โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

6 ปีวันนี้ที่รอคอย "อัจฉริยะ" ฝากถึงทนายคนดัง ใครทำอะไรก็ต้องรับสภาพกรรม

Khaosod

อัพเดต 30 ต.ค. 2567 เวลา 08.50 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2567 เวลา 08.09 น.

"อัจฉริยะ" พาพยานให้ปากคำ รอง ผบช.ก. ปมเข้าพบโค้ชแล็ปในเรือนจำ ฝากถึงทนายคนดัง ใครทำอะไร ก็ต้องรับสภาพกรรม 6 ปีวันนี้ที่รอคอย

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 ต.ค.67 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ออกเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า วันนี้มาประชุมกับพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. เรื่องพาผู้ที่เกี่ยวข้องที่รู้เห็นมีคนแอบอ้างเป็นตำรวจกองปราบฯไปเรียกเงินนายจิระวัฒน์ แสงภักดี หรือโค้ชแล็ป จำนวน 9 ล้านบาท มาให้รายละเอียดกับตำรวจ ที่ต้องไปสืบสวนต่อว่าเป็นตำรวจจริงหรือปลอม

นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ตนเข้าไปในเรือนจำนั้น ขอชี้แจงว่าเข้าไปโดยชอบด้วยกฎหมาย มีหนังสือถูกต้องถึงผบ.เรือนจำ เกี่ยวกับกรณีที่โค้ชแล็ปกล่าวอ้างว่าถูกตำรวจเรียกเงิน 9 ล้านบาท ในวันนี้จึงพาพยานมาพบพล.ต.ต.จรูญเกียรติ เพื่อให้ตรวจสอบว่าบุคคลใดที่ไปแอบอ้าง โดยตนเชื่อว่าไม่มีตำรวจกองปราบฯเข้าไปเรียกรับเงินแน่ๆ เรื่องนี้เป็นคดีใหญ่ ใครจะกล้าไปทำแบบนี้ ส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นมิจฉาชีพที่รับสมอ้างว่าสามารถช่วยเหลือทางคดีได้มากกว่า

นายอัจริยะ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ตัวเองเข้าไปเรือนจำในวันนั้น ก็เข้าไปด้วยเจตนาสุจริต เนื่องจากหากเข้าไปเอง ก็สามารถเข้าไปได้ ผ่านทางภรรยาของโค้ชแล็ป แต่อยากให้มีตำรวจเข้าไปร่วมรับฟังจากปากของโค้ปแล็ปเอง วันนั้นจึงพาคนที่มาร้องไปด้วย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ นอกจากนี้ยังพาไปพบจเรตำรวจ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสด้วย

นายอัจฉริยะ ยังกล่าวถึงกรณีคดีของทนายคนดังที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ด้วยว่า คดีเกิดขึ้นเมื่อปี43 เป็นเรื่องจริง ขณะนั้นยังใช้ชื่อณัฐวุฒิ คดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 4 คน เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับลูกตำรวจซึ่งเป็นเยาวชน มีการออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด 4 คน 3 คนแรกศาลยกฟ้อง ต่อมาทนายคนดังได้ไปมอบตัว อัยการสั่งไม่ฟ้อง และคดีถึงที่สุด ต่อมามีพ.ร.บ.ล้างมลทิน ก็มีการลบประวัตินี้ออกไป มาในปี47 ก็ได้ตั๋วทนายความ

นายอัจฉริยะ กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ตนเป็นคนทำให้ทนายคนดังถูกออกหมายจับถึง 2 หมาย และยังแจ้งความไว้ 3 คดี คดีแรกเกี่ยวกับกรณีพ.ร.บ.ยาเสพติด ที่ร่วมกับตำรวจทุจริต โดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือผู้ต้องหาคดียาเสพติดได้ อัยการสั่งไม่ฟ้องคดีถึงที่สุดแล้ว ส่วนคดีที่ 2 ของ บช.ภ.7 อัยการสั่งไม่ฟ้องอีกเช่นกัน และยังมีคดีร่วมมือกับตำรวจ สภ.แห่งหนึ่งในจ.สมุทรสาคร เรียกรับผลประโยชน์คดียาเสพติด คดีนี้ยังค้างอยู่ที่อัยการทุจริตภาค 7 มานานถึง 4 ปี จึงอยากให้อัยการเร่งสรุปคดีโดยเร็วว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง เพราะไม่ทำก็จะถือเป็นการกระทำที่ทุจริต

นายอัจฉริยะ กล่าวต่ออีกว่า ที่ออกมาพูดประเด็นดังกล่าว เป็นเพราะมีสื่อมวลชนมาสอบถาม ทนายคนนี้ก็อนุญาตให้ตัวเองพูดได้ เนื่องจากรู้เกี่ยวกับทนายคนนี้เป็นอย่างดีในหลายเรื่อง โดยเฉพาะประเด็นโกงเงินลูกความ 71 ล้านบาท หรือ 2 ล้านยูโร รวมทั้งประเด็นเรื่องรถ และเงิน 39 ล้านบาท ตนก็ทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่มองว่าเป็นเรื่องของคดีความ จึงไม่ขอพูดถึงประเด็นดังกล่าวเหมือนเป็นการซ้ำเติม เพราะถือเป็นการกระทำที่ไม่มีคุณธรรม

ทนายคนดัง“ผมไม่ได้เกลียดกับทนายคนดัง ที่จับมือกันในวันนั้น เป็นเพียงการยุติคดีที่ผ่านมา ไม่ให้มีเรื่องฟ้องร้องกันอีก แต่ในวันนี้เป็นวันที่รอคอย เพราะตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ผมถูกโจมตีและกล่าวหามาตลอด เมื่อถึงคราวของทนายคนนี้บ้าง ตนมองว่าใครทำกรรมอะไรไว้ก็ต้องรับสภาพกรรม ความจริงก็คือความจริง” นายอัจฉริยะ กล่าว

นายอัจฉริยะ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ทนายคนนี้พูดในรายการทีวีดังเกี่ยวกับเรื่องเงิน 71 ล้านบาทนั้น ตนได้ยินก็ได้แต่ยิ้มในใจ หลังจากนี้เชื่อว่าทนายคนนี้น่าจะโดนออกหมายจับในระยะเวลาอันใกล้ ซึ่งส่วนตัวได้พูดให้กำลังใจเพียงแค่ว่า อาจจะได้เข้าไปอยู่กับบอสพอล เขาจะจัดการอย่างไรต่อไป ก็เชื่อว่าเขาน่าจะรู้ตัวเองดี แต่ส่วนตัวแล้วขอตั้งประเด็นทิ้งท้ายเอาไว้ว่า ที่ผ่านมาทนายคนดังต่อสู้รบกับนักการเมืองหลายๆ คน รวมทั้งอดีตนายตำรวจระดับสูงไปเพื่ออะไร จึงอยากฝากเตือนว่า หากคิดจะเล่นงานใครต้องขาวบริสุทธิ์จริงๆ เพราะมิเช่นนั้นดาบนั้นจะคืนสนอง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 6 ปีวันนี้ที่รอคอย "อัจฉริยะ" ฝากถึงทนายคนดัง ใครทำอะไรก็ต้องรับสภาพกรรม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...