โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์สั่ง! ขึ้นภาษีเหล็ก-อลูมิเนียม 50% ป้องแรงงานมะกันเต็มสูบ

PostToday

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 18.37 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2568 เวลา 01.19 น.

สำนักข่าว Reuters และ Bloomberg รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาเคลื่อนไหวในเวทีเศรษฐกิจอีกครั้ง

ด้วยการประกาศเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมเป็น 50% จากเดิม 25%

โดยให้เหตุผลหนักแน่นว่านี่คือมาตรการสำคัญเพื่อ "ปกป้องแรงงานอเมริกัน" ท่ามกลางการเยือนโรงงานของบริษัท United States Steel Corp. (US Steel) เมื่อวันศุกร์

การเยือนโรงงานใกล้เมืองพิตต์สเบิร์กของทรัมป์ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การปรากฏตัวธรรมดา แต่เป็นการตอกย้ำจุดยืนในการสนับสนุนข้อตกลงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นระหว่าง US Steel และ Nippon Steel Corp. ของญี่ปุ่น

ทรัมป์มองว่านี่คือหลักประกันว่าบริษัทเหล็กซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของชาติแห่งนี้จะยังคงเป็นของสหรัฐฯและบริหารจัดการโดยรัฐบาล

แม้รายละเอียดของข้อตกลงยังไม่ชัดเจนนัก แต่ทรัมป์มั่นใจว่าการขึ้นภาษีครั้งนี้จะเป็นผลดีต่อกิจการร่วมค้าแห่งใหม่ในสหรัฐฯ อย่างแน่นอน

"ผมเชื่อว่านักลงทุนกลุ่มนี้จะมีความสุขมาก เพราะนั่นหมายความว่าจะไม่มีใครสามารถช่วงชิงอุตสาหกรรมของคุณไปได้" ทรัมป์กล่าว

"ที่ 25% พวกเขายังพอจะข้ามกำแพงนั้นได้บ้าง แต่ที่ 50% พวกเขาไม่มีทางข้ามกำแพงได้อีกต่อไป"

ไม่เพียงแต่ประกาศภายในงานเท่านั้น ทรัมป์ยังได้โพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social โดยยืนยันการปรับขึ้นอัตราภาษีอลูมิเนียมด้วย โดยระบุชัดเจนว่าอัตราภาษีใหม่จะมีผลบังคับใช้ใน "วันพุธที่ 4 มิถุนายน"

มรสุมการค้า และดีลที่พลิกผัน

การตัดสินใจขึ้นภาษีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ร้อนระอุในแวดวงการค้า

ก่อนหน้านี้ไม่นาน ศาลการค้าเพิ่งตัดสินว่ามาตรการภาษีที่ทรัมป์เคยกำหนดไว้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย

แต่ศาลอุทธรณ์ก็ได้สั่งระงับคำตัดสินดังกล่าวชั่วคราว ทำให้ภาษียังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป

นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน ทรัมป์ยังได้แสดงความไม่พอใจอย่างเปิดเผยต่อจีน โดยกล่าวหาว่าจีนผิดคำมั่นสัญญาเรื่องการสงบศึกภาษีที่เจรจากันไปเมื่อต้นเดือน

ทำให้มีความเป็นไปได้มีสูงมากว่าเราจะเห็นการเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมอีกในอนาคตอันใกล้

อัตราภาษี 50% ใหม่นี้ ยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำคำมั่นสัญญาของทรัมป์ ที่ว่าข้อตกลง US Steel-Nippon

ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยคัดค้านอย่างรุนแรงระหว่างการรณรงค์หาเสียง จะกลับมาเป็นประโยชน์ต่อคนงานเหล็กในรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นรัฐสมรภูมิสำคัญทางการเมือง

ข้อตกลงนี้เคยถูกคัดค้านจากสหภาพแรงงาน United Steelworkers ด้วยความกังวลว่าการที่ญี่ปุ่นเข้ามาเป็นเจ้าของ อาจทำให้กำลังการผลิตลดลงและงานถูกย้ายไปยังโรงงานอื่น

"เม็ดเงินจำนวนมากกำลังจะไหลเข้ากระเป๋าคุณ" ทรัมป์กล่าวเสริมขณะที่เขาปราศรัยอยู่หน้าป้ายที่มีข้อความว่า "ยุคทอง (Golden Age) " ซึ่งสื่อถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เขาเชื่อว่านโยบายของเขาจะปลดล็อก

รวมถึงป้าย "เหล็กอเมริกัน (American Steel)" และ"งานอเมริกัน (American Job)"

ทันทีที่ข่าวแพร่ออกไป หุ้นของบริษัทเหล็กสหรัฐฯ อื่นๆ อย่าง Nucor Corp., Cleveland-Cliffs Inc. และ Steel Dynamics Inc. ก็พุ่งทะยานในการซื้อขายนอกเวลาทำการ

โดยหุ้นของ Cleveland-Cliffs พุ่งขึ้นกว่า 15% ขณะที่ Steel Dynamics และ Nucor เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5%

เดิมพันอนาคตอุตสาหกรรมเหล็กอเมริกัน

ทรัมป์ยังเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า คนงานของ US Steel จะได้รับ โบนัส 5,000 ดอลลาร์ ในไม่ช้า

และ 2.2 พันล้านดอลลาร์ จากเงินลงทุนที่เสนอทั้งหมด 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ จะถูกจัดสรรเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเหล็กที่โรงงาน Mon Valley Works ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาปราศรัยอยู่

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุว่า 7 พันล้านดอลลาร์ จะถูกใช้เพื่อปรับปรุงโรงถลุงเหล็กให้ทันสมัย ขยายการทำเหมืองแร่ และสร้างโรงงานใหม่ในอินเดียน่า, มินนิโซตา, อลาบามา และอาร์คันซอ

เขายังให้คำมั่นสัญญาว่า US Steel จะไม่ประกาศการปลดพนักงานหรือการว่าจ้างภายนอก และเตาหลอมจะยังคงทำงาน "เต็มกำลังการผลิต" อย่างน้อย 10 ปี

ปัจจุบัน สหรัฐฯ นำเข้าเหล็กประมาณ 17% ของความต้องการทั้งหมด ตามตัวเลขจาก Morgan Stanley โดยส่วนใหญ่มาจากแคนาดา บราซิล และเม็กซิโก

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการก่อสร้างได้ออกมาเตือนว่าการเก็บภาษีอาจทำให้ต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สำคัญเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ซัพพลายลดลง และดันต้นทุนของที่อยู่อาศัยใหม่ให้สูงขึ้น

จากคู่แข่งสู่ความร่วมมือ: เบื้องหลังดีลพลิกโผ

การตัดสินใจของทรัมป์ถือเป็นการพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างน่าทึ่งจากข้อตกลงที่เขาเคยคัดค้านอย่างรุนแรงระหว่างการรณรงค์หาเสียง

แต่ทรัมป์ได้กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มาพร้อมกับการประนีประนอมจาก Nippon Steel ที่เป็นประโยชน์ต่อคนงาน

"ทุกครั้งที่พวกเขาเข้ามา ข้อตกลงก็ดีขึ้น ดีขึ้น และดีขึ้นสำหรับคนงานของเรา" ทรัมป์กล่าว โดยเน้นย้ำว่า US Steel จะยังคงมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่พิตต์สเบิร์ก

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์ได้กล่าวว่านี่คือ "ความร่วมมือที่วางแผนไว้" ที่จะนำการลงทุนมาสู่สหรัฐฯ ไม่ใช่การขายบริษัทอเมริกันโดยตรง

งานในวันดังกล่าว ถือเป็นจุดสิ้นสุดเส้นทางที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทางการเมืองและความวุ่นวายสำหรับข้อเสนอของ Nippon Steel ในการเข้าซื้อกิจการบริษัทอเมริกันที่มีชื่อเสียง

ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ยืดเยื้อและทำให้ทั้งสองบริษัทอยู่ในภาวะไม่แน่นอน ซึ่งในตอนแรก Nippon Steel เสนอธุรกรรมมูลค่า 1.41 หมื่นล้านดอลลาร์ สำหรับ US Steel

ที่ผ่านมา ทั้งโดนัลด์ ทรัมป์ และโจ ไบเดน ต่างแสดงจุดยืนคัดค้านการขายบริษัท US Steel โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญที่บริษัทควรอยู่ภายใต้การควบคุมของชาวอเมริกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้สนับสนุนข้อตกลงระหว่าง Nippon Steel และ US Steel ได้ให้เหตุผลมานานแล้วว่าบริษัทญี่ปุ่นจะช่วยฟื้นฟูบริษัทอเมริกันด้วยการลงทุน

สำหรับขั้นตอนต่อไปในการบรรลุข้อตกลงยังคงไม่ชัดเจนนัก ทั้งสองฝ่ายจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบของ Cfius (คณะกรรมการการลงทุนจากต่างประเทศในสหรัฐอเมริกา) และยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าข้อความของข้อตกลงบรรเทาผลกระทบใดๆ ที่อาจระบุถึงอำนาจที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะยังคงรักษาไว้นั้น ได้ข้อสรุปแล้วหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...