ทำไม “คนสระบุรี” อู้กำเมือง, กินข้าวนึ่ง ฯลฯ เหมือนคนล้านนา ?
ทำไม “คนสระบุรี” อู้กำเมือง, กินข้าวนึ่ง ฯลฯ เหมือนคนล้านนา ?
จังหวัดสระบุรี เป็นจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางของประเทศ แต่ทำไม “คนสระบุรี” ในหลายอำเภอ กลับมีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม เช่น ภาษา, อาหาร, การแต่งกาย ฯลฯ เช่นเดียวกับคนล้านนาทางภาคเหนือ
คนสระบุรี กลุ่มดังกล่าวนี้เรียกตัวเองว่า “คนไทยวน”
คนไทยวน สระบุรี มาจากไหน
แรกเริ่มชุมชนไทยวนก่อตั้งบริเวณเมืองเชียงแสน ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 10 มี ต่อมาได้ย้ายมาสร้าง “เมืองโยนก” ซึ่งเป็นที่มาของชนชาวไทยวน ภายหลังเมื่อเมืองโยนกล่มสลายจากภัยพิบัติ ผู้คนเคลื่อนย้ายลงทางใต้สู่ที่ราบเชียงใหม่-ลำพูน สร้างเมืองใหม่คือ “อาณาจักรล้านนา”
ส่วนการอพยพชาวไทยวน (ล้านนา) มาตั้งอยู่ที่เมืองสระบุรีนั้น เกิดขึ้นในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช หลังจากตีเมืองเชียงใหม่ได้แล้ว โปรดให้กวาดต้อนครอบครัวชาวเชียงใหม่ลงมาที่กรุงศรีอยุธยา ส่วนหนึ่งได้ส่งไปอยู่ที่ลพบุรี รวมทั้งสระบุรี ดังความในพระราชพงศาวดารฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน ฉบับตัวเขียน ว่า
“…แลได้เมืองเชียงใหม่ในเพลารุ่งขึ้นวันนั้น แล้วก็ไล่จับพญาแสนหลวงเจ้าเมือง แลบุตรภรรยาญาติวงษได้สิ้น แลได้ครัวตัวแสนท้าวพญาเสนาบดีทังหลาย แลครอบครัวอพยพชาวเมืองทังปวงเปนอันมาก ได้ช้างม้าเครื่องสาตราวุทธปืนใหญ่ปืนน้อยแลสิ่งของต่างๆ ก็มาก แล้วก็คุมครอบครัวส่งออกไปยังค่ายหลวงสิ้น
…แลเสดจ์ประทับยับยั้งอยู่ที่นั้นประมาณสิบห้าเวนกว่าหัวเมืองจะสงบก็ส่งไปบ้านเมือง แลหัวเมืองทังหลายซึ่งขึ้นแก่เมืองเชียงใหม่เปนปรกติแล้ว จึ่งเลีกทับหลวงกวาดเอาครอบครัวลาวชะเลยทังหลายที่ตีได้นั้น เสดจ์พระราชดำเนีรกลับมาโดยทางสวรรคโลก ก็เสดจ์มาประทับแรมอยู่ ณ เมืองศุขโขไท สิบห้าวัน…”
ชาวไทยวนที่อพยพมาในครั้งนี้นั้นน่าจะอาศัยอยู่ในบริเวณพระนครศรีอยุธยา รวมถึงจังหวัดลพบุรี และที่สระบุรีด้วย
จากเชียงแสน ถึงสระบุรี
สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้กรมหลวงเทพหริรักษ์ยกทัพไปตีเมืองเชียงแสน เมื่อตีเมืองเชียงแสนแตกแล้ว ได้มีการอพยพผู้คนจากเมืองเชียงแสนลงมาอยู่ที่เมืองสระบุรีและเมืองราชบุรี (คูบัว) เมื่อ พ.ศ. 2347 ดังความในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค) ว่า
“…กองทัพกวาดได้ครอบครัว 23,000 เศษ รื้อกำแพงเผาบ้านเมืองเสีย แล้วแบ่งปันครอบครัวกันเป็น 5 ส่วน ให้ไปแก่เมืองเชียงใหม่ ส่วน 1 เมืองนครลำปาง ส่วน 1 เมืองน่าน ส่วน 1 เมืองเวียงจัน ส่วน 1 อีกส่วนหนึ่งถวายลงมา ณ กรุงเทพฯ โปรดให้ตั้งบ้านอยู่เมืองสระบุรีบ้าง แบ่งไปอยู่เมืองราชบุรีบ้าง…”
ชาวเชียงแสนที่อพยพมาครั้งรัชกาลที่ 1 ตั้งถิ่นฐานอยู่ทุกอำเภอในจังหวัดสระบุรี ยกเว้นอำเภอหนองโดน และอำเภอดอนพุด
นอกจากนี้ยังปรากฏหลักฐานว่าชาวเชียงแสนที่อพยพมาในสมัยรัชกาลที่ 1 มีหัวหน้าชื่อปู่คัมภีระ มาตั้งบ้านเรือนที่บ้านไผ่ล้อม ตำบลสวนดอกไม้ อำเภอเสาไห้ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยารัตนกาศ (คัมภีระ) เจ้าเมืองสระบุรี
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม “คนสระบุรี” อู้กำเมือง, กินข้าวนึ่ง ฯลฯ เหมือนกับคนล้านนา
อนึ่ง ปัจจุบันลูกหลานไทยวน สระบุรี มีการรวมตัวกันในนาม “หอวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยยวน สระบุรี” ที่ก่อตั้งโดยออาจารย์ทรงชัย วรรณกุล เพื่อสืบสานมรดกภูมิปัญญา วัฒนธรรม ชาติพันธ์ไทยยวนสระบุรี และมีฝึกอบรมให้แก่เยาวชนผู้สนใจอย่างต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม :
- “พระพุทธบาท-สระบุรี-ปากเพรียว” สมัยรัชกาลที่ 4 เป็นอย่างไร?
- “เขาคอกคชคีรี” เมืองสระบุรี ว่าที่ราชธานีสำรอง สมัยรัชกาลที่ 4
- ทำไมพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ สั่งรื้อ “วังสีทา” วังสำรองโดยพระปิ่นเกล้าฯ
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
อัสรี อาหาะมะ. “ไทยวน” ในhttps://ethnicity.sac.or.th/
ศานติ ภักดีคำ. “บทที่ 10 เมืองสระบุรีเมืองสำคัญในสมัยรัชกาลที่ ๔” ใน, ประวัติศาสตร์เมืองสระบุรี จากศรีทวารวดี สู่ ศรีรัตนโกสินทร์. สุทธิพงษ์ จุลเจริญ และ วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, เจ้าของลิขสิทธิ์และจัดทำ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มติชน, 2567
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 ธันวาคม 2567
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไม “คนสระบุรี” อู้กำเมือง, กินข้าวนึ่ง ฯลฯ เหมือนคนล้านนา ?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com