โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤตภัยแล้ง อีอีซี ยังสาหัส-ชง ครม.สัญจร บี้ 54 โครงการ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 ส.ค. 2563 เวลา 06.04 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2563 เวลา 04.05 น.

วิกฤตน้ำแล้งยังสาหัส 3 จังหวัด EEC “ระยอง-ชลบุรี-ฉะเชิงเทรา” ฝนน้อย 6 เขื่อนมีใช้แค่ 22% อ่างเก็บน้ำประแสร์มี 15% บางพระเหลือ 4% สนทช.หารือหอการค้าเสนอ 54 โครงการ 5 หมื่นล้านเข้า ครม.สัญจรระยอง 25 ส.ค.จี้เอกชนสร้างสระน้ำสำรอง แก้ปัญหาตัวเอง หากฉุกเฉินเตรียมผลิตน้ำจืดจากทะเล แต่ต้นทุนสูงเกิน ระยองวอนเอกชนหาแหล่งน้ำอื่นจำหน่าย

ปัญหาภัยแล้งยังคงทวีความรุนแรงต่อเนื่อง แม้จะเข้าสู่ฤดูฝนแล้วก็ตาม โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นความหวังด้านการลงทุนของประเทศไทย และคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะสัญจรไปประชุม ณ จังหวัดระยอง ในวันที่ 24-25 สิงหาคมที่จะถึงนี้

แล้งหนักต่อเนื่อง

แหล่งข่าวจากพื้นที่ภาคตะวันออกเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ประชุมร่วมกับหอการค้าภาคตะวันออกเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยประชุมผ่านระบบ conferrence ถึงประเด็นแนวทางการบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก ปี 2563-2580 ตามยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคตะวันออก

จากรายงานในที่ประชุมถึงการลงพื้นที่พบว่า ปีนี้ฝนตกน้อยต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำรุนแรงขึ้น จากสถานการณ์น้ำในภาคตะวันออก ณ 11 ส.ค. 2523 มีปริมาณน้ำใช้รวม 326.20 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 22 ถือว่าต่ำมาก

ทั้งอ่างเก็บน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่อย่าง “อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล” ก็มีเพียง 1 แห่งเท่านั้นที่มีน้ำใช้ได้เกินกว่าร้อยละ 50 ปัจจุบันมีปริมาณน้ำใช้ 104.37 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 64

ขณะที่อ่างเก็บน้ำอื่น ๆ คงเหลือต่ำกว่าร้อยละ 50 ทั้งสิ้น ได้แก่ เขื่อนขุนด่านปราการชล มีน้ำ 71.97 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 32, เขื่อนนฤบดินทรจินดา 80.24 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 27, อ่างเก็บน้ำประแสร์ 44.33 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 15%

ที่น่าตกใจคือ อ่างเก็บน้ำคลองสียัด มีปริมาณน้ำเหลือแค่ 20.25 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 5 รวมถึงอ่างเก็บน้ำบางพระ ที่มีน้ำเหลือเพียง 5.04 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 4 เท่านั้น

“น้ำเกือบหมดอ่างแล้ว และไม่สามารถสูบผันน้ำมาเติมได้ เพราะระยองมีน้ำจำกัด หากผันน้ำมาช่วยตอนนี้ ปีหน้าจะลำบาก ยิ่งบางปะกงมีน้ำทะเลหนุนสูงก็มีแนวโน้มจะใช้น้ำมากขึ้นอีกในอนาคต” แหล่งข่าวกล่าวและว่า

เสนอ 54 โครงการเข้า ครม.

สทนช.จึงนำโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและการจัดการทรัพยากรน้ำรองรับเขต EEC ปี 2563-2580 ทั้งหมด 54 โครงการ รวมมูลค่า 50,691.09 ล้านบาท มาหารือกับหอการค้าภาคตะวันออก เพื่อทบทวนอีกครั้ง ก่อนเสนอ ครม.สัญจรที่จังหวัดระยอง ในวันที่ 24-25 สิงหาคมนี้ หลังผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ที่มี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

“ที่ปรับแผนคือเพิ่มระบบสูบน้ำและผันน้ำจากคลองต่าง ๆ มาใช้ก่อน เราหวังว่าช่วง 2 เดือนก่อนจะหมดฤดูฝน จะมีปริมาณน้ำฝนเข้ามาเติมในเขื่อน และอ่างเก็บน้ำบ้าง” แหล่งข่าวกล่าว

นอกจากนี้ ดร.สมเกียรติยังกล่าวในที่ประชุมอีกว่า ปัญหาหลักในภาคตะวันออกแยกเป็น 3 ส่วน คือ 1.การขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค เช่น พัทยา จะขาดน้ำประปาในฤดูแล้ง รวมถึงนิคมอุตสาหกรรม และเขต EEC จำเป็นต้องใช้น้ำปริมาณมาก ทั้งภาคเกษตร ท่องเที่ยวเชิงเกษตร และน้ำรักษาระบบนิเวศหลังฤดูฝน

2.ปัญหาน้ำท่วมที่ปราจีนบุรี ต้องระบายสู่แม่น้ำบางปะกงลงทะเล หรือการที่ฝนตกหนักจะทำให้น้ำท่วมชุมชนเมืองพัทยา ชลบุรี สระแก้ว และ 3.เรื่องคุณภาพน้ำ ทั้งน้ำเสีย และการบำบัดน้ำเสีย น้ำเค็มจากแม่น้ำบางปะกงที่หนุนถึงปราจีนบุรี ทำให้ฤดูฝนมีน้ำเค็มจะกักเก็บไม่ได้ ซึ่งปี 2580 ประชากรภาคตะวันออกจะเพิ่มจาก 6 เป็น 8 ล้านคน และ EEC จะเพิ่มจาก 4 เป็น 6 ล้านคน จึงต้องเร่งแก้ปัญหาเรื่องน้ำ โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาช่วย

ตั้งทีมเฉพาะกิจ

“ปีนี้ภาคตะวันออกแล้งหนักสุด กนช.จึงตั้งคณะอนุกรรมการจัดการน้ำภาคตะวันออกมารีบแก้ปัญหา โดยอนุมัติงบฯกลางให้เร่งสถานีสูบน้ำจากคลองบางพระ ไปอ่างเก็บน้ำประแสร์ ให้ทันในฤดูฝนนี้” แหล่งข่าวกล่าวและแนะว่า

ภาคเอกชนควรมีสระน้ำสำรองไว้ใช้ 1-2 สัปดาห์ หรือ 1-2 เดือน เป็นการแก้ปัญหาของตัวเอง เพราะการผลิตน้ำจืดจากทะเลยังมีต้นทุนสูงเกิน 40 บาทต่อ 1 ลบ.ม. สทนช.ยังต้องศึกษาต่อไป

ส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา ปีนี้มีปัญหาน้ำบริโภคที่ชัดเจน แหล่งเก็บน้ำของกรมชลประทานจุน้ำได้เพียง 480 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งไม่เพียงพอ ต้องพึ่งลุ่มแม่น้ำปราจีน นครนายก ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา คลองรังสิต มาช่วย จังหวัดชลบุรี มีอ่างเก็บน้ำบางพระศรีราชา เป็นศูนย์กระจายน้ำไปแอ่งเล็ก ๆ ปริมาณฝนตกไม่เต็มความจุของอ่าง ทำให้การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมรอบ ๆ เมืองพัทยา แหลมฉบัง ชลบุรี น้ำไม่พอใช้

อ่างเก็บน้ำระยอง ความจุ 590 ล้าน ลบ.ม. ความต้องการใช้ 494 ล้าน ลบ.ม. ปี 2563 จึงมีปัญหาน้ำน้อย แล้วน้ำบางส่วนต้องส่งไปช่วยชลบุรี ที่ผ่านมาต้องสูบน้ำจากลุ่มแม่น้ำจันทบุรี ลุ่มแม่น้ำวังโตนดในฤดูฝน มาเติมในอ่างเก็บน้ำประแสร์ 10 ล้าน ลบ.ม.

ตามแผนปี 2563-2580 จะสูบน้ำ 70 ล้าน ลบ.ม. มาช่วยพัฒนาพื้นที่ EEC และมีโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำใหม่อีก 10 แห่ง ภายใต้งบประมาณปี 2563-2570 และทำเครือข่ายเชื่อมโยงอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่-คลองบางพระ ลุ่มแม่น้ำจันทบุรี บางส่วนกับอ่างเก็บน้ำประแสร์ สร้างสถานีผันน้ำถาวร จากอ่างเก็บน้ำพานทอง-บางพระ ขุดคู คลอง แก้มลิง เจาะบ่อบาดาลใช้ในนิคมอุตสาหกรรม ภาคเกษตร อุปโภค

ซึ่งแผนระยะสั้นในโครงการพัฒนาแหล่งน้ำฯ มี 16 โครงการ ทำไปแล้วในระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา จันทบุรี งบประมาณ 14,611.45 ล้านบาท แล้วเสร็จปี 2565 คาดว่าจะมีความจุน้ำเพิ่มขึ้น 253.60 ล้าน ลบ.ม. แผนระยะยาวมี 38 โครงการ เช่นแผนการผลิตน้ำจืดจากทะเล 50-70 ล้าน ลบ.ม.

จี้เอกชนหาแหล่งน้ำอื่น

แหล่งข่าวจากจังหวัดระยองกล่าวว่า ปีนี้มีการใช้น้ำจนแห้งขอดติดก้นอ่าง ยิ่งฝนตกน้อย ปริมาณน้ำในอ่างก็ยิ่งน้อย หากใช้เฉพาะในจังหวัดระยอง คาดว่าจะใช้ได้ถึงฤดูฝนปี 2564

แต่หาก บมจ.จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก หรือ EASTW มาดูดไปจำหน่ายให้ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการในจังหวัดชลบุรี และฉะเชิงเทราด้วยอีก จะยิ่งทำให้น้ำไม่เพียงพอแน่นอน

“ทางระยองจึงขอให้บริษัทเอกชนไปหาแหล่งน้ำอื่นเพื่อจำหน่าย เพราะน้ำเริ่มมีปริมาณจำกัด และจังหวัดก็ต้องไปดึงน้ำจากวังโตนดที่จันทบุรีมาใช้ ซึ่งจันทบุรีก็ประสบปัญหาภัยแล้งเช่นกัน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...