โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครม.ไฟเขียวปรับเกณฑ์ `ซื้อหุ้นคืน` ไม่ต้องพักคอย 6 เดือน พร้อมยืดเวลาขายหุ้นที่ซื้อคืนจาก 3 ปี เป็น 6 ปี

efinanceThai

เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 02.53 น.

ครม.ไฟเขียวปรับเกณฑ์ ซื้อหุ้นคืน ไม่ต้องพักคอย 6 เดือน พร้อมยืดเวลาขายหุ้นที่ซื้อคืนจาก 3 ปี เป็น 6 ปี

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 มิ.ย. 68 9:53: น.

ครม.อนุมัติร่างกฎกระทรวงฯ ปรับหลักเกณฑ์การซื้อหุ้นคืนตามโครงการใหม่ ไม่ต้องมีระยะเวลาพักคอย 6 เดือน ส่วนหุ้นที่ซื้อคืนต้องจำหน่ายให้หมดภายใน 3 ปี แต่กรณี บจ. หากราคาต่ำกว่าหรือเท่ากับราคาซื้อคืนเฉลี่ย ให้ขยายเวลาการจำหน่ายหุ้นออกไปอีก 2 ปี และขยายได้อีก 1 ปี รวมเป็น 6 ปีเพื่อการบริหารจัดการสภาพคล่องให้ยืดหยุ่น เหมาะสมกับสภาวะตลาด และสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีความผันผวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.68 ซึ่งนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการซื้อหุ้นคืน การจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนและการตัดหุ้นที่ซื้อคืนของบริษัท (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วดำเนินการต่อไปได้ รวมทั้งให้กระทรวงพาณิชย์รับความเห็นของ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการต่อไป โดยให้ส่งผลการรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมไปประกอบการพิจารณาในชั้นการตรวจพิจารณาร่างกฎกระทรวงฯ ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อไปด้วย

สาระสำคัญ ได้แก่

1. ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการซื้อหุ้นคืน การจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนและการตัดหุ้นที่ซื้อคืนของบริษัท (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. มีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการซื้อหุ้นคืน การจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนและการตัดหุ้นที่ซื้อคืนของบริษัท พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนี้

(1) แก้ไขเพิ่มเติมระยะเวลาการซื้อหุ้นคืนตามโครงการใหม่ โดยไม่ต้องมีระยะเวลาพักคอย จากเดิมบริษัทจะสามารถซื้อหุ้นคืนตามโครงการใหม่ได้ เมื่อพ้นกำหนด 6 เดือน นับแต่วันซื้อหุ้นครบจำนวนแล้ว หรือวันสิ้นสุดกำหนดเวลาการซื้อหุ้นคืนครั้งหลังสุด หรือวันที่การยกเลิกโครงการซื้อหุ้นคืนมีผล เป็นบริษัทสามารถซื้อหุ้นคืนตามโครงการใหม่ได้ทันทีเมื่อการซื้อหุ้นคืนครบจำนวนแล้ว หรือเมื่อพ้นกำหนดวันสิ้นสุดกำหนดเวลาการซื้อหุ้นคืนครั้งหลังสุดหรือวันที่การยกเลิกโครงการมีผล

(2) แก้ไขเพิ่มเติมระยะเวลาการจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนในกรณีบริษัทมหาชนจำกัดที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งราคาหุ้นของบริษัทในช่วงระยะเวลาที่กำหนดไว้ในการซื้อหุ้นคืนนั้น ต่ำกว่าหรือเท่ากับราคาซื้อคืนเฉลี่ย ให้สามารถขยายระยะเวลาการจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนออกไปได้อีก 2 ปี และหากไม่สามารถจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนนี้ได้หมดภายในระยะเวลาดังกล่าว บริษัทสามารถขยายระยะเวลาการจำหน่ายหุ้นดังกล่าวได้อีกไม่เกิน 1 ปี รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 6 ปี (จากเดิมไม่เกิน 3 ปี) ทั้งนี้ บริษัทจะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นก่อนจึงจะขยายระยะเวลาดังกล่าวได้

เพื่อช่วยให้บริษัทที่มีกำไรสะสมและสภาพคล่องส่วนเกินสามารถทำโครงการซื้อหุ้นคืนได้คล่องตัวตามสภาวะเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการช่วยเสริมสภาพคล่อง และศักยภาพของตลาดทุนอันจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นและตลาดทุน รวมถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

ร่างกฎกระทรวงใหม่ รายละเอียด วัตถุประสงค์/หมายเหตุ ปรับปรุงระยะเวลาการซื้อหุ้นคืน ให้บริษัทสามารถซื้อหุ้นคืนตามโครงการใหม่ได้ทันที ไม่ต้องเว้นระยะเวลา 6 เดือนหลังโครงการเดิม เพื่อความยืดหยุ่นทางการเงินของบริษัท และให้ สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แก้ไขเพิ่มเติมระยะเวลาในการจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน 1) จำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนได้เมื่อพ้น 3 เดือนหลังการซื้อคืน
2) ต้องจำหน่ายให้หมดภายใน 3 ปี
3) หากราคาหุ้นที่ซื้อคืนต่ำกว่าหรือเท่ากับราคาซื้อคืนเฉลี่ย สามารถขยายเวลาได้อีก 2 ปี
4) หากยังขายไม่หมดภายใน 2 ปี สามารถขยายได้อีก 1 ปี โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้น เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจำหน่ายหุ้นและรองรับความผันผวนของตลาดได้เหมาะสมมากขึ้น

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...