โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เป็นไปได้ สำเร็จได้: เปิดโลกนวัตกรรมและธุรกิจที่ยั่งยืนของ GC ในงาน GC Sustainable Living Symposium 2024: GEN S GATHERING

The MATTER

อัพเดต 26 พ.ย. 2567 เวลา 10.10 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2567 เวลา 10.00 น. • Branded Content

หลายคนอาจคิดว่า ‘ความยั่งยืน’ คือสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก เพราะต้องอาศัยการลงมือทำทั้งกระบวนการ และระยะเวลาที่ยาวนานกว่าจะไปถึงจุดหมาย

แต่จริงๆ แล้ว ความยั่งยืนคือสิ่งที่ใกล้ตัว และสามารถเริ่มต้นได้ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่อาศัยความเข้าใจและลงมือทำอย่างต่อเนื่อง เพราะปัญหา ‘โลกเดือด’ เป็นสิ่งที่รอไม่ได้ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากคน GEN S คนเจนใหม่ หัวใจยั่งยืน ที่หมายถึงคนหลากเจน หลายธุรกิจ หลากอาชีพ และทุกเพศทุกวัย ที่มีส่วนสำคัญในการกู้โลกเดือด

โดยหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของการลงมือทำ คือนวัตกรรมและธุรกิจที่ยั่งยืนของ GC ที่นำเสนออยู่ภายในงาน GC Sustainable Living Symposium 2024: GEN S GATHERING ที่เพิ่งจัดขึ้นไปเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มาร่วมกันสำรวจความยั่งยืนที่เป็นไปได้และสำเร็จได้ไปด้วยกัน

นวัตกรรมที่ยั่งยืน = เป็นไปได้

ธุรกิจในกลุ่ม GC ได้ดำเนินธุรกิจตามเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ มาโดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผ่านการดำเนินโครงการมากกว่า 200 โครงการ ด้วยการใช้กระบวนการมากมาย โดยเฉพาะการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้ เพื่อมุ่งสู่องค์กรคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ซึ่งประกอบไปด้วยกระบวนการดังต่อไปนี้

ยั่งยืน = ลดก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการอย่างครบวงจร

GC ได้นำหลัก 5R ในการใช้พลังงานหมุนเวียน รวมถึงการนำเทคโนโลยีและ Digitalization เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพโรงงาน เพื่อลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไม่ว่าจะเป็น Robot Piping หุ่นยนต์ตรวจสอบท่อจากระยะไกล หุ่นยนต์ไร้สายที่ใช้สำหรับวัดความหนาของท่อ สามารถเคลื่อนที่ได้บนท่อเหล็ก ทั้งแนวตั้งและแนวนอน พร้อมทั้งส่งข้อมูลแสดงผลด้วยซอฟต์แวร์ ผ่านระบบ GC Cloud ช่วยประหยัดแรงงานคนในการบำรุงรักษาอุปกรณ์ รวมถึงพลังงานสิ้นเปลืองได้

นอกจากนั้นภายในโรงงานทั้งหมดของ GC มีการใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานทางเลือกแบบครบวงจร ตั้งแต่ระบบขนส่งที่ใช้รถ EV เพื่อลดการใช้พลังงานสิ้นเปลืองอย่างน้ำมัน และการใช้โซลาร์เซลล์จากพลังงานแสงอาทิตย์ มาเป็นพลังงานหลักในโรงงาน โดยมีการวางระบบ Ecosystem ให้เกิดการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าที่สุด

การใช้ HoloLens 2 นวัตกรรมในการสร้างแบบจำลองโฮโลแกรมสามมิติของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ภายในโรงงาน มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถศึกษาและทำความเข้าใจอุปกรณ์ได้อย่างละเอียด ลดความผิดพลาดในการใช้งาน เพิ่มความปลอดภัยขณะซ่อมบำรุง และช่วยให้ใช้อุปกรณ์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือเพื่อสร้างฐานข้อมูลของอุปกรณ์ทุกชิ้นให้สามารถทำการศึกษาต่อไปในอนาคตได้

ยั่งยืน = การดักจับและการจัดเก็บคาร์บอน

GC ได้ดำเนินการบริหารจัดการคาร์บอน ภายใต้ความร่วมมือใน กลุ่ม ปตท. ในโครงการศึกษาการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) หรือกระบวนการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ จากภาคการผลิตในภาคอุตสาหกรรมหรือชั้นบรรยากาศเพื่อนำไปกักเก็บภายในชั้นหินใต้ดิน ซึ่งคาร์บอนไดออกไซด์จะเข้าไปอยู่ในรูพรุนใต้ชั้นหินอย่างถาวร โดยมีการตรวจสอบและติดตามผล เพื่อให้มั่นใจได้ว่าไม่มีการรั่วไหลและปลอดภัยในระยะยาว รวมถึงยังมีการร่วมมือกับกลุ่มอุตสาหกรรมหลากหลายบริษัทในภาคตะวันออก เพื่อพัฒนาโครงการ Eastern Thailand CSS Hub ให้เกิดขึ้นต่อไปในอนาคต

ยั่งยืน = ลดคาร์บอนด้วยการปลูกและดูแลป่า

GC ได้ร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ริเริ่มโครงการปลูกและดูแลป่า ในหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ด้วยพื้นที่โครงปัจจุบันทั้งหมด กว่า 20,000 ไร่ สู่เป้าหมายพื้นที่โครงการในปี 2030 กว่า 200,000 ไร่ ทั้งการปลูกป่าบก ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพฯ จังหวัดระยอง พื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน การปลูกป่าชายเลน ในพื้นที่จังหวัดระยอง ตราด จันทบุรี เพชรบุรี และกระบี่ รวมไปถึงการทำนาข้าววิถีใหม่อย่างการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ในจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ช่วยลดการใช้น้ำ ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ลดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม และได้คาร์บอนเครดิตอีกด้วย

ยั่งยืน = สร้างธุรกิจใหม่จากไฮโดรเจน

GC ได้ศึกษาการใช้ ‘ไฮโดรเจน’ พลังงานสะอาดแห่งอนาคต เพื่อช่วยลดมลพิษและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเกิดจากการแยกโมเลกุลของน้ำออกเป็น ไฮโดรเจน และ ออกซิเจน โดยกระบวนการผลิตไฮโดรเจนจำเป็นต้องใช้พลังงานหมุนเวียน หรือที่เรียกว่า ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) ที่ไม่สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังศึกษา ‘แอมโมเนีย’ ที่ผลิตจากไฮโดรเจนและไนโตรเจน เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในระบบขนส่งและอุตสาหกรรม

ยั่งยืน = แสวงหาเทคโนโลยีใหม่ช่วยกักเก็บคาร์บอน

GC ศึกษาและจำลองโมเดลเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิต ของบริษัทที่ GC ลงทุนในรูปแบบ Corporate Venture Capital (CVC) มาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการต่างๆ เพื่อช่วยให้การกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์มีประสิทธิภาพ ส่งผลดีต่อโลกและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ธุรกิจที่ยั่งยืน = สำเร็จได้

ในภาคของธุรกิจ GC มุ่งการพัฒนาธุรกิจสู่ธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน เพื่อรองรับความต้องการของตลาดและสังคมในอนาคต

allnex ผู้นำด้านเคมีภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนระดับโลก

คือผู้ผลิตสารเคลือบผิวระดับโลกในธุรกิจเคมีภัณฑ์ โลก ที่มีความปลอดภัยต่อการใช้งาน ลดการปล่อยของเสียในกระบวนการผลิต จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น โดยมีผลิตภัณฑ์มากมาย อาทิ
Eco Paint Jet Pro เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการพ่นสีอัตโนมัติ ด้วยผลิตภัณฑ์ Coating Resins เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาพ่นไม่ทั่วถึงและลดสีส่วนเกินกระจายนอกชิ้นงาน
EV Battery นวัตกรรมในการพัฒนาโพลิเมอร์สาหรับใช้ในแบตเตอรี่ ช่วยปรับปรุงความหนาแน่นของพลังงาน ลดเวลาในการชาร์จลง และปลอดภัยยิ่งขึ้น ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม
UV Composite อีกหนึ่งนวัตกรรมที่เพิ่มประสิทธิภาพของวัสดุที่คงทนมากขึ้น เพื่อใช้ทดแทนวัสดุโลหะแบบเดิม มีคุณสมบัติในการบ่มที่สั้น ใช้พลังงานน้อย น้ำหนักเบา มีอายุการจัดเก็บที่ยาวนาน และปราศจากสารระเหยอินทรีย์ (VOCs)

การผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel หรือ SAF)

GC เป็นบริษัทไทยรายแรกที่ปรับปรุงโรงกลั่นน้ำมันดิบด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้สามารถรองรับวัตถุดิบเหลือใช้จาก
การผลิต และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับน้ำมันพืชใช้แล้ว เป็นพลังงานหมุนเวียน หรือ Renewable & Sustainable Energy ที่มีวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านกระบวนการกลั่นชีวภาพที่ล้ำสมัย โดยนำมาเป็นวัตถุดิบร่วมกับน้ำมันดิบ เพื่อผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ Sustainable Aviation Fuel (SAF) ซึ่งสามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้อย่างมาก เมื่อเทียบกับน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบเดิม โดยผลิตภัณฑ์ได้รับมาตรฐานด้านความยั่งยืนและการลดการปล่อยคาร์บอน ISSC Plus และ ISSC Corsia ซึ่งรับรองว่าผลิตภัณฑ์จากโครงการนี้ได้รับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เรียกว่าเป็นการพลิกโฉมของอุตสาหกรรมการบินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นต้นแบบของการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน หรือ Renewable & Sustainable Energy ที่มีวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีแผนจะผลิตเชิงพาณิชย์ในเดือนมกราคม 2568

ผลิตภัณฑ์ไบโอพลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพจาก NatureWorks

GC ได้ร่วมมือกับ NatureWorks ผู้นำระดับโลกในการผลิตวัสดุชีวภาพย่อยสลายได้ โดยนำวัตถุดิบหลักจากธรรมชาติทั้งหมดที่ได้ง่ายในประเทศไทยอย่าง อ้อย มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่สลายตัวได้ทางชีวภาพ หรือไบโอพลาสติกที่มีคุณสมบัติหลากหลาย ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์เส้นใยสำหรับการพิมพ์ 3 มิติ สิ่งทอประเภท nonwovens แคปซูลกาแฟที่ย่อยสลายได้ ถุงชา บรรจุภัณฑ์ที่มีความยืดหยุ่น และบรรจุภัณฑ์อาหารที่ย่อยสลายเองได้ มีคุณสมบัติและราคาที่สามารถแข่งขันกับพลาสติกที่ผลิตจากน้ำมันได้ โดย NatureWorks กำลังขยายโรงงานแห่งใหม่ในจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมดำเนินการผลิตอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2568 ตอบสนองตลาดภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและสนับสนุนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ทั้งหมดนี้คือ นวัตกรรมและธุรกิจที่ยั่งยืนของ GC ที่เป็นไปได้และสำเร็จได้ พร้อมพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ‘ยั่งยืนไม่ยาก’ และเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...