โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

อภิญญา ตะวันออก : ฤๅเคยมี "เจ้าคุณพระ" ในราชสำนักเขมร?

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 03 ก.ย 2562 เวลา 04.55 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2562 เวลา 04.55 น.

อย่างหาที่สุดมิได้ในราชทินนามเจ้านายฝ่ายในของไทย “เจ้าคุณพระ” ได้รับการรื้อฟื้นนำมาสถาปนาเป็นอีกครั้งหลังจากเคยปรากฏอยู่ในราชสำนักสยามเมื่อ 98 ปีก่อนในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (2464)

และหาที่สุดมิได้ หากว่าอาจจะเคยมีตำแหน่งเดียวกันนี้ในราชสำนักเขมรด้วยหรือไม่? ซึ่งมีเค้าว่า อยู่รัชสมัยเดียวกับพระบาทนโรดม (2377-2447) ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5

แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานนี้ปรากฏในพระสุบรรณบัตร หรือราชกิจจานุเบกษาแห่งราชวงศ์องค์ด้วงก็ตาม อย่างที่ทราบ เอกสารต่างๆ ได้ผ่านมากว่าร้อยปีแล้ว อีกกัมพูชาเองก็เป็นประเทศที่ประสบหายนะจากการกวาดล้างทำลายในสงครามกลางเมือง จนแทบจะเรียกว่าทุกสถาบันองค์กรต้องรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่

รวมทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์

หากแต่หลักฐานที่นำไปสู่เรื่องนี้ มาจากวรรณกรรมเรื่องเดียวที่อื้อฉาว แต่งโดยโรลองด์ เมเยร์ (Roland Theodore Emile Meyer) อดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลอินโดจีนประจำกรุงพนมเปญระหว่างปี พ.ศ.2452-2464 ที่เปิดโปงชีวิตส่วนตัวพระมหากษัตริย์กัมพูชากับนางรำแห่งวังหลวง ที่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นนางสนมในพระองค์

และนั่นเอง จากมุมหนึ่งของนวนิยายอื้อฉาวเรื่องนี้ ที่ทำให้ประวัติศาสตร์ราชสำนักกัมพูชาถูกรื้อฟื้นอีกครั้ง ต่อเรื่องราวแห่งปราสาทบรรยงค์และเทวาวินิจฉัย โดยพระองค์และเหล่านางรำเป็นตัวละคร จนถูกห้ามจำหน่าย และอัปเปหินักเขียนออกนอกประเทศ

“สารามณี : นาฏการนางรำเขมร” (Saramani Danseurs Khmer) คือนวนิยายเล่มนั้น เขียนขึ้นในปี 2455 ตีพิมพ์เล่มใหญ่กระดาษปอนด์สวยงามพร้อมภาพประกอบ ที่สำนักพิมพ์ไซ่ง่อน (ไพรนคร) ในปี พ.ศ.2462

สารามณี เป็นตัวเองของนวนิยายและเป็น 1 ในบรรดานางรำ ที่นำผู้อ่านไปสู่เรื่องราวหญิงชาววังกัมพูชาคนอื่นๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นเจ้าจอมหม่อมห้าม หรือพระสนมของกษัตริย์ พ่วงด้วยตำแหน่งนางรำแห่งวังหลวง ที่มาของคำว่า “ภรรยาของพระมหากษัตริย์ที่ไม่ใช่เจ้านาย” ฉบับเขมร

และตำแหน่ง “คุณพระ” หรือ “เจ้าคุณพระ” นั้นด้วย (*)

 

แม้นวนิยายเรื่องนี้จะเขียนและตีพิมพ์ในรัชสมัยพระบาทสีโสวัตถิ์ (2447-2470) และเนื้อหาส่วนใหญ่อยู่ปลายสมัยพระบาทนโรดมและต้นรัชกาลพระบาทสีโสวัตถิ์

จึงกล่าวได้ว่า ตัวละครนางรำในสารามณี เป็นนางรำ 2 รัชกาลแล้ว แต่ที่มากกว่านั้น บางกลุ่มนางรำยังเกี่ยวกับราชสำนักสยาม อย่างน้อย 3 คณะที่อุปถัมภ์โดยพระบาทนโรดม มีความเกี่ยวพันกับชาติตระกูลทางสยาม

ถ้าไม่ใช่ชาวเขมรที่อพยพตามเจ้านายเชื้อพระวงศ์มาตั้งรกรากในกรุงเทพฯ ก่อนอพยพกลับกัมพูชา (ราวปลายรัชกาลที่ 4) ในจำนวนนี้มีทั้งหัวหน้าคณะละคร นักดนตรีวงพิณพาทย์ หญิงรับใช้ ฯลฯ จากคำบอกเล่าของสารามณี คนเหล่านี้ที่มีวัฒนธรรมความเป็นอยู่แบบชาวสยาม

อีกทั้งยังเป็นกลุ่มคนที่ในหลวงโปรดปรานและทรงพระสำราญเสมอ ในยามที่มีพระดำรัสเป็นภาษาไทย (เสียม) ต่อเหล่านางรำและข้าหลวงเหล่านี้ ที่ส่วนใหญ่ก็พูดภาษาไทยโต้ตอบพระองค์

นั่นคือในส่วนที่นาฏศิลป์เขมรอาจเกี่ยวกับราชสำนักสยาม

ส่วนความเป็นกษัตริย์ 2 แผ่นดิน “นโรดม-สีโสวัตถิ์” ซึ่งต่างมีพระจริยวัตรและบุคลิกที่แตกต่าง ทว่าเต็มไปด้วยความน่าจดจำ

โดยเฉพาะความรักความหลงใหลต่อวัฒนธรรมนาฏศิลป์ผ่านทางขนบจารีตแบบราชสำนัก และพระราชอำนาจ จากการแสดงออกต่อเหล่าข้าหลวง-นางรำที่เต็มไปด้วยรัก โลภ โกรธ หลง

 

ดังนี้ แม้สารามณีจะตีพิมพ์หลังพระบาทนโรดมสิ้นพระชนม์ไปแล้ว 15 ปี กระนั้น พระบาทสีโสวัตถิ์-ในนามองค์อุปราช-ตัวละครที่มีบทรอง แต่กลับทรงกริ้วต่อเรื่องราวทั้งหมดที่พาดพิงพระเชษฐา ทว่า อันที่จริงแล้วออกจะแปดเปื้อนมาถึงพระองค์โดยตรง

โดยเฉพาะเรื่องส่วนตัวของกษัตริย์พระราชอำนาจในพระองค์ ต่อการให้คุณให้โทษเหล่านางสนมและข้าราชบริพาร

ตัวอย่าง “เจ้าคุณพระ” พระสนมนามว่า “เญียด” หรือ “(เจ้า) คุณพระเญียด” หัวหน้าคณะละครซึ่งถือสิทธิ์ดูแลสารามณีในฐานะที่นำตัวขึ้นถวายพระองค์ คุณพระเญียดนั้นมีอีกชื่อหนึ่งว่า “คุณเจ้าหยับ”

และเป็นหลักฐานที่ว่า “คุณเจ้าหยับ” ได้รับการแต่งตั้งทินนามจากในหลวง ซึ่งมักจะตามมาด้วยการเปลี่ยนชื่อเก่าอีกด้วย

ไม่เพียงแต่เท่านั้น ในคณะละครเหล่านี้ยังมีพระสนมนางรำคนอื่นๆ ที่พ่วงด้วยตำแหน่ง “คุณท่าน”, “คุณ” และ “หม่อม” ซึ่งล้วนแต่เคยปรากฏอยู่ในสยาม

เริ่มจาก “คุณท่าน” หัวหน้าคณะละครที่ “ในหลวง” วางพระทัยและรับสั่งให้ดูแลสารามณี โดยขณะนั้น ดูเหมือนคุณท่านจะมีอำนาจในการดูแลคณะละครเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือคณะละครของคุณพระเญียด หรือ “คุณพระญาติ” (ภาษาไทย)

ส่วนหัวหน้าคณะละครลำดับ 3 คือ “หม่อมสวน” เช่นเดียวกับคุณท่านและคุณพระเญียด ที่รับเงินประทานจากในหลวงมากพอจะเลี้ยงดูพ่อ-แม่และเหล่าข้าทาสอย่างสบาย รวมทั้งตำหนักส่วนตัวบริเวณหลังปราสาทบรรยงค์ของคุณท่าน คุณพระเญียดและหม่อมสวน

กระนั้นก็ยังมีพระสนมที่ทรงวางพระทัยและโปรดปรานมาก คือ “คุณนวน” ผู้ได้พำนักอยู่ในปราสาทเมขลาของในหลวง

อย่างไรก็ตาม กระนั้น ทรงมีหม่อมโปรดคนใหม่ที่หลงใหลโปรดปรานมากคือ “หม่อมหนูน้ำ” นางรำชาวเสียมผิวดำกรอกิก (ดำสนิท) แต่เต็มไปด้วยอารมณ์ขันและมีเสน่ห์ ทำให้องค์ในหลวงเกษมสำราญในช่วงท้ายรัชกาลที่ทรงประชวร

ทว่าหม่อมหนูน้ำผู้นี้ ตามท้องสารามณีเล่า โดยนอกจากจะเป็นสนมโปรดแล้ว เธอยังเป็นชู้รักกับเจ้านายแห่งวังหลังซึ่งก็คือองค์อุปราช หรือนัยทีนวนิยายที่หมายถึงพระบาทสีโสวัตถิ์

ผู้จะสามารถครอบครองคณะละคร (รวมทั้งสนม) ทั้งหมดของพระเจ้าอยู่หัวองค์ก่อน เมื่อสิ้นพระชนม์ไปแล้ว และการได้ตกเป็นสมบัติของกษัตริย์พระองค์ใหม่นี้ รวมทั้งกรณีของหม่อมหนูน้ำด้วย

ทว่าโชคร้ายหม่อมหนูน้ำในสารามณีถูกจับได้และโทษฐานแห่งความอันร้ายแรงนั้น ทำให้เธอถูกนำตัวไปโบยและจองจำ

 

หม่อมหนูน้ำผู้นี้มีตัวตนอยู่จริงๆ ในสมัยรัชกาลพระบาทสีโสวัตถิ์

กล่าวคือ นอกจากจะเป็นสนมในพระองค์คนหนึ่งแล้ว เธอยังเป็นนางละครผู้รับบทนำในคณะละครแห่งวังหลวงอีกด้วย

จากหลักฐาน “การเสด็จประพาสฝรั่งเศสในพระบาทสีโสวัตถิ์ปี พ.ศ.2449” อันประกอบด้วย คณะนาฏศิลป์ผู้ติดตามเพื่อเปิดการแสดงขึ้นที่ปราสาทฌ็องอิลิเซ่ กรุงปารีส ต่อหน้าพระพักตร์ เชื้อพระวงศ์ กลุ่มชาติอินโดจีนและรัฐนิคมอื่นๆ คณะรัฐบาลและทูตานุทูต

และในบรรดา “Royal Noble Consort” หรือ 1 ใน 5 พระสนมผู้ตามเสด็จครั้งนั้น มีหม่อมหนูน้ำอยู่ด้วยคนหนึ่ง (**)

และ “หม่อมมะเฟือง” (neak Moneang Meah Fuoeng) พระสนมลำดับที่ 1 ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นหัวหน้าคณะละครมาก่อน แม้ในจดหมายเหตุรายวันเสด็จประพาสฯ จะบันทึกว่า พระองค์เจ้าหญิงโสมภาดี พระธิดาในพระบาทสีโสวัตถิ์เป็นองค์หัวหน้าคณะก็ตาม

โดยให้ข้อสังเกตว่า ในปี พ.ศ.2449 นั้น ฐานะของ “ภรรยาของพระมหากษัตริย์ที่ไม่ใช่เจ้านาย” ของกัมพูชาโดยตำแหน่งนี้ มีแต่ “เนียะ” และ “เนียะมะเนียง” เท่านั้น จากหลักฐานออกญาเวียงจวนน์ผู้บันทึกจดหมายเหตุตามเสด็จฯ ครั้งนั้น

หม่อมหนูน้ำ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “neak Nou Nam” (นัก/เนียะหนูน้ำ) มิใช่หม่อมดังในละครสารามณี

อย่างไรก็ตาม ในสารามณีนั้น มีตอนหนึ่งที่เกี่ยวกับการติดตามในหลวงไปยุโรป และสารามณีก็เป็น 1 ในนางรำเหล่านั้นด้วย

เป็นไปได้ว่า โรล็องด์ เมเยร์ น่าจะได้อ่านบันทึกฉบับเขมรของออกญาเวียงจวนน์ เมื่อย้ายมาประจำที่กัมพูชา นอกจากนี้ การที่เขาสามารถเข้านอกออกในวังหลวงแห่งนี้บ่อยครั้ง โรล็องด์ เมเยร์ จึงน่าจะเข้าถึงข้อมูลชั้นปฐมภูมิด้วยตนเอง จนนำไปสู่พล็อตเรื่องประโลมโลกย์-สารามณี ที่เงียบงันอยู่ในบรรณพิภพมาครบ 100 ปี

เช่นเดียวกัน 100 ปีให้หลังการเสด็จประพาส ที่โอลิวิเยร์ เดอ แบร์น็อง ลงมือแปลบันทึกออกญาเวียงจวนน์ ตีพิมพ์เผยแพร่ (2549)

และนำไปสู่ตำแหน่งต่างๆ ของเหล่านางสนมกษัตริย์เขมรเมื่อร้อยกว่าปีก่อน? ว่าเคยปรากฏอยู่จริงหรือไม่?

โดยเฉพาะตำแหน่ง “เจ้าคุณพระ” หรือ “คุณพระ” แห่งนิยายประโลมโลกย์

—————————————————————————————————————————–
(*) ความเห็นจากผู้เขียน : คำศัพท์เขมรในสารามณี มีทั้งพ้องเสียงและกร่อนรูปคำต่างๆ แต่ยังคงความหมายเดิม เช่น “หลวง-ในหลวง”, “คุณเจ้าหยับ-เจ้าคุณหยับ”, “เจ้าคุณพระ-คุณพระ”
(**) Voyage en France du roi Sisowath, โอลิวิเยร์ เดอ แบร์น็อง แปล, 2549

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...