โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"กกพ."รื้อกม.พลังงานเพิ่มอำนาจดูแลท่อน้ำมัน-LNG

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 28 ม.ค. 2561 เวลา 13.30 น.

กกพ.ปรับปรุงกฎหมายพลังงาน2 ฉบับ รวบธุรกิจก๊าซธรรมชาติ-ท่อส่งน้ำมันมากำกับดูแล ด้านไฟฟ้าลดขนาดกำลังผลิตไฟที่ 200 กิโลวัตต์แอมแปร์ต้องขอใบอนุญาต

ภาพรวมของความต้องการและการผลิตไฟฟ้าของประเทศเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจากการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าลดลงโดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่แม้แต่บนหลังคาบ้านเรือนก็สามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ได้ แต่ในแง่ของการกำกับดูแลกฎหมายด้านพลังงานไม่ได้ครอบคลุมถึงการผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กดังกล่าว ทำให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ต้องดำเนินการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 2 ฉบับ คือ 1) พระราชบัญญัติประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 และ 2) พระราชกฤษฎีกาการกำหนดประเภท ขนาดและลักษณะของกิจการพลังงาน ที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2552 ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ กกพ.ได้เปิดรับฟังความเห็นต่อการปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวในจังหวัดขอนแก่น สุราษฎร์ธานี และกรุงเทพฯ เรียบร้อยแล้ว

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้กำลังแก้ไขกฎหมายทั้ง 2 ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนไป สาระสำคัญหลัก ๆ ที่ได้ดำเนินการแก้ไขนั้นคือ การเพิ่มการกำกับดูแลกิจการน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะครอบคลุมการขนส่งน้ำมันทางท่อ ที่ขณะนี้ภาคเอกชนกำลังลงทุนขยายท่อน้ำมัน 2 เส้นใหม่ ไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ซึ่ง กกพ.จะดูแลตั้งแต่ระบบท่อที่ใช้ในการรับส่งน้ำมันเชื้อเพลิงจากโรงกลั่นน้ำมันไปยังคลังน้ำมันจนถึงจุดซื้อขาย รวมถึงอุปกรณ์หรืออื่น ๆ ที่จำเป็นในการรับและส่งน้ำมัน นอกจากนี้ยังแก้ไขการกำกับดูแลธุรกิจก๊าซธรรมชาติ โดยเพิ่มเติมให้ดูแลระบบสถานีรับก๊าซ เพราะปัจจุบันมีโครงการ LNG Receiving Terminal หรือท่าเรือและคลังก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งในอนาคตจะต้องเปิดเสรีเพื่อให้บุคคลที่ 3 เข้ามาใช้ระบบท่าเรือและคลังของ ปตท. ทั้งนี้ยังรวมถึงการกำหนดอัตราค่าผ่านท่อด้วย ฯลฯ

ในขณะที่พระราชกฤษฎีกาการกำหนดประเภท ขนาดและลักษณะของกิจการพลังงานนั้น สาระสำคัญที่ได้แก้ไขคือ จากเดิมที่กำหนดให้ผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีกำลังผลิตตั้งแต่ 1,000 กิโลวัตต์แอมแปร์ (กรณีจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบ) จะต้องยื่นขอรับใบอนุญาต เปลี่ยนเป็นผู้ผลิตไฟที่มีกำลังผลิตตั้งแต่ 200 กิโลวัตต์แอมแปร์ขึ้นไป จะต้องยื่นขอใบอนุญาต โดยในพื้นที่ต่างจังหวัดสามารถขอใบอนุญาตได้ที่สำนักงานสาขาของ กกพ.ในแต่ละจังหวัดได้ ซึ่งให้บริการแบบ “one stop service” ลดขั้นตอนจากเดิมที่ต้องแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกไป

“เดิมทีเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงมีกรมธุรกิจพลังงานกำกับดูแล แต่เนื่องจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ต้องการให้ กกพ.เข้ามาช่วยดูแล โดยเฉพาะในส่วนของท่อส่งน้ำมัน ในขณะที่เรื่องสเป็กน้ำมันและสถานีบริการน้ำมันก็ยังเป็นหน้าที่ของกรมธุรกิจพลังงาน ส่วนเรื่องไฟฟ้าที่ลดขนาดกำลังผลิตติดตั้งลงมานั้นเพื่อให้สามารถกำกับดูแลได้อย่างทั่วถึง”

นายวีรพลกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากเปิดรับฟังความเห็นแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือรวบรวมรายละเอียดทั้งหมดนำเสนอต่อ ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเพื่อพิจารณา หลังจากนั้นนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, คณะกรรมการกฤษฎีกา และประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวอย่างเป็นทางการต่อไป

 

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Prachachat ได้แล้วทั้งระบบ iOS และแอนดรอยด์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...