กรุงไทย เพิ่มเครื่อง EDC จ้างนักศึกษา รับร้านค้าลงทะเบียน เราชนะ
กรุงไทย เพิ่มเครื่อง EDC 2 หมื่นเครื่อง – จ้างงานนักศึกษา อำนวยความสะดวกร้านค้าเดินทางมาลงทะเบียน “เราชนะ” ที่สาขา ย้ำคนไม่มีมือถือ ลงทะเบียนที่แบงก์ 15 ก.พ.นี้ ด้าน สศค. ชี้เปิดกว้างร้านค้าร่วมโครงการ “ทำผม-ทำเล็บ” ร่วมได้ มีหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบหน้าร้าน
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า หลังจากมีการเปิดลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเราชนะ ทั้งในส่วนของประชาชน และร้านค้า ล่าสุด พบว่ามีร้านค้าในส่วนของผู้ให้บริการ เช่น แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ ทยอยเดินทางมาที่สาขาธนาคารกรุงไทย เพื่อลงทะเบียนเป็นร้านค้าเข้าร่วมโครงการ กรุงไทยจึงได้เตรียมเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) กว่า 20,000 เครื่อง และจ้างงานนักศึกษา เพื่อมาให้บริการในจุดสาขาที่มีความหนาแน่น ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับร้านค้าด้วย
อย่างไรก็ดี ขอย้ำว่าประชาชนที่เป็นกลุ่มพิเศษ ซึ่งไม่มีโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟน สามารถเดินทางมาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. 2564 พร้อมกันนี้ ยืนยันว่าการเปิดลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ ระบบจะไม่ล่มแน่นอน เนื่องจากได้มีการเตรียมระบบรองรับเป็นอย่างดี โดยเช้าวันนี้ (29 ม.ค. 2564) มีผู้เขามาลงทะเบียนเพียง 20% ของ capacity
นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โครงการเราชนะเปิดให้ร้านค้าผู้ให้บริการเข้ามาร่วมโครงการได้ เช่น ผู้ให้บริการคมนาคม การขนส่งสาธารณะ รวมทั้งผู้ให้บริการอื่น ๆ อาทิ ร้านทำผม ร้านทำเล็บ เป็นต้น ซึ่งหากเป็นร้านที่ไม่มีใบอนุญาตจะมีเจ้าหน้าที่จากกรุงไทย และได้ขอความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย ลงไปตรวจสอบหน้าร้านค้าเหล่านั้น ก่อนอนุมัติเขาร่วมโครงการ
“ร้านค้าที่ร่วมโครงการต้องมีหน้าร้าน และไม่เป็นนิติบุคคล อย่างไรก็ดี ผู้ที่ไม่มีหน้าร้าน จะมีการส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบว่าเป็นร้านค้าจริงหรือไม่ หากมีเครื่องมือในการประกอบอาชีพ ก็จะสามารถเข้าร่วมโครงการได้ ส่วนผู้ให้บริการ เช่น แท็กซี่ ต้องมีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะที่เป็นของการขนส่งทางบก หรือมีเอกสารต่าง ๆ รองรับโดยภาครัฐ จึงจะสามารถเข้าร่วมโครงการได้”
สำหรับการจ่ายเงินให้กับร้านค้าในโครงการเราชนะ จะโอนเงินให้ร้านค้าในวันรุ่งขึ้น ไม่เว้นวันหยุดข้าราชการ ซึ่งมีความคล่องตัวกว่าที่ผ่านมา ที่จ่ายเงินคืนให้ร้านค้านานถึง 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจะสามารถเห็นยอดการขายในแต่ละวันได้ ผ่านแอปพลิเคชั่นถุงเงินในทุก ๆ วัน
ส่วนในเรื่องมาตรการดูแลกลุ่มตกหล่น อาทิ ผู้ประกันตน มาตรา 33 จำนวน 4,000 บาท ระยะเวลา 1 เดือนนั้น เป็นเรื่องในระดับนโยบายที่จะต้องเร่งดูแล อย่างไรก็ดี ยังมีวงเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เหลืออยู่ สามารถรองรับการช่วยเหลือกลุ่มนี้ได้
ทั้งนี้ ล่าสุด มีประชาชนเข้ามาลงทะเบียนขอเข้าร่วมโครงการเราชนะแล้ว 5.4 ล้านคน