อีกด้านของชีวิต (ว่าที่) นายกฯ ทิม-พิธา อดีตหนุ่มคลีโอกับหนังสือเล่มโปรด
ผู้เขียน : ปนัดดา ฤทธิมัต, ชัชพงศ์ ชาวบ้านไร่
ผลการเลือกตั้งครั้งสำคัญ ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศ เมื่อพรรคก้าวไกลกวาดที่นั่ง เป็นอันดับ 1 ทั้ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขต โดยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คือ ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ทำให้วันนี้ประเทศไทยมี (ว่าที่) นายกฯ ชื่อ “พิธา” นักธุรกิจและนักการเมืองฝั่งประชาธิปไตย ที่ประกาศพร้อมบริหารประเทศด้วยความมุ่งมั่น
“ประชาชาติธุรกิจ” จะพาทุกคนไปรู้จัก “พิธา” ที่ไม่ใช่ในฐานะนักการเมือง แต่เป็นคนคนหนึ่งที่มีไลฟ์สไตล์ที่เรียบง่ายและน่าสนใจ
ติด 1 ใน 50 หนุ่มคลีโอ
ทิม-พิธา เคยมีพาร์ตหนึ่งในชีวิตที่ได้แวะเวียนข้องเกี่ยวกับวงการบันเทิง เนื่องจากรูปร่างหน้าตาดี สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ควบปริญญาโท 2 ใบ ได้แก่ ปริญญาโทด้านการเมืองการปกครอง สาขาการบริหารภาครัฐ ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และด้านบริหารธุรกิจที่ Massachusetts Institute of Technology (MIT) เป็นถึงเจ้าของบริษัทในขณะนั้น
จึงไม่แปลกที่จะเป็นหนุ่มในฝันของสาว ๆ ในวงการ การันตีด้วยดีกรี “1 ใน 50 หนุ่มโสดในฝันของนิตยสารคลีโอประจำปี 2008” (The CLEO 50 Most Eligible Bachelors 2008) โดยได้ถ่ายแบบเพื่อขึ้นปกนิตยสาร CLEO ปีที่ 12 ฉบับที่ 140 เดือน กันยายน 2551 ร่วมกับนางงามสาว “มารีญา พูลเลิศลาภ” และ โทนี่ รากแก่น หรือ ธีรชัย วิมลชัยฤกษ์
CLEO Thailand เล่าย้อนอดีตปกคลีโอเล่มตำนานว่า ครั้งหนึ่งในชีวิต ทิม พิธา เคยเป็น 50 หนุ่มโสดในฝัน CLEO Most Eligible Bachelors ปี 2008 และขึ้นปกคลีโอคู่มารีญาและโทนี่ รากแก่น
“อีกเล่มที่เป็นตำนานของเรา หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ทิม พิธา เคยเป็น 50 หนุ่มโสดของคลีโอมาแล้วในปี 2008 แถมยังได้ลงปกคลีโอฉบับกันยายน 2008 คู่กับน้องมารีญาในวัย 16 ปีในตอนนั้น จำได้เลยว่าช่วงนั้นมารีญามางานหนุ่มโสดคลีโอแทบจะทุกปี ตอนนี้เฉิดฉายกันหมดทุกคน”
นอกจากนี้ ทิม พิธา ยังเกือบได้แสดงภาพยนตร์มาแล้ว เจ้าตัวเผยในรายการ “ถ้าหนูรับ พี่จะรักป่ะ” ของ GoyNattyDream ขณะพูดถึงเรื่องการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ของวงการบันเทิงไทยว่า ตนเคยเฉี่ยว ๆ มาในวงการบันเทิง
เคยขึ้นปกนิตยสารคลีโอ ผ่านการถ่ายโฆษณาถ่ายแบบอะไรมาบ้าง และยังเคยแคสต์บทภาพยนตร์กับ หับโห้หิ้น บางกอก เรื่อง “ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น” เมื่อปี 2551 ซึ่ง “ต่าย-ชุติมา ทีปะนาถ” ก็แสดงในเรื่องนี้เช่นกัน
เปิดกรุหนังสือเล่มโปรด
อินสตาแกรมส่วนตัวของพิธาจะพบว่า พิธามักตอบคำถาม Q&A กับคนที่ติดตามอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งคำถามที่พบก็มีทั้งขอคำแนะนำ ขอกำลังใจ รวมถึงไลฟ์สไตล์ชีวิต และความชอบด้านต่าง ๆ ซึ่งทำให้เรารู้จักพิธาในอีกมุม
หนังสือเล่มโปรดของพิธา
- ขนมปังของพรุ่งนี้ แกงกะหรี่ของเมื่อวาน นิยายที่จะพาเดินทางสู่ประตูลับในจิตใจของคนเรา ซึ่งในนั้นอาจซ่อนใครสักคนเอาไว้ ผู้เขียนคือ คิซาระ อิซึมิ และแปลโดย อิศเรศ ทองปัสโณว์
- The Happiest Kids in the World พ่อแม่ดัตช์เลี้ยงแบบนี้ หนูแฮปปี้สุด ๆ หนังสือที่บอกเล่าเทคนิคเลี้ยงลูกแบบน้อย ๆ แต่สุขมาก เขียนโดย รีนา เม อะคอสต้า และ มิเชล ฮัทชิสัน แปลโดย อสมาพร โคมเมือง
- สนธยาประชาธิปไตย TWILIGHT of DEMOCRACY ทำไมคนดี ๆ ถึงกลายเป็นเผด็จการ พบกับการนำเสนอความจริงเกี่ยวกับธรรมชาติของประชาธิปไตย โดยเล่มนี้เป็นหนังสือเล่มโปรดประจำปี 2563 ของ บารัก โอบามา ผู้เขียนคือ แอนน์ แอพเพิลบอม นักประวัติศาสตร์เจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์
- PROMISED LAND, IT’S OK TO BE ANGRY ABOUT CAPITALISM BERNIE SANDERS
- ร้านยาขายเวลา
- ลุกไหม้สิ! ซิการ์
รวมถึงพิธายังได้เขียนหนังสือของตัวเอง ได้แก่ ความรัก คือการตกหลุมรักหลาย ๆ ครั้ง : My One Month Honeymoon เป็นบันทึกการเดินทางที่เต็มไปด้วยความรักของตัวเอง, ไม่สนว่าเก่งมาจากไหน, Dear Me, ด้วยรักจากอนาคต ซึ่งเขียนร่วมกับเหล่าคนดังรวม 38 คน และวิถีก้าวไกล หนังสือที่รวบรวมการอภิปรายครั้งสำคัญในสภาของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”
ชาวร็อกและเพื่อชีวิต
บทสัมภาษณ์ของพิธา ในสื่อต่าง ๆ รวบรวมเรื่องราว พิธา ที่เป็นชาวร็อกตัวยงคนหนึ่งเลยทีเดียว เพราะไม่ใช่แค่ชอบฟังเพลงร็อก แต่รู้จักรายละเอียดของเพลงร็อกเป็นอย่างดี ดูได้จากตอนที่สมาพันธ์ผู้ประกอบอาชีพธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิง พร้อมด้วยศิลปินหลายคนมายื่นหนังสือขอมาตรการผ่อนปรน และมาตรการเยียวยา เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งมีหลายคำพูดของพิธาที่เป็นรายละเอียดของดนตรีแนวร็อก
รวมเพลงโปรดของพิธา
- เพลง Empty Bed Blues
- Pt.1 ของ Bessie Smith
- All Night ของ Men I Trust
- เพลง Gagging Order ของ Radiohead
- เพลง Cruel ของ Jeff Bernat
- เพลง Badtime ของ Tom Hasson
- เพลง Good Together ของ Honne
นอกจากนี้ พิธายังชอบฟังเพลงไทยอย่างเพลงสาย ของเขียนไขและวานิช และเพลงจันทร์ ของ T_047 รวมถึงเป็นแฟนคลับของวงเพื่อชีวิตอย่างไททศมิตร ซึ่งพิธาเคยโพสต์รูปที่ถ่ายคู่กับ จ๋าย อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี นักร้องนำและมือกีตาร์ของวง บนอินสตาแกรมอีกด้วย
แพลนใช้ชีวิตบั้นปลายที่หัวหิน
พิธาเคยตอบคำถามแฟนคลับในอินสตาแกรมเมื่อนานมาแล้วกับคำถามว่า “ถ้าไม่ได้เป็นนักธุรกิจ พี่ทิมอยากทำอาชีพอะไร” คำตอบคือ ทำสวนผักออร์แกนิกที่หัวหิน และจะไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่นั่น โดยให้เหตุผลว่าเติบโตมากับฟาร์ม เนื่องจากครอบครัวทำธุรกิจผลิตและส่งออกน้ำมันดิบจากรำข้าว ธุรกิจขายอาหารแช่แข็งประเภทเนื้อสัตว์
รวมถึงธุรกิจจำหน่ายอาหารทะเลสด อาหารทะเลแช่แข็ง และวัตถุดิบเกี่ยวกับอาหารทะเล อีกทั้งพิธาเป็นคนรักธรรมชาติ ชอบทะเล ชอบความเรียบง่าย สบาย ๆ การใช้ชีวิตบั้นปลายที่หัวหินจึงตอบโจทย์ผู้ชายที่ชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
เลี้ยงลูกแบบ 2F 4C
อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่า พิธามีลูกสาวที่น่ารัก 1 คน นั่นคือ “น้องพิพิม” แบตเตอรี่สำคัญที่คอยชาร์จพลังให้คุณพ่อ ทั้งยังคอยตามไปช่วยหาเสียงในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด มีครั้งหนึ่งแฟนคลับของพิธาเคยถามว่า เลี้ยงพิพิมแบบไหนถึงได้น่ารักสดใสขนาดนี้ ซึ่งพิธาตอบว่า
การเลี้ยงลูกมีอยู่ 2F 4C โดย 2F ได้แก่ Fun คือ connect กับ comfort และ Fear คือ control กับ criticism ซึ่งการเลี้ยงลูกต้องใช้ทั้งหมด แต่ 90% เป็น fun นั่นคือ positive parenting แต่ถ้าลูกตกอยู่ในที่อันตราย บางทีก็ต้องใช้อีก 10% ที่เหลือ พร้อมบอกว่า “เด็กสมัยนี้ไม่เหมือนรุ่นเราแล้ว เขาฉลาดกว่าแต่ก็อ่อนไหวกว่า จะเอาแต่ติแต่ว่าเหมือนรุ่นเราไม่ได้”
นอกจากนี้ พิธายังยึดหลักการว่า เลี้ยงลูกให้เป็นคนธรรมดา เน้น 2-3 เรื่อง คือ 1.มีความสุขกับธรรมชาติ 2.มีจิตสาธารณะ ส่วนรวมมาก่อนตนเอง และ 3.ใช้เงินน้อยที่สุด
นี่คืออีกมุมของชีวิต (ว่าที่) นายกฯ ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นับจากนี้หากมีการจัดตั้งรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลำดับต่อไปคือการจับตาดูว่า พิธาจะทำตามความฝันว่า “อยากช่วยให้ประเทศไทยเจริญและเท่าเทียมกัน” ได้หรือไม่