โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เจาะงบ AfterYou-MK กำลังบอกเราว่าธุรกิจอาหารน่าเป็นห่วง

Stock2morrow

อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 06.56 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 06.56 น. • Stock2morrow
เจาะงบ AfterYou-MK กำลังบอกเราว่าธุรกิจอาหารน่าเป็นห่วง

เจาะงบ AfterYou-MK กำลังบอกเราว่าธุรกิจอาหารน่าเป็นห่วง

.

หลายคนคงเคยได้ยินข่าวคราวเรื่องเศรษฐกิจที่ซบเซา ร้านอาหารทยอยปิดตัวลง แม้แต่ร้านดัง ๆ หรือร้านริมทางก็ประสบปัญหาเช่นกัน ซึ่งหากพิจารณาจากราคาหุ้นของธุรกิจร้านอาหารในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นหุ้นของ AU และ M

.

Stock2morrow จะสรุปผลประกอบการล่าสุดของทั้งสองบริษัทให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้ครับ

.AU : บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน)

ในรอบนี้ After You มีกำไรสุทธิ 65.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 54.1 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งหากดูเผิน ๆ เหมือนผลประกอบการจะดีขึ้น แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดแล้ว กลับน่าผิดหวัง

อัตรากำไรขั้นต้นลดลง โดยอัตรากำไรสุทธิ (Net Margin) เหลือเพียง 15.5% จากเดิมที่เคยอยู่ในระดับประมาณ 20% นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ยังเพิ่มขึ้นถึง 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

.

ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามองในผลประกอบการรอบนี้

1. รายได้จากสาขาเดิม (Same Store Sale Growth) ลดลงถึง -9%

2. มีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการตั้งสำรองหนี้สูญ 7 ล้านบาท ซึ่งบทวิเคราะห์หลายแห่งระบุว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการยกเลิกกิจการแฟรนไชส์ในฮ่องกง

3. หากไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษดังกล่าว กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 72 ล้านบาท เติบโต +33% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ลดลง -16% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งยังคงต่ำกว่าประมาณการณ์ของนักวิเคราะห์หลายสำนัก

4. สิ่งที่น่าสนใจคือ ธุรกิจที่ไม่ใช่ร้านคาเฟ่ เช่น การผลิตสินค้าใหม่ขายในเซเว่นอีเลฟเว่น หรือการให้บริการขนมบนเครื่องบินของการบินไทย เติบโตถึง 30% ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าจับตาอย่างยิ่ง และอาจเข้ามาช่วยลดแรงกดดันจากธุรกิจร้านอาหารได้บ้าง

5. After You มีแผนที่จะขยายธุรกิจในต่างประเทศ เช่น การขยายแฟรนไชส์ในอินโดนีเซียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงการนำสินค้าไปจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายในมาเลเซียและเวียดนาม ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่าจะสามารถสร้างผลลัพธ์ได้มากน้อยเพียงใด เพราะการทำธุรกิจในต่างประเทศนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

.

ต้องยอมรับว่าราคาหุ้นของ AU ในช่วงต้นปีนี้ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยลดลงถึง -22% สาเหตุหลักมาจากประเด็นเรื่องการชะลอการใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวไทย และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยลดลง ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหาร

หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ในช่วงที่เหลือของปี ก็ต้องมาติดตามกันว่าราคาหุ้นของ AU จะปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 7 บาท ทำจุดต่ำสุดใหม่ได้อีกหรือไม่

.

M : บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ผลประกอบการของ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M ในครั้งนี้ น่าผิดหวังอย่างยิ่ง

และปรากฏสัญญาณเชิงลบในหลายด้าน

ไม่ว่าจะเป็นกำไรที่ลดลงตามยอดขายต่อสาขาที่หดตัว ความสามารถในการทำกำไรที่ถดถอย การปิดสาขา ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมโดยรวม

.

เรามาพิจารณาสาระสำคัญของผลประกอบการ M ในรอบนี้ เพื่อให้นักลงทุนได้ทราบถึงประเด็นสำคัญที่ควรจับตามองกันไปทีละข้อ

1. ยอดขายรวม ทำได้ 3.5 พันล้านบาท ซึ่งลดลง -4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และ -10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) นับเป็นการหดตัวของยอดขายต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6

.

2. กำไรสุทธิ อยู่ที่ 234 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง -34% QoQ และ -33% YoY

การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (Same Store Sale Growth): ติดลบประมาณ -10.5%

โดยบริษัทให้เหตุผลว่าเป็นผลมาจากการแข่งขันที่สูงขึ้น ควบคู่ไปกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว

.

3. อัตรากำไรขั้นต้น ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 66.5% จากเดิมที่เคยอยู่ในช่วง 67%-68%

สาเหตุหลักมาจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น

ส่งผลให้ อัตรากำไรสุทธิในบรรทัดสุดท้ายลดลงเหลือเพียง 6.6% จากระดับ 9%-10% ในช่วงก่อนหน้า

.

4. การปิดสาขา มีการปิดสาขาลงทั้งสิ้น 5 สาขา โดยแบ่งเป็น

- MK: ปิด 2 สาขา

- Yayoi: ปิด 2 สาขา

- แหลมเจริญซีฟู้ด: ปิด 1 สาขา

- ส่งผลให้จำนวนสาขาทั้งหมดในเครือ M คงเหลือ 688 สาขา

.

5. ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ทรงตัวในขณะที่รายได้ลดลงอย่างมาก

ส่งผลให้ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย: ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 60.6% จากเดิมที่ 58.9%

.

คำถามสำคัญที่เกิดขึ้น คือ "เอ็มเค" จะมีแนวทางการปรับตัวอย่างไร

และปัจจุบันตลาดกำลังให้ความสนใจกับประเด็นใด?

คำตอบคือตลาดกำลังคาดหวังถึงการฟื้นตัวของผลประกอบการอย่างชัดเจน

ซึ่งอาจมาจากการเปิดสาขาใหม่ การนำเสนอแบรนด์ใหม่ และการเติบโตของกำไรที่คาดว่าจะดีขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการแหลมเจริญซีฟู้ด

.

สำหรับปี 2568 บริษัทมีแผนที่จะเปิดสาขาใหม่เพิ่มเติมจำนวน 16 สาขา โดยแบ่งเป็น MK สุกี้ 5 สาขา, Yayoi 3 สาขา, แหลมเจริญซีฟู้ดอีก 5 สาขา และร้านอาหารแบรนด์ใหม่อีก 3 สาขา

อย่างไรก็ตาม บริษัทก็มีแผนที่จะปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรจำนวน 14 สาขาเช่นกัน

ทำให้โดยรวมแล้วในปีนี้จะมีจำนวนสาขาเพิ่มขึ้นเพียง 2 สาขาเท่านั้น

ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการผลักดันให้รายได้กลับมาเติบโตได้

อีกทั้งภาพรวมของอุตสาหกรรมร้านอาหารในปีนี้ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากกำลังซื้อที่คาดว่าจะยังคงชะลอตัว

ซึ่งอาจส่งผลให้ยอดขายต่อสาขายังคงมีแนวโน้มลดลง

.

ในปัจจุบัน ราคาหุ้นของ M ได้ปรับตัวลดลงไปแล้วกว่า -52% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

ส่งผลให้ค่าอัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) อยู่ที่ 11.3 เท่า

และอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) อยู่ที่ 1.1 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี

.

ต้องยอมรับว่าราคาหุ้น M ร่วงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 แล้ว จากผลประกอบการที่ไม่ได้เติบโตเลย

ในขณะที่ใช้งบลงทุนไปเยอะ ปรับแผนธุรกิจใหม่ เทคโอเวอร์ร้านอาหาร แต่งบก็ไม่กลับมาสักที

ส่งผลให้ราคาหุ้นลดลงจาก 60 บาท เหลือ 20 บาทอย่างในปัจจุบัน

แต่ถ้าเราคิดในอีกมุมหนึ่ง Valuation แถวๆนี้ก็ไม่แพงมากเมื่อเทียบกับที่ผ่านมา P/E 11 เท่า P/BV 1.2 เท่า

จากเมื่อก่อน P/E 30 เท่า และ P/BV 4 เท่ากว่าๆ ก็ต้องถือว่าลดลงมาเยอะ แถมปันผลตอนนี้ก็อยู่ในระดับ 8% แล้ว

ถ้ากำไรยังเท่าเดิม จ่ายปันผลเท่าเดิม การได้อัตรา 8% ก็ถือว่าน่าสนใจอยู่เหมือนกัน

#Stock2morrow #สื่อสถาบันความรู้และสังคมของนักลงทุน #SET #AfterYou #MK

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...