โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ASAP รับโควิดฉุด "ธุรกิจรถเช่า" ระยะสั้น-เช่าผ่านแอปฯ หวังปีนี้ลดขาดทุนจากปีก่อน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 ก.ค. 2564 เวลา 04.50 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2564 เวลา 04.50 น.

นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ (ASAP) เปิดเผยกับ "อินโฟเควสท์" ว่า บริษัท ยอมรับว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจบริการรถยนต์ให้เช่าระยะสั้น และบริการรถยนต์ให้เช่าผ่านแอปพลิเคชั่น (ASAP App) ที่ต้องพึ่งพาการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ จำเป็นต้องหยุดการดำเนินธุรกิจไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะดีขึ้น โดยทั้งสองธุรกิจดังกล่าวนี้มีสัดส่วนรายได้คิดเป็น 10% ของรายได้รวม และในปีนี้ก็คาดว่าจะไม่เห็นรายได้ตรงนี้เข้ามา

ขณะที่ธุรกิจอื่นๆ อย่าง ธุรกิจบริการให้เช่าระยาว ที่มุ่งเน้นการให้บริการแก่ลูกค้านิติบุคคลยังสามารถดำเนินการได้ปกติ เป็นไปตามสัญญาที่ทำไว้ร่วมกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการทำสัญญากับลูกค้าเป็นระยะเวลา 4 ถึง 5 ปี รวมถึงธุรกิจจำหน่ายรถยนต์มือสอง ก็ยังดำเนินการได้ดีอยู่ แม้ปัจจุบันราคาขายปรับตัวลง และยอดขายเบาบางลง เนื่องจากลูกค้าไม่สามารถเดินทางมาดูรถได้ตามปกติ จากการระบาดของโควิด-19 แต่บริษัทฯ ก็ได้มีการปรับตัวมามุ่งเน้นการทำการตลาดและการขายผ่านออนไลน์ หรือ ใน Facebook : asap มากขึ้น และคาดหวังว่าราคารถยนต์มือสองจะกลับมาดีขึ้นในไตรมาส 4/64 ทำให้มองว่าธุรกิจจำหน่ายรถยนต์มือสองจะเป็นตัวแปรหลักที่เข้ามาหนุนผลการดำเนินงานในปีนี้

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคาดหวังว่าไตรมาส 4/64 สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คลี่คลาย ก็จะเริ่มเห็นการฟื้นตัวที่ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม รวมถึงการเดินทาง การใช้ชีวิตที่กลับมาเป็นปกติ

"เราทำได้แค่รอให้นักเดินทาง หรือการเดินทางกลับมาอย่างเดียว ขณะเดียวกันเราก็ดำเนินการลดต้นทุน การบริหารต้นทุนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง"นายทรงวิทย์ กล่าว

ทั้งนี้ ในแง่ของภาพรวมผลการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทคาดว่าคงทำได้แค่ประคองตัว หรือไม่ให้มีผลขาดทุนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ที่ติดลบ 90.55 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 1/64 ยังขาดทุนอยู่ที่ 32.29 ล้านบาท จากการดำเนินการลดต้นทุนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และคาดหวังว่าไตรมาสสุดท้ายของปี หากสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและฟื้นการเดินทางให้กลับมาเป็นปกติได้บ้าง ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างรอติดตามสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานอีกครั้ง

ส่วนรายได้ในปีนี้คาดมีโอกาสเติบโตกว่าปีก่อนที่ทำได้ 3,556.79 ล้านบาท จากธุรกิจการจำหน่ายรถยนต์มือสองที่จะเข้ามาเป็นตัวหนุน และคาดหวังว่าในไตรมาส 4/64 จะเห็นซัพพลายใหม่น้อยลง การโดนยึดรถน้อยลง ซึ่งจะทำให้ราคารถยนต์มือสองกลับมาดีกว่าปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...