โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

25 ปี เจ้าหญิงไดอานาสิ้นพระชนม์ อุโมงค์ความทรงจำ และบทเรียนของวัง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 ส.ค. 2565 เวลา 03.45 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2565 เวลา 02.28 น.
AP Photo

เจ้าหญิงไดอานาสิ้นพระชนม์ วันที่ 31 ส.ค. เมื่อ 25 ปีก่อน มีเรื่องราวที่ผู้คนจดจำ และมีบทเรียนสำหรับวังอังกฤษ

วันที่ 31 สิงหาคม 2565 สำนักข่าว เอพี รายงานรำลึก 25 ปี เจ้าหญิงไดอานาสิ้นพระชนม์ ในอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่อุโมงค์ทางลอดสะพานกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส วันที่ 31 ส.ค. 1997 (พ.ศ. 2540)

รายงานหนึ่งเป็นบทสัมภาษณ์เปิดใจคุณหมอผู้เคยพยายามยื้อชีวิตเจ้าหญิงไดอานา ช่วงวินาทีสุดท้ายก่อนวาระที่เจ้าหญิงจากไปครบ 25 ปี

ตอนนั้น หมอเฟรเดริก ไมย์ลิเยซ์ ยังไม่ทราบว่าร่างผู้หญิงที่ร่วงลงไปอยู่บนที่พักเท้าในรถเบนซ์ที่พังยับเยิน สภาพหมดสติและพยายามหายใจเป็นใคร ขณะที่หมอพยายามช่วยชีวิต

25 ปีต่อมา นพ.ไมย์ลิเยซ์ยังคงจดจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่จุดเกิดเหตุ เพราะเป็นคนหนึ่งที่พยายามช่วยชีวิตเจ้าหญิงไดอานา จนมีชื่อปรากฏอยู่ในเหตุการณ์สำคัญช็อกโลก

ผู้หญิงในซากรถเบนซ์

คืนที่เกิดเหตุ หมอกำลังขับรถกลับบ้าน จังหวะที่ขับลอดอุโมงค์ก็เห็นรถเบนซ์ควันโขมง สภาพรถยับเกือบจะหักเป็น2 ท่อน

หมอหยุดรถและตรงไปที่ซากรถเบนซ์ เปิดประตูดูภายใน เห็นร่างคนอยู่ข้างใน4 คนในจำนวนนี้ 2 คนเสียชีวิตแล้ว ไม่มีปฏิกิริยา ไม่หายใจ ส่วนอีก2 คน เป็นคนขับด้านหน้าร้องด้วยความเจ็บปวด ส่วนผู้โดยสารหญิงสาวคุกเข่าอยู่บนที่พักเท้า ศีรษะตก หายใจลำบากและต้องการความช่วยเหลือด่วน

หมอวิ่งไปที่รถคว้าอุปกรณ์ฉุกเฉินและถุงช่วยหายใจมาช่วยหญิงสาวที่หมดสติช่วยเติมพลังให้เล็กน้อย แต่พูดไม่ได้

หลังจากนั้น หมอทราบข่าวพร้อมกับชาวโลกว่าผู้หญิงที่ช่วยไว้ คือ เจ้าหญิงไดอานาเพราะตอนที่ช่วยเหลือผู้โดยสารด้านหลัง เพียงแต่รู้ว่าเป็นผู้หญิงที่สวยมาก ขณะที่หมอมุ่งอยู่กับการช่วยชีวิตจึงไม่มีเวลาคิดว่าเป็นใคร

ตอนนั้นมีคนยืนอยู่ด้านหลังพูดว่าผู้หญิงคนนั้นพูดภาษาอังกฤษ หมอจึงพูดภาษาอังกฤษด้วย บอกว่าตนเองเป็นหมอและเรียกรถพยาบาล

ระหว่างนั้น หมอเห็นแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปของเหล่าบรรดาปาปาราซซีที่รุมถ่ายสถานที่เกิดเหตุ

หน่วยสืบสวนสอบสวนอังกฤษสอบปากคำนายอองรี ปอล พบว่าดื่มเหล้าและขับรถด้วยความเร็วสูงเพื่อหนีเหล่าปาปาราซซีที่ไล่ล่าถ่ายรูปเจ้าหญิง

ทำทุกอย่างเพื่อช่วยชีวิต

หมอชาวฝรั่งเศสไม่ได้ตำหนิช่างภาพหลังจากเกิดเหตุรถชนเพราะไม่ได้ขัดขวางการช่วยชีวิตและหมอเองก็ไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากช่างภาพด้วย

พนักงานหน่วยกู้ภัยมาถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็วและนำเจ้าหญิงไดอานาไปที่โรงพยาบาลปารีส แต่เจ้าหญิงสิ้นพระชนม์ในอีก2-3 ชั่วโมงถัดมา ส่วน โดดี อัล-ฟาเยด คนรักของเจ้าหญิง และคนขับรถเสียชีวิตเช่นกัน

ไมย์ลิเยซ์ตกใจมากที่ทราบว่าเธอผู้นั้นคือเจ้าหญิงไดอานา จากนั้น คิดทบทวนว่าตนทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อช่วยพระองค์แล้วหรือไม่ ทั้งตรวจสอบกับอาจารย์แพทย์และตำรวจสืบสวนสอบสวน ทุกคนลงความเห็นว่าตนทำถูกต้องแล้ว

วาระครบรอบวันสิ้นพระชนม์หวนกลับมาอีกครั้ง แต่สำหรับหมอไมย์ลิเยซ์นึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นทุกครั้งที่ขับรถผ่านอุโมงค์อัลมา

เจ้าหญิงเหนือกาลเวลา

ปัจจุบัน เสาที่รถยนต์พระที่นั่งชน มีภาพวาดลายฉลุเป็นพระพักตร์ของเจ้าหญิงไดอานา

ส่วนอนุสรณ์Flame of Liberty ที่ตั้งอยู่ใกล้กับอุโมงค์ดังกล่าวเป็นสถานที่ดึงดูดผู้ที่รักเจ้าหญิงทุกรุ่น ทุกเชื้อชาติ เจ้าหญิงทรงอยู่เหนือกาลเวลาและเป็นแฟชั่นไอคอนของผู้ที่เกิด หลังจากเจ้าหญิงสิ้นพระชนม์

อิริเนีย อูอาห์วี ชาวปารีสวัย16 ปี มาเยือนอนุสาวรีย์Flame of Liberty กล่าวว่ารู้จักเจ้าหญิงผ่านคลิปในTikTok และแม่เล่าให้ฟัง เธอเห็นว่าสไตล์การแต่งตัวของเจ้าหญิงเป็นแนวผู้หญิง แต่ท้าทายขนบธรรมเนียมในวัง ทั้งสวมกางเกงปั่นจักรยานและกางเกงลำลอง

ฟรองซิน โรเซ อายุ16 ปี ปั่นจักรยานมาหยุดดูอนุสรณ์เจ้าหญิงเช่นกันเพราะดูซีรีส์“Spencer” ที่คริสเทน สจวร์ต สวมบทบาทเป็นเจ้าหญิงไดอานา

วัยรุ่นสาวชาวเนเธอร์แลนด์กล่าวว่าพระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจเพราะพระองค์ทรงอยู่ในที่ประทับซึ่งมีกฎระเบียบราชวงศ์มากมายและพระองค์ทรงต้องการเป็นอิสระ

ไม่มีคำอื่นใดนอกจากช็อก

สำหรับเหตุการณ์ที่ทำให้เจ้าหญิงไดอานาสิ้นพระชนม์ ไม่อาจหาคำบรรยายอื่นได้ไปกว่า ช็อก

คนทั่วโลกติดตามข่าวคราวของเจ้าหญิงมาตั้งแต่ยังเป็นคุณครูสาววัยรุ่นเขินอาย จนกลายมาเป็นเซเลบริตีผู้สง่างาม เดินทางไปปลอบขวัญผู้ป่วยโรคเอดส์อย่างใกล้ชิด และรณรงค์การเก็บกู้กับระเบิด โดยไม่ได้คาดคิดว่าเจ้าหญิงจะจากไปด้วยวัยเพียง 36 ปีเท่านั้น

“ผมคิดว่า เราต้องย้อนคิดถึงว่า พระองค์ทรงเป็นสตรีที่คนรู้จักมากที่สุดในโลก เคียงข้างกับควีนเอลิซาเบธที่สอง” เอ็ด โอเวนส์ นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษกล่าว

และว่า “ในฐานะเซเลบริตีที่ดังมาก จู่ ๆ คืนวันหนึ่งเกิดเหตุสลดที่ทำให้พระองค์ต้องเสียชีวิต ด้วยวัยเพียงเท่านั้น ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องช็อกมหาศาลสำหรับหลาย ๆ คน”

บทเรียนสำหรับราชวงศ์

บทเรียนหนึ่งที่สำนักพระราชวังอังกฤษได้เรียนรู้จากการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานา สื่อผ่านกองดอกไม้จำนวนมหาศาลที่ประชาชนนำมาวางไว้อาลัยด้านหน้าประตูวังเคนซิงตัน ก็คือการเข้าถึงประชาชนอย่างเป็นกันเองของเจ้าหญิงไดอานา ซึ่งตอนนั้นไม่ปรากฏในราชวงศ์วินด์เซอร์

บทเรียนเหล่านั้นเป็นแรงบันดาลใจให้สมาชิกพระราชวงศ์ รวมถึงเจ้าชายวิลเลียม และเจ้าชายแฮร์รี พระโอรสของเจ้าหญิง แสดงออกกับผู้อื่นโดยไม่เป็นต้องเป็นทางการ และยังเข้าถึงได้

เห็นได้ชัดว่าในงานคอนเสิร์ตฉลองควีนทรงครองราชย์ครบ 70 ปี เมื่อเดือน มิ.ย. บรรยากาศเข้าถึงประชาชน มีทั้งวงดนตรีร็อก นักร้องโอเปรา มีการยิงเลเซอร์ภาพสุนัขทรงเลี้ยงบนท้องฟ้า และที่เรียกเสียงปรบมือกราวใหญ่ที่สุด คือคลิปที่ควีนทรงจิบชาและสนทนากับตัวละครหมีแพดดิงตัน

แต่บทเรียนที่ดูเหมือนยังแก้ไขไม่ได้ คือการที่สมาชิกราชวงศ์พัวพันกับเรื่องอื้อฉาว เช่น กรณีเจ้าชายแอนดรูว์ พระโอรสองค์ที่สองของควีน ทรงตกเป็นที่ครหาว่าคบหาสนิทสนมกับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้ต้องหาคดีทางเพศต่อผู้เยาว์ ไปจนถึงกรณีอื้ออึงที่เจ้าชายแฮร์รี และเมแกน ถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกราชวงศ์ชั้นสูง และย้ายไปอยู่สหรัฐอเมริกา

เมแกนเผยว่า รู้สึกถูกบีบคั้นกับการใช้ชีวิตในวัง และแม้กระทั่งถูกสมาชิกราชวงศ์ทักว่า โอรสที่เพิ่งคลอดนั้นมีสีผิวอะไร

กรณีนี้ดูเหมือนว่าบทเรียนในอดีตของเจ้าหญิงไดอานายังไม่ได้เป็นที่เรียนรู้ของคนในวัง นักประวัติศาสตร์อย่างโอเวนส์ มองว่า นี่เป็นอีกครั้งที่ยังไม่ได้สร้างพื้นที่ให้เพียงพอสำหรับเมแกน

เอิร์ลแห่งสเปนเซอร์ น้องชายของเจ้าหญิงไดอานาให้สัมภาษณ์ในวาระนี้ว่า การสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานา มาจากการที่พระองค์ถูกบีบให้ต้องปฏิเสธการคุ้มครองความปลอดภัยจากวัง หลังการหย่าร้างกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์

อย่างไรก็ตาม คำพูดที่เจ้าหญิงต้องการบอกถึงปรารถนาของพระองค์ยังคงอยู่ในความทรงจำที่ไม่เสื่อมคลาย ตอนนั้นเจ้าหญิงตรัสว่า

“ข้าพเจ้าอยากจะเป็นราชินีในหัวใจประชาชน แต่ข้าพเจ้าไม่คิดว่าจะเห็นตัวเองเป็นราชินีของประเทศนี้ ข้าพเจ้าไม่คิดว่า มีคนมากมายที่อยากเห็นข้าพเจ้าเป็นราชินี”

….

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...