบาทเป็นเงินเก็บที่เธอทำงานเองรวมกับเงินที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ทั้งหมด

วันนี้เธอจะซื้อของสดก่อนพวกเนื้อสัตว์และผักผลไม้สดชนิดต่างๆ รวมถึงไข่เป็ดไข่ไก่และอาหารทะเลด้วย เดินทางไปซื้อที่ตลาดขายส่งจะได้ซื้อในปริมาณที่มาก ๆและราคาถูกด้วย จากนั้นก็ไปซื้อข้าวสารและแป้งทุกชนิดที่ใช้สำหรับทำอาหารและขนมต่อ

รวมถึงอาหารสำเร็จรูปที่เป็นเส้น อย่างเช่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเส้นก๋วยเตี๋ยวชนิดต่างๆ อาหารกระป๋องผลไม้กระป๋องและขนมปังชนิดแข็งขนมปังนุ่มต่างๆ เครื่องปรุงรสทั้งแบบน้ำและผงทุกชนิดในจำนวนที่มาก

ซื้อเครื่องครัวหม้อ กระทะ ตะหลิวถ้วยชามช้อน มีดอย่างดี ทัพพี ของเหล่านี้เอาไปมากหน่อยเพราะยุคที่เธอจะกลับไปของพวกนี้หายากมากและอุปกรณ์การทำขนมรวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าก็เอาไปด้วย

จากนั้นก็ตรงไปยังแหล่งที่ค้าขายเสื้อผ้าและผ้าพับสำหรับตัดเย็บเองและเธอจะซื้อจักรเย็บผ้าไปด้วย จากในความฝันเสื้อผ้าของสามีและลูก ๆ เก่ามาก เธอต้องซื้อไปให้มากหน่อย

ซีอินซื้อเสื้อผ้าสำเร็จของผู้ชายและเด็กผู้ชายไปอีกหลายชุด ซื้อไปหลาย ๆ ไซส์เพราะเด็ก ๆ โตเร็วไม่นานตัวก็ยืดแล้ว ทั้งชุดทำงาน ชุดนอน ชุดไปข้างนอก ชุดอยู่บ้านชุดเสื้อกันหนาว ทั้งหมวก ถุงเท้า ถุงมือ ผ้าพันคอโดยเลือกเป็นสีเรียบ ๆ ไม่ฉูดฉาด

อีกทั้งยังซื้อไหมพรมรูปแบบต่าง ๆ มากมายและเข็มถักไหมพรมติดไปด้วย เธอชอบถักเสื้อถักผ้าพันคอใช้เองแม้ที่นี่จะอากาศร้อนแต่เธอก็ชอบถักเล่นเก็บเอาไว้

และเธอคิดว่าจะขนไหมพรมที่ถักเก็บไว้ไปให้หมดด้วย อย่างไรก็ต้องได้ใช้และเป็นประโยชน์แน่นอน จากนั้นก็ไปซื้อผ้าเป็นผับใหญ่ๆ หลายร้อยพับหลากหลายสีคละกันไปทั้งผ้าไหม ผ้าฝ้าย ทั้งแบบเนื้อดี เนื้อปานกลางและเนื้อหยาบ

ซีอินดูเวลาก็เย็นมากแล้วจึงแวะห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อีกที่ เธอซื้อขนมของกินเล่น ชาผลไม้ ชาดอกไม้หอม ๆ กาแฟรูปแบบต่างๆ นมกล่องนมผง น้ำผลไม้

ก่อนจะเดินเข้าโซนเครื่องสำอางยี่ห้อดังที่เธอใช้อยู่เป็นประจำ น้ำหอมผู้หญิงและน้ำหอมผู้ชาย ครีมบำรุงทั้งผิวหน้าผิวกาย เธอขนซื้อผลิตภัณฑ์ชำระร่างกายและใช้ในห้องน้ำไปจำนวนมากรวมถึงของใช้ส่วนตัวอย่างผ้าอนามัย

ของใช้ในห้องนอนก็ต้องซื้อ เธอสั่งฟูกนอนหนานุ่มสีพื้น ๆ ไปหกชุดเอาไปเผื่อไว้ก่อน ทั้งหมอน ผ้าปูเตียง ผ้าห่มนวมผืนหนานุ่ม และผ้าห่มผืนเล็ก ๆ แบบนาโนเนื้อนิ่มสีเรียบ ๆ เอาไปเกือบเป็นร้อย ๆ ผืนเหลือดีกว่าขาด กะว่าจะเอาไว้ใช้และแบ่งไปขายที่โน่นหาเงินบ้าง

กว่าจะหมดวันร่างของเธอก็แทบหมดแรง นี้ยังได้ของไม่ครบเลย ส่วนของที่ซื้อวันนี้นั้น พรุ่งนี้ทางร้านและทางห้างที่เธอไปสั่งซื้อของไว้จะให้คนขนไปส่งให้เอง ซีอินจึงให้ที่อยู่ไปส่งที่โกดังเก็บของที่เธอเช่าไว้

ขากลับซีอินแวะสั่งซาลาเปาขนมจีบและเกี๊ยวกุ้งที่ร้านอร่อยแถวๆ บ้านไว้อีกจำนวนมากโดยสั่งซาลาเปาไว้800ลูก เกี๊ยวกุ้งกับขนมจีบอย่างละ1000ชิ้นแล้วจะเข้ามารับวันพรุ่งนี้

ของที่เธอซื้อมานั้นเยอะมากสามารถกินได้อีกนาน จำได้ว่าในฝันหลินซีอินในชาตินั้นเธอชอบไปหาซื้อของที่ตลาดมืดมาใช้ โดยใช้เงินที่สามีทำภารกิจเสี่ยงชีวิตอย่างยากลำบากอย่างไม่รู้สึกรู้สาหรือละอายใจเลย

‘เฮ้ออ…ยิ่งคิดก็ยิ่งนึกรังเกียจตัวเองในชาติภพก่อนชะมัด’

เมื่อขับรถกลับบ้านแล้วในช่วงกลางคืนนั้นซีอินก็หาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตถึงแต่ละช่วงเวลาของแต่ละปีของจีนในยุคนั้นเพื่อทบทวนว่ามีอะไรเกิดขึ้นมาบ้างจะได้รับมือได้ถูกต้อง ก่อนนอนก็เรียกแก้วที่ใส่น้ำร้อนและแก้วที่ใส่น้ำแข็งออกมาดู ปรากฏว่าคงสภาพได้จริงๆ ของสองสิ่งที่อยู่ในแก้วทั้งสองใบไม่แปรเปลี่ยนสภาพเลย น้ำแข็งยังเป็นก้อนไม่มีละลายสักนิด น้ำร้อนก็ยังร้อนมีควันฉุยเช่นเดิม ซีอินมองด้วยดวงตาเป็นประกายถ้าเป็นแบบนี้ก็เยี่ยมไปเลย…

วันต่อมาซีอินตื่นมาก็ขับรถไปรอรับของที่โกดัง เธอก็ทยอยเก็บของเข้ามิติโดยไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนเห็น จากนั้นขับรถไปรับซาลาเปา ขนมจีบและเกี๊ยวกุ้งที่สั่งไว้แล้วไล่ซื้อยาสามัญประจำบ้านยังร้านต่างๆ รวมถึงพวกสมุนไพรที่หายาก ๆ เช่นหลินจือแดง โสม ถั่งเช่า สมุนไพรที่มีราคาแพงหายากน่าจะทำเงินได้ดีเธอจึงซื้อไปพอสมควร และเมื่อผ่านร้านโจ๊กเจ้าอร่อยก็แวะสั่งโจ๊กหมูสับหมูเด้งไป300ถุงแล้วค่อยมารับพรุ่งนี้

จากนั้นก็ขับรถไปตระเวนซื้อจักรยาน รถมอเตอร์ไซค์ ส่วนรถยนต์เธอว่าจะไปดูรถจิ๊บสักคันไปด้วย ส่วนคันที่ขับนี้ก็จะเอาไปด้วยเหมือนกัน เพราะรถคันนี้ยังใหม่อยู่เลยเธอพึ่งซื้อมาเมื่อปีที่แล้วนี่เอง จากนั้นเธอก็ซื้อทองคำแท่งและหยกเก็บไว้อีกบางส่วน

ใช้เวลาไป 4 วันเต็มๆ กว่าเธอจะซื้อของครบและเก็บของเข้าช่องมิติได้ทั้งหมดทุกอย่าง ซีอินเช็คแล้วเช็คอีกไม่ต้องการให้มีอะไรขายหายไป จากนั้นวันต่อมาเธอก็ไปเข้าวัดทำบุญไหว้พระขอพรเพื่อให้ใจสงบลงบ้าง

เวลาที่เหลือซีอินเก็บของต่างๆในคอนโดที่ต้องการเอาไปด้วย เรียกว่าทั้งหมดเลยก็ว่าได้ แม้แต่กระถางดอกไม้เล็กๆ ที่เธอปลูกก็ยังเอาไปด้วยรวมถึงรถยนต์ที่ขับอยู่ปัจจุบันเธอก็เอาเข้ามาไว้ในมิติเรียบร้อยแล้ว

และก็เข้าสู่คืนวันที่เจ็ดซีอินอาบน้ำแต่งตัวเข้านอนตามเวลาปกติ คิดว่าพอนอนไปแล้วเธอก็คงได้ย้อนกลับไปที่นั่นเลย และก็เป็นอย่างที่เธอคิด คืนนั้นหลังจากที่หลับไปแล้วดวงจิตของเธอก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่ในมิติปี 20XX อีก ส่วนร่างก็ค่อย ๆ สลายหายไปอย่างน่าอัศจรรย์เหมือนกับตัวตนเธอไม่เคยมีอยู่บนโลกใบนี้มาก่อน จิตวิญญาณถูกคุณตาเทพโชคชะตานำพาให้เดินทางไปสู่ยุค70ที่เป็นอดีตชาติของเธอ…

“เอาล่ะก่อนจะไปที่นั้นข้ามีสิ่งที่ต้องบอกเจ้าก่อนนะนังหนู เพราะในโลกนี้มีสิ่งที่น่าเหลือเชื่อคณานับ อย่างที่เจ้าเองก็คงคิดไม่ถึง” คุณตาเทพกล่าวขึ้นเมื่อพาดวงจิตของเธอมาอยู่ในสถานที่ว่างเปล่าแห่งหนึ่งที่เป็นสีขาวไปหมดไม่มีสิ้นสุด

“จะบอกอะไรหนูหรอคะคุณตาเทพ”

“ชาติก่อนของเจ้า หรือที่ที่เจ้ากำลังจะกลับไปนั้นหาใช่โลกใบเดียวใบเดิมกับที่เจ้าจากมา”

“หื้มม!! หมายถึงโลกคู่ขนานน่ะหรอคะ” นี่หมายความว่าเธอจะต้องทะลุมิติไปอยู่ในร่างตัวเองที่อยู่ในโลกคู่ขนาดงั้นสินะ

“ใช่แล้วล่ะ เป็นโลกคู่ขนานดังนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในโลกใบเดิม อาจจะเกิดหรือไม่เกิดที่โลกคู่ขนาดนี้ก็เป็นได้”

“เอาแล้วไงไอ้เราก็ศึกษาข้อมูลย้อนหลังไปช่วงยุค70-80มาอย่างดี กลายเป็นโลกคนละใบไปเสียอย่างนั้น”

“แต่เจ้าไม่ต้องห่วงของที่เจ้าเตรียมมายังไงก็สามารถช่วยให้เจ้าและครอบครัวมีชีวิตที่ดีได้แน่นอน หากเจ้ารู้จักคิดรู้จักผิดชอบชั่วดีไม่กระทำผิดซ้ำซากอีก”

“หนูจะจำไว้ค่ะและจะไม่มีวันเดินไปตามเส้นทางเดิมอีกเป็นอันขาด หนูจะไม่ยอมทำผิดซ้ำซากอีกอย่างแน่นอนค่ะ”

“อืม ดีแล้วละนะถ้าเช่นนั้น…” แต่ก่อนที่คุณตาเทพจะพูดจบจู่ ๆ ก็มีผีเสื้อเรืองแสงสีสวยตัวน้อยบินมาหาแล้วก็เกิดเรืองแสงสว่างวาบขึ้นมา

“โอ้! โฮ๊ะๆ ๆ ๆ เจ้าช่างโชคดีนักนังหนู เจ้าได้รับเลือกให้สามารถเสี่ยงโชคได้ เอ้า..นี่รับไปแล้วเขย่าซะ จะได้รู้ว่าจะได้รับของอันใดเพิ่มเติมไปอีกหรือไม่” ท่านเทพดีใจกับเธอมากที่ได้รับเลือกให้ได้เสี่ยงโชค น้อยนักที่จะมีดวงจิตใดได้รับเลือกให้เสี่ยงโชคเช่นนี้

“เอ่อ ค่ะ” แม้จะยังงง ๆ แต่ก็รับของมาจากท่านตาเทพมันคือเซียมซีเสี่ยงทาย ซีอินอธิษฐานของให้โชคดีก่อนจะเริ่มเขย่า ๆ และเขย่า

แกร๊ง! แกร๊ง! แกร๊ง!

เสียงเขย่าอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ไม้เซียมซีจะหล่นลงมา ปรากฏว่ารางวัลที่เธอได้คือห้างซูปเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ที่มีของกินของใช้ปัจจัยสี่ของมนุษย์ทุกอย่างอยู่ในนั้นแบบครบวงจร จากนั้นซีอินก็รับรู้ได้ว่าห้างนั้นเข้ามาอยู่ในมิติของเธอเรียบร้อยแล้ว

“เอ๊า! เดี๋ยวนะ แล้วที่เหนื่อยยากซื้อของเป็นบ้าเป็นหลัง ช็อปกระจายจนเงินหมดอยู่หลายวันเล่า ทำไมไม่ให้หนูมาก่อนหน้านี้ล่ะคะคุณตาเทพ”

“ฮ้าย!! ข้าจะไปรู้ได้ยังไงเล่าว่าเจ้าจะได้รับสิทธิ์ให้เสี่ยงโชคเช่นนี้ เอาน่า ๆ ของที่เจ้าเตรียม ๆ มาก็เป็นของดีมีประโยชน์ทั้งนั้นแหละ ไป ๆ ข้าจะไปส่งเจ้าแล้วมา ๆ ตามมาๆ…

เห็นคุณตาเทพทำหน้าเลิ่กลั่กแล้วรีบพาเปลี่ยนเรื่องอื่น ซีอินก็ได้แต่คิดว่าแล้วฉันเลือกอะไรได้ไหมมม~ ของก็ซื้อมาแล้ว…ดีที่ไม่เน่าไม่เสีย เฮ้ออ~ เอาเถอะมีของเยอะ ๆ ก็ดี จะได้ไม่ต้องกังวลใจ เหลือย่อมดีกว่าขาดเป็นไหน ๆ ….

ทะลุมิติเกิดใหม่ในร่างเดิมที่โลกคู่ขนาน RW

บทที่3.ทะลุมิติเกิดใหม่ในร่างเดิมที่โลกคู่ขนาน

“ไคไคจิน(กิน)เร็วๆซี่~ เดี๋ยวแม่ก็ตื่นมาเห็นหร๊อกก” เสียงเล็กๆ ที่พยายามกระซิบกระซาบแฝดน้องเบา ๆ อย่างสุดชีวิต แต่เพราะกลัวว่าเสียงกระซิบของตนจะดังเกินไปจึงยื่นปากน้อย ๆ มาพูดชิดติดริมหูของน้องชายจนน้ำลายเลอะหูของคนน้องไปหมด

“อื้มม” น้องชายก็ส่งเสียงรับคำพยักหน้ารัว ๆ พร้อมยกมือน้อย ๆ เช็ดน้ำลายพี่ชายจากใบหูของตนเองปอย ๆ ก่อนเช็ดมือของตนเองที่เปื้อนน้ำลายกับเสื้อของคนพี่อีกที

“อร่อยไหม” เสียงพี่ชายเอ่ยถาม ตามองดูไข่ไก่ฟองเล็ก ๆ ในมือน้องชายพร้อมกลืนน้ำลายไปด้วย

“อื้มม อร่อยนะตูตูกินสิ” มือน้อยทั้งเปื้อนทั้งดำค่อย ๆ บิไข่ไก่ฟองเล็ก ๆ ออกมาครึ่งหนึ่งแบ่งให้พี่ชายของตนเองได้กินด้วยกัน

“ขอบใจนะ” เมื่อรับมาก็จับไข่ไก่ครึ่งฟองนั้นยัดเข้าปากแล้วรีบเคี้ยวหนุบหนับพร้อมหันมายิ้มให้กัน เพียงไข่ไก่ที่แบ่งกันกินคนละครึ่งเพียงเท่านี้ก็มีความสุขมากแล้ว

สองร่างเล็กเหมือนก้อนกลม ๆ กำลังนั่งจุ๊มปุ๊กแอบคุยกันอยู่มุมห้องครัว ทั้งสองคนกำลังแอบกินไข่ต้มกันคนละครึ่งฟองที่ย่าให้มา แม้อยากจะค่อย ๆ ละเลียดกินทีละน้อยมากแค่ไหน แต่ก็ทำไม่ได้ต้องรีบยัดเข้าปากน้อย ๆ ของตนเองแล้วรีบเคี้ยวรีบกลืนให้หมดโดยเร็ว ก่อนที่แม่ของพวกเขาจะตื่นมาเห็นแล้วจะไม่ได้กิน เพราะแม่จะเอาไปกินเองเสียหมด….

บนเตียงเตาขนาดใหญ่ภายในห้องนอนซึ่งอยู่ติดกันกับห้องครัว…

“อืมม” ร่างอวบอ้วนพุงกลมกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหายใจกำลังนอนอยู่ก่อนที่เปลือกตาจะค่อย ๆ เปิดขึ้นมาช้า ๆ

ซีอินมองเห็นเพดานห้องที่เต็มไปด้วยหยากไย่มากมาย ทั้งยังมีแมงมุมตัวเล็กตัวใหญ่เกาะอยู่เต็มหยางไย่ไปหมด ดูแล้วน่าขนลุกยิ่งนัก กลิ่นเหม็นอับชื้นผสมทั้งกลิ่นผ้าห่มเน่าและกลิ่นตัวเหม็นเปรี้ยวของเธอเอง ที่ไม่รู้ว่าหมักหมมตัวเองมากี่วันกี่เดือนแล้วที่ไม่ยอมอาบน้ำ จนเธอที่พึ่งจะเข้าร่างรวมจิตแทบจะอ้วกพุ่ง

ร่างอวบอ้วนค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่งพิงพนักเตียงอย่างทุลักทุเลรู้สึกว่านมกับพุงมันค้ำเกยกันไปหมดช่างอึดอัดนัก เตียงที่เธอนอนอยู่เป็นเตียงเตาขนาดใหญ่ที่เธอครอบครองนอนอยู่คนเดียวไม่แบ่งใคร ส่วนเด็กๆนอนอีกห้องที่มีเตียงเตาขนาดเล็กต่างหาก

ก่อนที่ความทรงจำในร่างนี้ตั้งแต่เล็กที่เริ่มจำความได้จนถึงปัจจุบันจะเริ่มหลั่งไหลเข้ามาในหัวสมองเธอเรื่อย ๆ อย่าง ช้า ๆ ใช้เวลาราว ๆ ครึ่งชั่วโมงกว่าเธอจะสามารถย่อยข้อมูลในหัวทั้งหมดได้

‘เฮ้อ ทะลุมิติกลับมาได้แล้วสินะเนี่ย’

จากความทรงจำเซียวฉิงเฟิ่งแยกบ้านกับบ้านใหญ่เซียวแล้วตั้งแต่เธอท้อง เธออ้างสารพัดว่าอยู่บ้านพ่อแม่สามีคนเยอะเกินไป เธอจะเครียดและเป็นกังวลจนส่งผลเสียกับลูกในท้องได้ทั้งอาหารก็กินบำรุงได้ไม่เต็มที่ สารพัดจะอ้างจนแม่สามีรำคาญ พ่อสามีจึงยอมให้แยกบ้านออกมาเพื่อจบปัญหากวนใจ แต่แม่สามีก็ยังคงห่วงหลานในท้องมากจึงยังคงส่งของกินและแวะเวียนมาดูเธอกับลูกอยู่บ่อยครั้ง

บ้านหลังนี้ก็เป็นเงินของเซียวฉิงเฟิ่งที่สร้างไว้ให้เธอกับลูก ๆ อยู่แม้ไม่ใหญ่โต แต่แข็งแรงมากเพราะเป็นบ้านอิฐหลังคามุงกระเบื้อง เพราะเซียวฉิงเฟิ่งต้องการให้ภรรยาและลูกน้อยอยู่อย่างสบาย ๆ ไม่ต้องกลัวหนาวกลัวฝน ทั้งยังทำเตียงเตาไว้ให้สองเตียงอีกด้วย เธอคนเดิมจึงนอนครองเตียงเตาที่เป็นเตียงใหญ่อยู่คนเดียวสบายใจ ปล่อยลูก ๆ นอนกันเองที่เตียงเตาหลังเล็กตั้งแต่พวกเขาเริ่มรู้ความโดยไม่ได้ใส่ใจมากนัก

เมื่อทบทวนความทรงจำแล้วก็ได้แต่ถอดถอนใจ ตัวเธอในชาตินี้น่ารังเกียจเสียยิ่งกว่าในความฝันที่เคยฝันเห็นเสียอีกนะเนี่ย ไม่สนใจหยิบจับทำอะไร แม้แต่กับลูก ๆ ก็ยังขี้งกของกิน จะตะกละอะไรขนาดนั้น เฮ้ออ

ซีอินลุกขึ้นจากที่นอนเน่าแล้วเดินออกมานอกห้องนอนเพื่อมองหาลูก ๆ ของเธอ แต่ก่อนจะส่งเสียงเรียกหากลับมาเห็นเจ้าหัวผักกาดน้อยสองหัวตัวจิ๋วที่ทั้งผอม ทั้งมอมแมมกำลังนั่งคู้กายจุ้มปุ๊กเป็นก้อน ๆ สองก้อนเรียงกันอยู่มุมหนึ่งของห้องครัว เพื่อแบ่งไข่ไก่ต้มกินกันคนละครึ่งฟอง

แม้ไข่เพียงครึ่งฟองก็มีค่ามากมายแล้วสำหรับคนในยุคนี้ ยิ่งเมื่อได้ยินการพูดคุยกันของเด็ก ๆ ที่แอบกระซิบแต่ไม่เหมือนกระซิบนั้นว่า ต้องรีบกินเพราะเดี๋ยวแม่อย่างเธอมาเห็นแล้วจะมาแย่งเอาของกินไปก็ยิ่งสลดหดหู่ใจยิ่งนัก

“ตูตู ไคไค” เมื่อสงบอารมณ์เศร้าและความรู้สึกผิดของตนเองได้แล้วซีอินก็เอ่ยเรียกชื่อเด็ก ๆ ออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

สองเด็กน้อยที่นั่งยอง ๆ จุ้มปุ๊กอยู่ที่พื้นครัวถึงกับสะดุ้งโหยงเลยทีเดียว ก่อนจะรีบเหลียวหลังกลับมามองแม่ของตนเอง

“มะ แม่ / แม่” เสียงเล็ก ๆ สั่น ๆ นั้นเอ่ยเรียกแม่เบา ๆ เพราะคิดว่าถูกจับได้ว่าแอบกินไข่ไก่กันแล้วจะโดนดุแบบที่เคยโดนประจำ

“ไปอาบน้ำกัน เดี๋ยวแม่อาบให้” ซีอินเอ่ยขึ้นทำเป็นไม่รู้ว่าเด็ก ๆ กำลังแอบเธอกินไข่ไก่ป่ากันอยู่ แต่เมื่อเห็นท่าทางว่าพวกเขา เหมือนไม่อยากอาบน้ำ เธอจึงต้องเอ่ยหลอกล่อด้วยของกิน

“ถ้าใครอาบน้ำจนตัวหอมจะได้ของกินจากแม่นะ”

ตูตูแฝดคนพี่ตาโตเมื่อได้ยินว่าจะได้ของกินจากแม่ซึ่งเป็นเรื่องยากมาก ปกติแม่ไม่ค่อยให้ของอร่อยพวกเขากินสักเท่าไหร่ นอกจากเวลาอารมณ์ดี ๆ อย่างเช่นเวลาได้เงินที่พ่อของพวกเขาส่งมาให้ พวกเขาพี่น้องฝาแฝดถึงจะได้กินของอร่อยสักครั้งหนึ่ง แต่ตอนนี้ขอแค่ได้กินอิ่มท้องเด็กทั้งสองก็ดีใจมากแล้วจึงไม่คิดหาเหตุผลที่จู่ ๆ แม่ของพวกเขาก็ใจดีบอกจะให้ของกิน ตูตูผู้เป็นพี่ชายจะเอ่ยปากชวนน้องชายไปอาบน้ำทันที

“อาบน้ำแล้วจะได้ของจินจากแม่ ไคไคไปอาบน้ำกันเตอะ” เสียงพูดชัดบางไม่ชัดบ้างที่ได้ยินนั้น สำหรับซีอินแล้วน่ารักมาก

“อื้มม” คนน้องก็พยักหน้าไปมาแรง ๆ อย่างเชื่อฟังพี่ชาย

ก่อนสองพี่น้องจะรีบจูงมือกันวิ่งจู๊ดไปที่ห้องน้ำทันที จนซีอินต้องยิ้มออกมาอย่างนึกเอ็นดูและมันเขี้ยว

“เดี๋ยวก่อนตูตู ไคไค อย่าพึ่งอาบรอแม่ต้มน้ำให้ก่อนนะ” แม้ยังไม่เข้าหน้าหนาวเต็มตัวแต่อากาศก็เริ่มเย็นแล้วเธอจึงคิดว่าต้องต้มน้ำให้เด็ก ๆ อาบก่อนดีกว่า หากให้อาบน้ำเย็นกลัวจะเป็นหวัดกันเอาได้

“คับ/คับ” สองเสียงประสานตอบออกมาก่อนเดินออกมานั่งรอแม่ต้นน้ำให้เงียบ ๆ ที่เก้าอี้ในครัว ขอเพียงแม่ไม่อารมณ์เสียจนตวาดเสียงดังดุใส่พวกเขา แม่จะให้ทำอะไรพวกเขาก็เชื่อฟังหมดนั้นล่ะ

ซีอินมองท่าทางลูก ๆ ของเธอที่ตอนนี้ยังมีความสดใสอยู่มาก จำได้จากในความฝันว่าตัวหลินซีอินนั้นชอบเสียงดังตวาดดุลูก ๆ อยู่เป็นประจำแต่ยังไม่เคยลงมือทุบตี

ส่วนเรื่องที่เคยพูดว่าจะทุบตีและทรมานลูก ๆ นั้น เธอจะเริ่มพูดขู่ไปแบบนั้นก็ตอนที่สามีบาดเจ็บกลับมาบ้านและลาออกจากกองทัพ ทำให้ไม่สามารถหาเงินให้เธอใช้ได้เหมือนเมื่อก่อนอีก จึงทำให้เธอโมโหมากเลยเลือกใช้วิธีข่มขู่แบบนั้นออกไป เพื่อให้เขาออกไปทำงานและหาเงินมาให้เธอใช้นั้นเอง เธอคนเดิมเพียงต้องการใช้ลูก ๆ มาข่มขู่เขาเท่านั้นแต่ไม่เคยคิดลงมือทุบตีจริง ๆ สักที

แค่คิดว่าเคยพูดจาไม่ดีทั้งดุด่า ตวาดตะคอกเสียงดังใส่ลูก ๆ ตัวน้อยจนพวกเขาทั้งสั่นทั้งกลัวแม่อย่างเธอมาก ทั้งทำไม่ดีมากมายกับสามี ใช้งานเขาสารพัดตอนที่เขาบาดเจ็บสาหัสกลับมา ทั้งที่ความจริงต้องพักผ่อนรักษาตัวต่อเป็นเดือน ๆ ด้วยซ้ำ

แค่คิดน้ำตาก็คลอหน่วยจวนเจียนจะหยดแล้วก่อนจะรีบเช็ดออก เมื่อได้โอกาสกลับมาแก้ไขอดีตแล้วเธอจะต้องรักษาสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตนี้ไว้ให้ได้ทั้งลูก ๆ และสามีเลย เธอจะไม่ยอมทำผิดอีกเป็นอันขาด…

ขณะเหม่อคิดเรื่องราวไปเรื่อย ๆ ก็ได้ยินเสียงน้ำที่เดือดปุด ๆ ขึ้นมา ซีอินก็นำผ้าผืนหนามาห่อตรงที่จับหม้อต้มน้ำร้อน ก่อนจะยกหม้อน้ำร้อนเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อผสมน้ำอาบให้ลูก ๆ

ในห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำที่ทำจากไม้อยู่ก่อนแล้วแต่ก็ไม่ค่อยได้ใช้เพราะเธอคนเดิมขี้เกียจอาบน้ำมาก รวมถึงไม่ได้ใส่ใจจะดูแลให้ลูก ๆ ทั้งสองอาบน้ำด้วย แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วเธอต้องการดูแลร่างกายเนื้อตัวของลูก ๆ และตัวเธอให้สะอาดสะอ้านมากที่สุด ซีอินหยิบเอาอุปกรณ์อาบน้ำพวกถังน้ำใบเล็ก ใยถูตัว สบู่และยาสระผมเด็กที่มีกลิ่นหอมออกมา

เมื่อเตรียมของเรียบร้อยก็ส่งเสียงเรียกเด็ก ๆ ให้เข้ามาอาบน้ำได้ ตูตูกับไคไคก็รู้หน้าที่ดี เมื่อเดินเข้ามายืนอยู่หน้าห้องน้ำแล้ว มือน้อยจึงเริ่มลงมือถอดเสื้อผ้าของตนเองออกจนหมด และเมื่อเด็ก ๆ เห็นอุปกรณ์อาบน้ำที่แม่เตรียมไว้ให้ก็ไม่ได้ถามอะไร เพราะปกติแล้วแม่ชอบทิ้งพวกเขาไว้แล้วเข้าเมืองเพื่อซื้อของดี ๆ มาใช้เป็นประจำอยู่แล้ว

ตูตูกับไคไคไม่กล้าเล่นซนขณะอาบน้ำเพราะกลัวแม่จะดุ ปกติแม่เป็นคนขี้หงุดหงิดมากพวกเขาถูกดุเสมอเวลาเผลอเล่นกันเสียงดังในบ้าน ทุกครั้งจึงต้องแอบเล่นกันเพียงเบา ๆ เท่านั้น

“เอาละ เสร็จแล้วเจ้าหัวผักกาดของแม่ ไหนดมสิหอมรึยัง” เมื่อเธอจับลูก ๆ อาบน้ำสระผมจนหอมฟุ้งแล้ว ซีอินก็ก้มลงไปทั้งจูบทั้งหอมที่หน้าผากเหม่งน้อยของลูกทั้งสอง จนเด็ก ๆ ตัวเกร็งและตกใจกันไปหมด ตั้งแต่จำความได้แม่ไม่เคยกอดหรือหอมพวกเขามาก่อนเลย พอได้รับสิ่งที่ไม่เคยได้รับและแอบโหยหามาตลอด ความรู้สึกจึงทั้งตกใจและตื่นเต้นดีใจจนแอบน้ำตาคลอหน่วยเลยทีเดียว แต่ก็ต้องฮึบกลั้นเอาไว้เพราะกลัวว่าถ้าร้องไห้ออกมาแล้วแม่อาจรำคาญและไม่ใจดีกับพวกเขาแบบนี้อีก พวกเขายังอยากให้แม่ใจดีกอดหอมพวกเขาแบบนี้อีกนานๆ

“ฟอดด ฟอดด เอาล่ะหอมแล้วไปแต่งตัวกันก่อนเถอะเดี๋ยวแม่จะได้มาอาบน้ำบ้าง” มือขาวอวบพันผ้าขนหนูผืนหนานุ่มให้ คนหนึ่งสีน้ำตาล อีกคนสีเขียวขี้ม้ารอบกายเด็กทั้งสอง ห่อคลุมตั้งแต่หัวลงมาแล้วพันตัวทบกันไปมาจนเหลือแต่หน้ากลมเล็กโผล่ออกมาจนเหมือนบ๊ะจ่างเดินได้ดูน่ารักน่าชังมากจริงๆ ในสายตาของเธอ

คำพูดที่ว่า ‘แม่จะมาอาบน้ำบ้าง’ ทำให้เด็กทั้งสองตกใจมากจนตาเบิกกว้าง เพราะแม่ของพวกเขาไม่ชอบอาบน้ำ เดือน ๆ หนึ่งอาบน้ำไม่กี่ครั้งยิ่งถ้าเป็นหน้าหนาวแบบนี้ไม่ต้องพูดถึงเรียกว่าเดือนหนึ่งร่างกายไม่เคยได้แตะถูกน้ำเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่กล้าพูดท้วงอะไรออกมา แม่อาบน้ำก็ดีเหมือนกันถึงพวกเขาจะรักแม่มากแต่กลิ่นตัวแม่ก็ทำพวกเขาแสบจมูกมากอยู่เหมือนกัน…

หลังจากทาแป้งทาครีมโลชั่นหอม ๆ สำหรับเด็กให้ลูก ๆ และแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้ว ซีอินก็ทำท่าเดินเข้าไปที่ตู้เก็บอาหารของตนเองในห้องนอน แล้วหยิบเอาซาลาเปาไส้หมูสองลูกพร้อมเหยือกนมอุ่นที่มีกลิ่นหอม ๆ ที่มีเก็บอยู่ในช่องมิติออกมาเทใส่แก้ว อีกเดี๋ยวจะถึงมื้อเย็นแล้วเธอจึงไม่อยากให้ตูตูกับไคไคกินเยอะเกินไป

“แบ่งกันกินรองท้องไปก่อนนะ รอแม่อาบน้ำเสร็จแล้วจะมาทำโจ๊กหมูให้ลูกๆกินกันเป็นอาหารเย็น”

“คับ/คับ” ทั้งสองนั่งนิ่ง ๆ อยู่บนเก้าอี้ไม่กล้ากระดุกกระดิกทั้งที่กำลังดีใจแทบตายแล้วที่ได้ยินแม่บอกว่าจะทำโจ๊กหมูให้กินเป็นอาหารเย็น

เมื่อเด็ก ๆ ได้อาบน้ำทาครีมทาแป้งจนตัวหอมก็ทำให้สองแฝดน่ากอดน่าฟัด แม้จะตัวผอมกะหร่องไปหน่อยแต่ก็ดูน่ารักมากอยู่ดี อาจจะเพราะได้หน้าตาดีมาจากทั้งพ่อและแม่ก็เป็นได้

ความจริงแล้วหลินซีอินหน้าตาดีมากเรียกว่าหน้าตาเธอสวยหวานเลยก็ว่าได้ แต่ติดที่เธออวบอ้วนไปมากสักหน่อยเพราะตอนอยู่บ้านเดิมเธอชอบกินมากและตะกละกินเร็วจนคนในบ้านกินไม่เคยทันเธอ ทั้งแม่ของเธอก็ตามใจคอยหาของกินมาให้เธอเสียมากมาย นานวันเข้ากระเพาะที่ถูกขยายมานานเมื่อเติมอาหารลงไปเท่าไหร่ก็ไม่เคยเต็มสักทีจึงกินเยอะขึ้นเรื่อย ๆ จนตัวอวบอ้วนกว่าใครในบ้าน จึงทำให้ไม่มีใครเคยมองเห็นความงามที่หลบซ่อนนั้นอยู่เลย และเพราะอย่างนี้จึงไม่มีใครคิดสู่ขอเธอไปเป็นภรรยาเลย จนเธอได้มาเห็นและเกิดถูกใจเซียวฉิงเฟิ่งที่เดินทางกลับจากกองทัพเพื่อเยี่ยมบ้านในครั้งนั้น จึงคิดอุบายโดดล้มทับเพื่อจับเขามาจนได้

ส่วนเซียวฉิงเฟิ่งพ่อของลูกนั้นไม่ต้องพูดถึงเขาเป็นผู้ชายที่หล่อเหลาที่สุดในหมู่บ้านนี้เลยก็ว่าได้ เมื่อก่อนเขาตัวผอมแห้งไร้กล้ามเนื้อ แต่เมื่อสมัครไปเป็นทหารได้ฝึกร่างกายอย่างหนัก ยิ่งในกองทัพมีอาหารให้กินได้อย่างเพียงพอ ก็ทำให้ร่างกายเติบโตเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง แขนขายาวตัวสูงโปร่งหน้าตาหล่อคมเข้มขึ้น แม้จะผิวคล้ำเป็นสีแทนไปบ้างแต่ก็นับว่าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบมากจริง ๆ ติดที่เป็นคนนิ่งขรึมไปสักหน่อยจึงไม่ค่อยมีผู้หญิงกล้าคุยด้วยนัก จึงอยู่เป็นโสดมาจนกระทั่งถูกหลินซีอินล้มทับใส่เพื่อตั้งใจจะจับเขาเป็นสามีนั้นแหละ

ส่วนคืนเข้าหอครั้งแรกนั้นซีอินจำได้ว่าตัวเธอคนเดิมใช้กำลังจับสามีกดลงเตียงเพื่อทำกิจกรรมสามีภรรยาให้ได้ ตัวเซียวฉิงเฟิ่งนั้นแรกเริ่มก็ขัดขืนอยู่ แต่เพราะดื่มเหล้ามงคลตามธรรมเนียมเข้าไปมากจึงไม่มีแรงมากพอที่จะขัดขืนเธอได้ และหลังจากคืนวันเข้าหอคืนนั้นเขาก็เดินทางกลับค่ายทหารทันทีจากนั้นไม่นานเธอก็ตั้งท้องขึ้นมา และเหตุการณ์คืนเข้าหอคืนนั้นแค่คืนเดียวและครั้งเดียวด้วยกลับได้ลูกชายฝาแฝดมา…อืม ของเขาแรงจริง ๆ เล้ยยย…

จากนั้นเซียวฉิงเฟิ่งจะได้กลับบ้านเฉพาะช่วงปีใหม่ก็คือปีละครั้ง จึงได้ร่วมกิจกรรมสามีภรรยากันปีละครั้งเท่านั้น โดยทุกครั้งเป็นหลินซีอินที่เรียกร้องก่อนเสมอแต่เธอก็ไม่มีวี่แววว่าจะท้องอีก

ที่เขายอมใช้ชีวิตสามีภรรยากับเธอด้วยดีอาจเพราะมีลูกด้วยกันแล้วและเขาก็รักลูกชายฝาแฝดทั้งสองคนมากด้วย ทั้งคงคิดว่ายังไงก็เป็นสามีภรรยากันแล้ว จึงไม่อาจเลี่ยงเรื่องการเข้าหอได้สินะ…คงจะเป็นอย่างงั้นล่ะมั้ง…เธอวิเคราะห์อย่างพยายามทำความเข้าใจความคิดของสามี

ซีอินคิดเรื่องของตัวเองกับสามีขณะเดินเข้าห้องน้ำไป จากนั้นก็เริ่มถอดเสื้อผ้ากลิ่นเหม็นเปรี้ยวที่สวมใส่อยู่ออก แล้วเริ่มอาบน้ำพร้อมสระผมด้วย เธอทั้งถูทั้งขัดขี้ไคลออกทุกซอกทุกมุมของร่างกาย ทั้งยังเอาสครับขัดผิวในช่องมิติออกมาขัดด้วย น้ำที่ล้างออกมาจากที่ใสสะอาดก็ขุ่นมัวเป็นสีน้ำตาลสกปรกจนเธอตกตะลึงพรึงเพริด ขนาดว่านี้คือร่างของตัวเธอเองในชาตินี้นะ เธอยังนึกรังเกียจกับความสกปรกซกมกจนรับแทบไม่ได้ คิดแล้วก็น่าอายนัก นิสัยสกปรกแบบนี้ไม่รู้สามีเธอทนอยู่ด้วยไปได้ยังไงกัน

เมื่ออาบน้ำชำระร่างกายเสร็จแล้วก็ออกมาเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ที่เธอมีอยู่หลายชุด ได้แต่ถอนหายใจกับรูปร่างอวบอ้วนระยะสุดท้ายนี้ยิ่งนัก ต้องออกกำลังกายลดน้ำหนักแล้วละอยู่แบบนี้อึดอัดพุงจะทำอะไรก็ไม่สะดวกไม่คล่องตัวเอาเสียเลย

เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วก็เดินมาดูลูก ๆ ทั้งสอง ที่ตอนนี้กินซาลาเปากันตุ้ย ๆ พร้อมดื่มนมอุ่น ๆไปด้วย ทั้งยังคุยกันด้วยท่าทางกระซิบกระซาบจนหัวชนกัน แต่เสียงสิบแปดหลอดของหัวผักกาดทั้งสองนั้นดังไปสามบ้านแปดบ้านเสียจนไม่ต้องกระซิบก็ยังได้

“แม่แปลก ๆ” ตูตูแฝดคนพี่เอ่ยขึ้นเสียงอู้อี้สองข้างแก้มยังป่องพองออกเพราะมีอาหารกักตุนอยู่เต็มแก้ม

“แต่ก็ดีมากนะ” ไคไคแฝดคนน้องก็ออกความเห็นบ้าง

“ใช่ดีมาก…นี่อร่อยเนาะ” แก้มของตูตูพองออกสองข้างเหมือนกระรอกน้อยเพราะมีการกักตุนอาหารอยู่ข้างแก้ม เคี้ยวไปก็โยกหัวไปมาอย่างอารมณ์ดีที่ได้กินอิ่มท้อง ก่อนจะยกมือขึ้นมากุมแก้มน้อย ๆ ของตนเองไว้ยามเคี้ยวซาลาเปาในปากอย่างมีความสุขที่สุด

“อื้ม อร่อย” ไคไคไม่ได้ยัดซาลาเปาไว้เต็มสองข้างแก้มเหมือนพี่ชาย แม้จะหิวแต่เขาก็ทำเพียงแค่ค่อย ๆ กัดกินทีละนิด ๆ กินทีละน้อย ๆ เท่านั้นตามนิสัยใจเย็นของตัวเอง

ซีอินที่ยืนแอบดูลูก ๆ อยู่เห็นท่าทางเจ้าหัวผักกาดน้อยทั้งสองแล้วก็ได้แต่คิดว่าทำไมพวกเขาถึงน่ารักน่าฟัดได้ขนาดนี้นะ คิดไปก็นึกอยากจับลูก ๆ มาฟัดให้หายมันเขี้ยวนัก

“ตูตู ไคไค กินเสร็จแล้วก็ไปนั่งรอแม่ในห้องนอนก่อนนะ เดี๋ยวแม่จะเตรียมของต้มโจ๊กหมูอร่อยๆให้ก่อน” ซีอินเอ่ยบอกเมื่อเดินออกไปหาเด็ก ๆ ที่นั่งกันอยู่บนเก้าอี้โต๊ะกินข้าวในครัว

“คับ/คับ” ทั้งสองรับคำพร้อมกัน และพยักหน้าหงึก ๆ กันคนละทีสองทีเหมือนไก่ไม่มีผิด…

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...