พรีวิวตลาดหุ้นสหรัฐรายสัปดาห์: ความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน, การประชุม G7
#หุ้นสหรัฐ #ทันหุ้น - ดัชนีฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันจันทร์ โดยพยายามฟื้นตัวหลังจากร่วงแรงในสัปดาห์ก่อน และก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะประกาศการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยในปลายสัปดาห์นี้
.
ณ เวลา 05:25 น. ET (09:25GMT)
Dow Jones Futures เพิ่มขึ้น 145 จุด หรือ 0.4%
S&P 500 Futures เพิ่มขึ้น 27 จุด หรือ 0.5%
Nasdaq 100 Futures เพิ่มขึ้น 113 จุด หรือ 0.5%
.
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีหลักของวอลล์สตรีทร่วงลงหลังเกิดการโจมตีทางอากาศระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งทำให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น และกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาด
S&P 500 ลดลง 1.1%
NASDAQ Composite ลดลง 1.3%
Dow Jones Industrial Average ลดลง 1.8%
ทำให้ทั้งสามดัชนีปิดสัปดาห์ด้วยผลตอบแทนติดลบ
.
ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล
อิสราเอลและอิหร่านยังคงโจมตีกันด้วยขีปนาวุธตลอดสุดสัปดาห์และต่อเนื่องถึงวันจันทร์ ซึ่งทำให้ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง
อิหร่านแจ้งผู้ไกล่เกลี่ยจากโอมานและกาตาร์ว่าจะไม่เข้าสู่การเจรจาหยุดยิงที่มีสหรัฐเป็นผู้นำในขณะที่อิสราเอลยังคงโจมตีอยู่ ตามรายงานของรอยเตอร์ที่อ้างเจ้าหน้าที่ที่ได้รับข้อมูลในเรื่องนี้
ในขณะเดียวกัน อิสราเอลได้เตือนประชาชนอิหร่านที่อาศัยอยู่ใกล้โรงงานนิวเคลียร์ให้อพยพออก โดยประเทศได้โจมตีเป้าหมายเหล่านี้รวมถึงโครงการขีปนาวุธอื่น ๆ ในการโจมตีระลอกแรกตั้งแต่เช้าวันศุกร์
อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งนี้ยังไม่ลุกลามเป็นวงกว้างในตอนนี้ และที่สำคัญ นักลงทุนดูเหมือนจะมองว่าอิหร่านจะยังไม่ขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อการเดินเรือพาณิชย์โลก
.
การประชุมสุดยอด G7
ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านถูกคาดว่าจะเป็นหนึ่งในหัวข้อหลักในการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G7 ที่จะจัดขึ้นในแคนาดาสัปดาห์นี้
รายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่า ตัวแทนของแต่ละประเทศวางแผนจะออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายลดความรุนแรงลง นายกรัฐมนตรีเยอรมัน ฟรีดริช แมร์ซ กล่าวว่า เขาตั้งใจจะผลักดันให้ที่ประชุมสรุปว่า แม้อิหร่านไม่ควรพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และอิสราเอลมีสิทธิในการป้องกันตนเอง แต่ยังคงมีช่องทางทางการทูตให้ดำเนินต่อไปได้
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่จะพยายามดำเนินการอย่างระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งกับประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะในช่วงที่วอชิงตันยังคงเจรจากับหลายประเทศเรื่องมาตรการภาษีตอบโต้ของทรัมป์
นายกรัฐมนตรีแคนาดา มาร์ก คาร์นีย์ เน้นว่าการประชุมครั้งนี้จะผลักดันสันติภาพและความมั่นคง แม้เขาจะเปรยว่าออตตาวาอาจตอบโต้สหรัฐ หากทำเนียบขาวไม่ยกเลิกภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม
.
ความเห็นของนักวิเคราะห์ต่อหุ้นสหรัฐ
RBC Capital Markets:
“มีปัจจัยเสี่ยงหลักสองประการต่อหุ้นสหรัฐที่เราจับตามอง ได้แก่ ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่านที่อาจยืดเยื้อ และความเสี่ยงที่อาจลุกลามเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาค ซึ่งยิ่งขยายวงกว้างและยิ่งยืดเยื้อ ก็ยิ่งเป็นผลลบต่อหุ้นสหรัฐ”
.
Citigroup:
“หุ้นใน S&P 500 ที่อัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการขยายมาร์จิ้นหรือหมุนเวียนสินทรัพย์เพิ่มขึ้น เริ่มมีน้อยลง โดยส่วนใหญ่เกิดจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนลงและความกังวลด้านการค้า”
.
JPMorgan Chase:
“ไม่ควรมองข้ามความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปรับพอร์ตลงทุนครั้งใหญ่จากสินทรัพย์ในสหรัฐไปยังต่างประเทศ เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติมีการถือครองทรัพย์สินในสหรัฐในสัดส่วนสูง และมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลสหรัฐ”
.
Evercore ISI:
“ตลาดที่เคยนิ่งเฉย และความผันผวนที่จางหายไปหลังจากการรีบาวด์จากตลาดหมีในไตรมาสแรก กำลังเผชิญกับตัวเร่งปฏิกิริยาหลายประการในช่วงฤดูร้อนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้า การคลัง หรือภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งสิ่งที่เหมือนกันคือ 'ความไม่แน่นอน'”