“พฤศจิกา-ปีมะโรง” ดักหุ้นใหญ่ไทย รับเงิน “วายุภักษ์-ThaiESG”… ส่วน “หุ้น Infra” แนวโน้มดีรับ “ดอกเบี้ยขาลง” !!!
ลายแทงกองทุน: เข้าสู่เดือนพ.ย. อีกไม่กี่วันก็จะได้รู้กันแล้วว่าใครจะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ แต่ที่แน่ๆ “ดอกเบี้ยขาลง” ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วและยังคงต่อเนื่องไปในปีหน้า
ซึ่งนั่นจะเป็นผลดีต่อภาพรวมการลงทุนทั้ง “หุ้น” และ “ตราสารหนี้” ตลอดจนกลุ่มสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง “กองทุนอสังหาริมทรัพย์/REIT” ด้วยเช่นกัน
“หุ้นไทย” ถือเป็นตลาดที่น่าสนใจที่ราคายังไม่แพง และในช่วงปลายปีเช่นนี้ยังมีโมเมนตัมที่ยังไปต่อได้กับเป้าหมายดัชนีสิ้นปีที่ตลาดมองกันไว้ระดับ 1,500 จุด บวกลบ และปีหน้าที่ 1,600 จุด บวกลบ
โดยเฉพาะในกลุ่ม “หุ้นใหญ่” และ “หุ้นปันผลสูง” ที่เป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนจาก “กองทุนวายุภักษ์” และ “กองทุน ThaiESG” นั่นเอง
อีกธีมที่น่าสนใจก็คือ “หุ้นโครงสร้างพื้นฐานโลก” (Infrastructure) ที่จะได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลงด้วยเช่นกัน
วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ จึงได้คัดสรร “4 กองทุนเด่น” พฤศจิกา-ปีมะโรง กับ 2 ธีมที่น่าสนใจ “กองหุ้นไทยไซส์ใหญ่” และ “กองหุ้น Infra” มาฝากกัน
“ONE-SETHD” ลุย "หุ้นปันผลสูง" ในตลาดหุ้นไทย
มาเริ่มกันที่ “หุ้นไทย” กับ “ONE-SETHD: กองทุนเปิด วรรณ เซ็ท ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน” ของบลจ.วรรณ ที่เน้นลงทุนใน "หุ้นไทย" ที่อยู่ในดัชนี SET High Dividend 30 Total Return Index เป็นหลัก ด้วยทีมงานผู้จัดการกองทุนของ “บลจ.วรรณ” นั่นเอง
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 ก.ย. 24) นั้น มีการลงทุนใน 5 อุตสาหกรรมหลัก ประกอบด้วย 1) ธนาคาร 35.44%, 2) พลังงานและสาธารณูปโภค 28.17%, 3) เทคโนโลยีสีารสนเทศและการสื่อสาร 18.91%, 4) พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 6.96%และ 5) พาณิชย์ 3.65%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) ADVANC 11.09%, 2) PTT 10.19%, 3) KBANK 8.35%, 4) BBL 8.33% และ 5) KTB 8.09% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ONE-SETHD เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -12.14%
“KFINFRA-A” เฟ้น "หุ้น Infra" ทั่วโลกรับดอกเบี้ยขาลง
มาต่อกันที่ “กองหุ้นโครงสร้างพื้นฐานโลก” (Infrastructure) กับ “KFINFRA-A: กรุงศรีเน็กซ์เจเนเรชั่นอินฟราสตรัคเจอร์-สะสมมูลค่า” ของบลจ.กรุงศรี ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นทั่วโลก" ที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน ผ่านกองทุนหลัก ‘UBS(Lux) Infrastructure EquityFund, Class IB USD’ ที่บริหารจัดการโดย Credit Suisse Fund Management S.A.
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 ก.ย. 24) นั้น มีการลงทุนใน 5 อุตสาหกรรมหลัก ประกอบด้วย
1) Oil & Gas Storage & Transportation 20.94%
2) Electric Utilities 17.47%
3) Multi-Utilities 16.28%
4) Rail Transportation 10.06%
5) Airport Services 6.25%“โดยหุ้นที่ลงทุนส่วนใหญ่จะอยู่ใน ‘สหรัฐ’ 51.35% และ ‘แคนาดา’10.27% ตามลำดับ.
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน KFINFRA-A เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -26.55%
“UOBSAS100” เติบโตไปกับ "หุ้นไทย" ในดัชนีSET100
สลับกลับมาที่ “UOBSAS100:กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท แอคทีฟ เซท 100” ของบลจ.ยูโอบี ที่เน้นลงทุนใน "หุ้นไทย" ที่อยู่ในดัชนี SET100 เป็นหลัก บริหารจัดการด้วยทีมผู้จัดการกองทุนของ “บลจ.ยูโอบี”
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 ก.ย. 24) นั้น มีการลงทุนใน 5 อุตสาหกรรมหลัก ประกอบด้วย 1) พลังงานและสาธารณูปโภค 28.43%, 2) ธนาคาร 12.70%, 3) เทคโนโลยีสีารสนเทศและการสื่อสาร 10.72%, 4) ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 8.78%และ 5) ขนส่ง 8.47%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) DELTA 7.53%, 2) AOT 6.83%, 3) ADVANC 6.19%, 4) GULF 6.04% และ 5) CPALL 5.43% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน UOBSAS100 เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -37.24%
“TISCOGIF-R” กระจายลงทุน "หุ้น Infra" ทั่วโลก สไตล์ Fund of Funds
มาปิดท้ายกันด้วย “TISCOGIF-R: กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลบอล อินฟราสตรัคเจอร์ อิควิตี้ ชนิดรับซื้อคืนโดยอัตโนมัติ” ของบลจ.ทิสโก้ ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นทั่วโลก" ที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน ในลักษณะ Fund of Funds ที่จะกระจายลงทุนในกองทุนต่างประเทศตั้งแต่ 2 กอง ขึ้นไป
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 ก.ย. 24) นั้น มีการลงทุนในกองทุนต่างประเทศ 2 กอง ประกอบด้วย
1) LAZARD GLOBAL LISTED INFRASTRUCTURE EQUITY FUND 65%
2) FIRST SENTIER GLOBAL LISTED INFRASTRUCTURE FUND 44%
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน TISCOGIF-R เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -31.77%
สำหรับใครที่มองหาโอกาสการลงทุนที่มีโมเมนตัมในเชิงบวก ทำให้อัพไซด์เปิดกว้าง ในขณะที่ Downside ค่อนข้างจำกัดนั้น ทั้ง “หุ้นไซส์ใหญ่ไทย” และ “หุ้น Infra” น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้ไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะในช่วง “ดอกเบี้ยขาลง” เช่นนี้
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน