โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เช็กเลย! เกณฑ์ ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ เลี่ยงเก็บภาษีที่ดินแพง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 เม.ย. 2565 เวลา 04.56 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2565 เวลา 03.51 น.

เช็กเลย! 51 พืช 9 สัตว์ ปลูกกี่ต้น เลี้ยงกี่ตัว ถึงจะเข้าเกณฑ์ที่ดินเกษตรและเสียภาษีถูกสุด

เมื่อวันที่ 9 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีการประกาศบังคับ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 วันที่ 13 มีนาคม 2562 และเริ่มจัดเก็บอย่างเป็นทางการวันที่ 1 มกราคม 2563

แต่ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือบรรเทาภาระผู้ถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปรับลดอัตราการจัดเก็บภาษีลง 90% โดยจัดเก็บเพียง 10% ตั้งแต่ปีแรก 2563 ต่อเนื่องมาถึงปี 2564

ส่งผลต่อกระทบต่อรายได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทศบาล กรุงเทพมหานคร (กทม.) และเมืองพัทยา ลดลงปีละกว่า 3 หมื่นล้านบาท ขณะที่รัฐบาลมีงบประมาณจำกัดจะชดเชยให้ท้องถิ่น

จึงเป็นที่มาปี 2565 รัฐบาลประกาศเดินหน้าจัดเก็บภาษีที่ดิน 100% เป็นปีแรก แต่การจัดเก็บยังคงเก็บอัตราเดิมตามฐานของปี 2563-2564 ไปถึงปี 2566

ได้แก่ 1.ที่ดินเกษตรกรรมจัดเก็บ 0.01-0.1% 2.ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยจัดเก็บ 0.02-0.1% 3.ที่ดินอื่นๆ เช่น การพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม จัดเก็บ 0.3-0.7% และ 4.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์จัดเก็บ 0.3-0.7% ซึ่งขณะนี้ท้องถิ่นเริ่มทยอยแจ้งให้ผู้ถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาเสียภาษีแล้วตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนานยนนี้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ผ่านมามีผู้ถือครองที่ดินที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะทำเลย่านเศรษฐกิจใจกลางเมืองกรุงเทพฯและหัวเมืองใหญ่ มีการนำที่ดินมาแปลงสภาพที่ดินเพื่อให้เข้าเกณฑ์ ”ที่ดินเกษตรกรรม” เพื่อลดภาระภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่ม 10 เท่า เช่น จากปีที่แล้วเคยจ่ายหลักหมื่นบาท จะเป็นหลักแสนบาทในทันที โดยมีการคาดการณ์กันว่าในปีนี้ไปถึงปีหน้าน่าจะมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง รับกับอัตราใหม่ในปี 2567 ที่กระทรวงการคลังจะทบทวนอัตราอีกครั้ง เพื่อให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่อไป

อย่างไรก็ตาม การจะนำที่ดินมาพัฒนาเป็นเกษตรกรรมนั้น จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ซึ่งกำหนดพืช 51 ชนิด และสัตว์อีก 9 ชนิด ถึงจะถือว่าเป็นการใช้พื้นที่เกษตรกรรม

พลิกดูประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า การประกอบการเกษตรที่เป็นการทำไร่ การปลูกผัก การปลูกไม้ผลยืนต้น การปลูกสวนป่า การปลูกป่าเศรษฐกิจ แบบสวนเฉพาะ หรือการปลูกไม้ผลหรือไม้ยืนต้นแบบสวนผสมที่มีชนิดพืชดังต่อไปนี้จะต้องประกอบการเกษตร ให้ได้อัตราขั้นต่ำตามที่กำหนดไว้ จึงจะถือว่าเป็นการใช้ประโยชน์ในการประกอบการเกษตรกรรม

สำหรับพืช 51 ชนิด และอัตราขั้นต่ำการปลูกที่กำหนด ได้แก่ 1.กล้วยหอม 200 ต้น/ไร่ 2.กล้วยไข่ 200 ต้น/ไร่ 3.กล้วยน้ำว้า 200 ต้น/ไร่ 4.กระท้อนเปรี้ยว 25 ต้น/ไร่ พันธุ์ทับทิม 25 ต้น/ไร่ พันธุ์ปุยฝ้าย 25 ต้น/ไร่ 5.กาแฟ 170 ต้น/ไร่ พันธุ์โรบัสต้า 170 ต้น/ไร่ พันธุ์อราบิก้า 533 ต้น/ไร่ 6.กานพลู 20 ต้น/ไร่ 7.กระวาน 100 ต้น/ไร่

8.โกโก้ 150-170 ต้น/ไร่ 9.ขนุน 25 ต้น/ไร่ 10.เงาะ 20 ต้น/ไร่ 11.จำปาดะ 25 ต้น/ไร่ 12.จันทร์เทศ 25 ต้น/ไร่ 13.ชมพู่ 45 ต้น/ไร่ 14.ทุเรียน 20 ต้น/ไร่ 15.ท้อ 45 ต้น/ไร่ 16.น้อยหน่า 170 ต้น/ไร่ 17.นุ่น 25 ต้น/ไร่ 18.บ๊วย 45 ต้น/ไร่ 19.ปาล์มน้ำมัน 22 ต้น/ไร่ 20.ฝรั่ง 45 ต้น/ไร่ 21.พุทรา 80 ต้น/ไร่

22.แพสชั่นฟรุ๊ต 400 ต้น/ไร่ 23.พริกไทย 400 ต้น/ไร่ 24.พลู 100 ต้น/ไร่ 25.มะม่วง 20 ต้น/ไร่ 26.มะพร้าวแก่ 20 ต้น/ไร่ 27.มะพร้าวอ่อน 20 ต้น/ไร่  28.มะม่วงหิมพานต์ 45 ต้น/ไร่ 29.มะละกอ (ยกร่อง) 100 ต้น/ไร่ (ไม่ยกร่อง) 175 ต้น/ไร่ 30.มะนาว 50 ต้น/ไร่ 31.มะปราง 25 ต้น/ไร่ 32.มะขามเปรี้ยว 25 ต้น/ไร่ 33.มะขามหวาน 25 ต้น/ไร่ 34.มังคุด 16 ต้น/ไร่

35.ยางพารา 80 ต้น/ไร่ 36.ลิ้นจี่ 20 ต้น/ไร่ 37.ลำไย 20 ต้น/ไร่ 38.ละมุด 45 ต้น/ไร่ 39.ลางสาด 45 ต้น/ไร่ 40.ลองกอง 45 ต้น/ไร่ 41.ส้มโอ 45 ต้น/ไร่ 42.ส้มโอเกลี้ยง 45 ต้น/ไร่ 43.ส้มตรา 45 ต้น/ไร่ 44.ส้มเขียวหวาน 45 ต้น/ไร่ 45.ส้มจุก 45 ต้น/ไร่ 46.สตรอเบอรี่ 10,000 ต้น/ไร่ 47.สาลี่ 45 ต้น/ไร่ 48.สะตอ 25 ต้น/ไร่ 49.หน่อไม้ไผ่ตง 25 ต้น/ไร่ 50.หมาก (ยกร่อง) 100-170 ต้น/ไร่ และ 51. พืชกลุ่มให้เนื้อไม้ 100 ต้น/ไร่

ส่วนสัตว์ 9 ชนิด ได้แก่ 1.โค ขนาด 7 ตารางเมตรต่อตัว เท่ากับเป็นการใช้ที่ดิน 1 ตัวต่อ 5 ไร่ 2.กระบือโตเต็มวัย ขนาด 7 ตารางเมตรต่อตัว เท่ากับเป็นการใช้ที่ดิน 1 ตัวต่อ 5 ไร่ 3.แพะ-แกะโตเต็มวัย ขนาด 2 ตารางเมตรต่อตัว เท่ากับเป็นการใช้ที่ดิน 1 ตัวต่อไร่ 4.สุกร พ่อพันธุ์ คอกเดี่ยว ขนาด 7.5 ตารางเมตรต่อตัว แม่พันธุ์ คอกเดี่ยว ขนาด 1.5 ตารางเมตรต่อตัว สุกรอนุบาล ขนาด 0.5 ตารางเมตรต่อตัว สุกรขุน ขนาด 1.5 ตารางเมตรต่อตัว คอกคลอด ใช้พื้นที่ไม่น้อยกว่า 6 ตารางเมตรต่อตัว ซองอุ้มท้อง ใช้พื้นที่ไม่น้อยกว่า 2 ตารางเมตรต่อตัว

5.สัตว์ปีกเลี้ยงปล่อย (เป็ดและไก่) 4 ตารางเมตรต่อตัว (ตามมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์) 6.กวาง 2 ไร่ต่อตัว 7.หมูป่า 5 ตารางเมตรต่อตัว (เลี้ยงในโรงเรือน) 0.25 ไร่ต่อตัว (เลี้ยงปล่อย) 8.ผึ้ง บริเวณที่มีพืชอาหารเลี้ยงผึ้ง เช่น เกสร และน้ำหวานดอกไม้ที่สมดุล กับจำนวนรังผึ้ง 9.จิ้งหรีด บริเวณพื้นที่เพียงพอและเหมาะสม กับขนาดและจำนวนบ่อ

ทั้งนี้ในกรณีการประกอบการเกษตรที่เป็นการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ให้ถือว่าการใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่มี ลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นการใช้ประโยชน์ในการประกอบการเกษตรกรรม

1.พื้นที่บ่อดิน บ่อปูน กระชังบก บ่อพลาสติก โรงเพาะฟัก หรือพื้นที่ที่ใช้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในลักษณะอื่นใด ที่ผู้ขุด ผู้สร้าง ผู้จัดทำ เจ้าของ หรือผู้ครอบครอง มีความมุ่งหมายโดยตรงที่ใช้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

2.ที่ดินที่เป็นพื้นที่ต่อเนื่องที่มีกิจกรรมใช้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น บ่อพักน้ำ บ่อบำบัดน้ำ คลองส่งน้ำ คลองระบายน้ำ คูน้ำ คันดินขอบบ่อ ถนน และให้รวมถึงสิ่งปลูกสร้างอื่นใด ที่ใช้ประโยชน์ เพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...