โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เหรียญรุ่นแรก พ.ศ.2490 หลวงพ่อฮะ จันทสโร วัดดอนไก่ดี กระทุ่มแบน / โฟกัสพระเครื่อง : โคมคำ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 17 มี.ค. 2565 เวลา 10.28 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2565 เวลา 23.00 น.

โฟกัสพระเครื่อง

โคมคำ

komkam.ks@gmail.com

 

เหรียญรุ่นแรก พ.ศ.2490

หลวงพ่อฮะ จันทสโร

วัดดอนไก่ดี กระทุ่มแบน

 

“พระสมุทรคุณาจารย์” หรือ “หลวงพ่อฮะ จันทสโร” อดีตเจ้าอาวาสวัดดอนไก่ดี ต.ตลาดกระทุ่มแบน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

พระเกจิดังชื่อดังที่มีวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จัก

วัตถุมงคลที่สร้าง มีทั้งพระบูชา รูปหล่อ และเหรียญ ทุกรุ่นล้วนสร้างเพื่อหาปัจจัยบูรณะและสร้างเสริมศาสนวัตถุภายในวัด รวมทั้งพัฒนาสาธารณูปการแก่ชุมชุนในพื้นที่และใกล้เคียงทั้งสิ้น

กลายเป็นที่นิยมและแสวงหามาตั้งแต่อดีตเรื่อยมาถึงปัจจุบัน ค่านิยมยิ่งสูงขึ้นตามกาลเวลา โดยเฉพาะ “เหรียญรุ่นแรก”

สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2490 ที่ระลึกเนื่องจากได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นประทวนและในวันเกิด สร้างเป็นเนื้อเงินและเนื้อทองแดง จำนวนไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

ลักษณะเป็นเหรียญปั๊ม รูปดอกจิก แบบมีหูในตัว

ด้านหน้า เป็นรูปจำลองหลวงพ่อฮะ ครึ่งองค์ห่มจีวรคลุมไหล่ ด้านบนมีอักขระภาษาไทย เขียนคำว่า “พระอาจารย์ฮะ” ใต้รูปเหมือนมีโบและเขียนคำว่า “วัดดอนไก่ดี”

ด้านหลัง มีอักขระยันต์ตรีนิสิงเห ใต้ยันต์มีอักขระเขียนคำว่า “ทำบุญวันเกิด พ.ศ.๙๐”

ถือเป็นสุดยอดวัตถุมงคลอีกรุ่นหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมทั้งในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง

 

อัตโนประวัติ มีนามเดิมว่า ฮะ ละม้ายสกุณ เกิดเมื่อวันอังคาร แรม 9 ค่ำ เดือน 7 ปีกุน จ.ศ.1249 ตรงกับวันที่ 15 มิถุนายน 2430 เป็นปีที่ 20 ในแผ่นดินรัชกาลที่ 5 ที่บ้านซากงชี หมู่ที่ 10 ต.บางยาง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

บิดา-มารดาชื่อ นายเหมือนและนางริ้ว ละม้ายสกุณ

ในสมัยนั้น ยังไม่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษาขึ้นในประเทศ ดังนั้น ในช่วงปฐมวัยจึงได้รับการศึกษาอักษรสมัยจนสามารถอ่านออกเขียนได้ แล้วช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพกสิกรรม

เป็นผู้มีจิตใจโน้มเอียงเข้าหาพระธรรมตั้งแต่วัยเยาว์ มักจะไปช่วยงานที่วัดในหมู่บ้านสม่ำเสมอ

เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ บิดามารดาจัดการบรรพชาอุปสมบท ที่วัดดอนไก่ดี มีพระครูนิ่ม วัดสุนทรสถิต (กำแพง) อ.บ้านแพ้ว เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระครูสังวรศีลวัตร (อาจ) วัดดอนไก่ดี เป็นพระกรรมวาจาจารย์

ได้รับนามฉายาว่า จันทสโร

 

อยู่จำพรรษาที่วัดดอนไก่ดีเรื่อยมา และร่ำเรียนวิชาอาคมกับหลวงพ่ออาจ รวมทั้งเมื่อมีเวลาว่าง ก็จะเดินธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อแสวงหาความวิเวก

ต่อมาได้รับความไว้วางใจจากเจ้าอาวาสวัดดอนไก่ดีในยุคนั้น มอบหมายภารกิจสนองงานเจ้าอาวาส ทั้งในด้านการปกครอง การศึกษา การศึกษาสงเคราะห์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา การสาธารณูปการ และอื่นๆ อีกมากมาย

ด้านศึกษา พ.ศ.2470 เป็นกรรมการสอบธรรมสนามหลวง

พ.ศ.2480 เป็นกรรมการศึกษาพระปริยัติธรรมจังหวัดสมุทรสาคร

พ.ศ.2501 เป็นประธารกรรมการสอบธรรมสนามหลวง

ต่อมาจึงพร้อมด้วยนายบุญล้อม ศรีสุวรรณ ส.ส.จังหวัดสมุทรสาคร และนายพงษ์ชัย ชุนบางยาง ผู้ช่วยศึกษาธิการอำเภอกระทุ่มแบน ในขณะนั้น เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษา จึงได้ร่วมมือกันติดต่อกระทรวงศึกษาธิการ ขอให้เปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ขึ้นที่วัดดอนไก่ดี จนบรรลุผลสำเร็จในปี พ.ศ.2494

ช่วงแรกได้อาศัยเรียนที่โรงเรียนเทศบาลวัดดอนไก่ดี (สังวรจันทสรราษฎรวิทยา) ซึ่งขณะนั้นเปิดสอนระดับประถมศึกษาอยู่ จากนั้นจึงเริ่มก่อสร้างโรงเรียน เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2498 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2498 ด้วยคุณความดีของท่าน จึงตั้งนามโรงเรียนว่า โรงเรียนกระทุ่มแบน วิเศษสมุทคุณ

พ.ศ.2497 หลวงพ่ออาจ เจ้าอาวาสมรณภาพลง ชาวบ้านและศิษย์ต่างพร้อมใจกันนิมนต์หลวงพ่อฮะขึ้นเป็นเจ้าอาวาสสืบแทน

 

ลําดับงานปกครอง

พ.ศ.2466 เป็นพระกรรมวาจาจารย์

พ.ศ.2497 เป็นเจ้าอาวาสวัดดอนไก่ดี

พ.ศ.2498 เป็นพระอุปัชฌาย์

พ.ศ.2501 เป็นเจ้าคณะอำเภอกระทุ่มแบน

พ.ศ.2505 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะตำบลท่าเสา

พ.ศ.2517 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร

 

ลำดับสมณศักดิ์

พ.ศ.2490 เป็นพระครูชั้นประทวน

พ.ศ.2494 เป็นพระครูชั้นสัญญาบัตรที่ พระครูวิเศษสมุทคุณ

พ.ศ.2505 เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะอำเภอชั้นเอก ในราชทินนามเดิม

พ.ศ.2507 เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะอำเภอชั้นพิเศษ ในราชทินนามเดิม

วันที่ 5 ธันวาคม 2518 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระสมุทรคุณาจารย์

 

หลังได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส มุ่งมั่นพัฒนาวัดดอนไก่ดี อย่างสุดความสามารถ จนเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ

ส่วนงานสงเคราะห์ช่วยเหลือประชาชน ก็ทำอย่างสม่ำเสมอ อนุเคราะห์ส่วนรวมโดยการสร้างถนนหนทางและโรงเรียน อนุเคราะห์ด้วยความรู้ส่วนตัวที่มีอยู่ คือ วิชาแพทย์แผนโบราณ

นานวันเข้าใบสั่งยาที่เขียนให้คนอื่น กลายเป็นตำรายากลางบ้านไป และกลายเป็นหมอชาวบ้านไปโดยปริยาย

เพราะถือว่า วัดเป็นศูนย์กลางของทุกฝ่าย ทั้งในด้านศีลธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและการพัฒนาประเทศ

พระสงฆ์ควรทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เมื่อชาวบ้านช่วยวัดแล้ว วัดก็ควรช่วยเหลือชาวบ้านบ้าง นอกเหนือจากการสั่งสอนให้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ ที่พึ่งของชาวบ้านก็คือวัด ฉะนั้น วัดควรช่วยเหลือตามความสามารถ

ปกครองวัดเรื่อยมาจวบจนถึงแก่มรณภาพลง ด้วยอาการอันสงบ ณ กุฎิวัดดอนไก่ดี เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2523 เวลา 02.41 น.

สิริอายุ 93 ปี พรรษา 72

แม้จะละสังขารไปนานหลายปี แต่ยังคงอยู่ในศรัทธาของศิษยานุศิษย์ ตราบจนปัจจุบัน •

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...