โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

งานวิจัย Stanford เผย หยุดคิดแง่ลบเดี๋ยวนี้ ถ้าอยาก "รวย" และชีวิตดี

Mission To The Moon

เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2568 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Media

หยุดคิดแง่ลบเดี๋ยวนี้ ถ้าอยาก "รวย" และมีชีวิตที่ดีขึ้น!
.
.
"ช่างเป็นคนมองโลกสวยจริงๆ" "ดูท่าทางไม่ทันโลกเลยนะ" "ระวังจะโดนหลอกนะที่ไว้ใจคนง่าย" คุณเคยถูกคนรอบข้างพูดแบบนี้ใส่ไหม เพียงเพราะคุณเลือกที่จะมองโลกในแง่ดี?
.
ทุกวันนี้เราถูกถล่มด้วยข่าวร้ายและเรื่องราวน่ากังวลผ่านหน้าจอโซเชียลมีเดียจนหลายคนรู้สึกว่าการมองโลกในแง่ดีกลายเป็นเรื่องน่าละอาย ถูกมองว่าไร้เดียงสาและไม่ทันคน
.
แต่งานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัย Stanford กลับมาให้กำลังใจคนมองโลกในแง่ดีและเปลี่ยนความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าคนฉลาดต้องช่างสงสัยและมองโลกในแง่ร้าย ผลการศึกษาพบว่า ทัศนคติเชิงบวกไม่เพียงส่งผลดีต่อสุขภาพจิตเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อความมั่งคั่งและความสำเร็จทางการเงินด้วย ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า การมองโลกในแง่ดีไม่ใช่ความโง่เขลา แต่เป็นกลยุทธ์อันชาญฉลาดที่จะนำไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า
.
เรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกมาผ่านหนังสือใหม่ "Hope For Cynics" โดยศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจาก Stanford, Jamil Zaki พบว่า "คนที่มองโลกในแง่ร้ายจะจบลงด้วยการป่วยมากกว่า เศร้ามากกว่า จนมากกว่า และผิดพลาดมากกว่า" ขณะที่คนที่มีความหวังและมองโลกในแง่ดีมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จทางการเงินและมีความสุขมากกว่า นี่ไม่ใช่แค่ความเชื่อ แต่เป็นข้อมูลที่พิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์
.
.
“Hope For Cynics” ความหวังสำหรับคนช่างสงสัย
.
ถ้าคุณเป็นคนมองโลกในแง่ดีแต่มักถูกเพื่อนหรือคนรอบข้างมองว่าไม่ทันโลก งานวิจัยนี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะช่วยยืนยันว่าคุณกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง และถ้าคุณเป็นคนช่างสงสัยที่มองโลกในแง่ร้าย งานวิจัยนี้ก็มีข่าวดีที่ว่า “ความคิดแง่ลบเป็นสิ่งที่ปรับเปลี่ยนได้”
.
ในโลกแห่งความจริงแล้ว เราจะพบว่าคนช่างสงสัยมักภาคภูมิใจในการมองโลกตามความเป็นจริง พวกเขามองว่าคนที่คิดบวกเป็นพวกหลอกตัวเองหรือไม่เท่าทันโลก แต่งานวิจัยกลับพบว่า คนมองโลกในแง่ดีไม่ได้หลอกตัวเองแต่อย่างใด พวกเขาแค่เลือกที่จะโฟกัสกับโอกาสมากกว่าอุปสรรค ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจและการกระทำที่ส่งผลดีต่อชีวิตในระยะยาว
.
คนที่มองโลกในแง่ร้ายไม่เพียงมีความสุขน้อยกว่า แต่ยังมีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่า ดื่มแอลกอฮอล์หนักกว่า และที่น่าตกใจคือ เสียชีวิตเร็วกว่าคนที่มองโลกในแง่ดี ที่แย่ไปกว่านั้น คนที่ชอบคิดลบยังมีรายได้น้อยกว่าด้วย ขณะที่ "คนที่ไม่มองโลกในแง่ร้ายมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดอาชีพการงาน" การปรับมุมมองชีวิตจึงอาจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดที่คุณจะทำได้
.
.
ทำไมคนมองโลกในแง่ดีถึงประสบความสำเร็จมากกว่า?
.
คำตอบอยู่ที่กลไกการทำงานของสมองและพฤติกรรมที่ตามมา งานวิจัยระบุว่า คนมองโลกในแง่ดีไม่ได้แค่ "รู้สึกดีกว่า" แต่พวกเขาทำการตัดสินใจและใช้ชีวิตแตกต่างจากคนมองโลกในแง่ร้ายในแง่มุมสำคัญ 4 ข้อด้วยกันคือ
.
[ ] กล้าคว้าโอกาส - เมื่อโอกาสมาถึง คนมองโลกในแง่ดีจะกล้าคว้าไว้ ขณะที่คนมองโลกในแง่ร้ายมักกลัวความล้มเหลวจนพลาดโอกาสดีๆ ไป คนมองโลกในแง่ดีไม่ได้มองว่าความล้มเหลวคือจุดจบ แต่เป็นก้าวหนึ่งที่จำเป็นสู่ความสำเร็จ
.
[ ] ฟื้นตัวไวกว่า - เมื่อเจออุปสรรค คนมองโลกในแง่ดีจะไม่จมอยู่กับความผิดหวัง พวกเขาฟื้นตัวเร็ว เรียนรู้จากความผิดพลาด และก้าวต่อไปด้วยความมั่นใจ ความยืดหยุ่นทางอารมณ์นี้ทำให้พวกเขาไม่ย่อท้อแม้เจอเรื่องยาก
.
[ ] มีเครือข่ายดีกว่า - ใครอยากอยู่ใกล้คนที่บ่นตลอดเวลา? คนมองโลกในแง่ดีสร้างความสัมพันธ์ได้ง่ายกว่า มีเครือข่ายกว้างกว่า และได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้างมากกว่า ซึ่งเปิดประตูสู่โอกาสมากมายในชีวิตและอาชีพ
.
[ ] สุขภาพแข็งแรงกว่า - คนมองโลกในแง่ดีไม่เพียงมีสุขภาพจิตดีกว่า แต่ร่างกายก็แข็งแรงกว่าด้วย พวกเขาเจ็บป่วยน้อยกว่า มีระบบภูมิคุ้มกันที่ดีกว่า และมีพลังงานมากกว่าในการทำงาน ซึ่งแปลเป็นประสิทธิภาพและความสำเร็จที่สูงขึ้น
.
เห็นได้ว่าการมองโลกในแง่ดีไม่ใช่แค่การ "คิดบวก" แต่เป็นชุดของพฤติกรรมและการตัดสินใจที่สะสมเป็นความได้เปรียบในชีวิต ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมงานวิจัยถึงพบว่าคนมองโลกในแง่ดีมีแนวโน้มประสบความสำเร็จทางการเงินมากกว่า เพราะพวกเขาใช้ชีวิตแบบที่เพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่หวังให้โชคดีนั่นเอง
.
.
แต่ฉันเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายมาตลอด จะเปลี่ยนได้ไหม?
.
คำถามนี้อาจเป็นคำถามแรกที่เด้งขึ้นมาในหัวหลายคน โดยเฉพาะคนที่เกิดมาเป็นคนที่ชอบ "เตรียมตัวรับมือสถานการณ์เลวร้าย" ซึ่งในโลกความเป็นจริงแล้ว การมองโลกในแง่ร้ายมันมีประโยชน์บางอย่าง เพราะมันช่วยให้เราระวังภัย วางแผนรับมือปัญหา และไม่ตกหลุมพรางง่ายๆ
.
แต่ปัญหาคือ เมื่อมันกลายเป็น ฏefault mode ของเรา มันจะกลายเป็นตัวขัดขวางความสำเร็จมากกว่าที่จะปกป้องเรา
.
ข่าวดีคือ ทัศนคติเชิงบวกเป็นทักษะที่สามารถฝึกฝนและพัฒนาได้ งานวิจัยด้านประสาทวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่าสมองของเรามีความยืดหยุ่น (Neuroplasticity) ซึ่งหมายความว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและมุมมองของเราได้ตลอดชีวิต

แม้คุณจะเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายมาทั้งชีวิต คุณก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ Zaki เรียกการเปลี่ยนแปลงนี้ว่า การเปลี่ยนจาก "Cynicism" สู่ "Skeptical Hope" หรือ "ความหวังอย่างมีวิจารณญาณ" ซึ่งไม่ได้หมายถึงการไร้เดียงสา แต่เป็นการรู้เท่าทันโลกพร้อมกับยังคงมองเห็นความดีงามในนั้น
.
[ ] 1. จับความคิดลบให้ทัน
.
เมื่อความคิดลบแว้บเข้ามา ให้หยุดและถามตัวเองว่า "นี่เป็นข้อเท็จจริงหรือแค่ความกลัวของฉัน?" "มีมุมมองอื่นที่เป็นไปได้ไหม?" การตั้งคำถามกับความคิดเชิงลบไม่ใช่การหลอกตัวเอง แต่เป็นการฝึกมองภาพที่ครบถ้วนมากขึ้น ทั้งโอกาสและความเสี่ยง
.
[ ] 2. อยู่ท่ามกลางพลังงานบวก
.
พลังของสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อความคิดของเราอย่างมหาศาล อยู่ใกล้คนที่มองโลกในแง่ดี มีความกระตือรือร้น และชอบแก้ปัญหามากกว่าบ่นปัญหา ลดเวลาที่อยู่กับคนชอบบ่น ลดการเสพข่าวลบ และเลือกรับข้อมูลที่สร้างแรงบันดาลใจมากขึ้น
.
[ ] 3. จดบันทึกสิ่งดีๆ
.
เริ่มต้นวันด้วยการเขียนสิ่งที่คุณรู้สึกขอบคุณสัก 3 อย่าง ไม่ว่าจะเล็กแค่ไหน การทำเช่นนี้เพียง 21 วันสามารถปรับวงจรประสาทในสมองและสร้างนิสัยการมองหาสิ่งดีๆ รอบตัวโดยอัตโนมัติ สมองของเราเหมือนกล้ามเนื้อ ยิ่งฝึกมองหาสิ่งดี ก็จะยิ่งเก่งขึ้นในการเห็นสิ่งดี
.
[ ] 4. เลิกเปรียบเทียบ เริ่มสร้างเส้นทางของตัวเอง
.
โซเชียลมีเดียทำให้เราเห็นแต่ด้านสวยงามของชีวิตคนอื่น จนรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว จำไว้ว่า สิ่งที่คุณเห็นคือไฮไลท์ ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด หันมาโฟกัสกับเส้นทางของตัวเอง เปรียบเทียบกับตัวเองเมื่อวาน ไม่ใช่กับคนอื่นบน Instagram
.
[ ] 5. ฉลองชัยชนะเล็กๆ
.
เป้าหมายใหญ่สำเร็จได้จากความสำเร็จเล็กๆ หลายครั้ง ตั้งเป้าหมายย่อยที่ทำได้จริง และฉลองเมื่อทำสำเร็จ แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย การฉลองจะกระตุ้นสารโดปามีนในสมอง สร้างความรู้สึกดีและแรงจูงใจที่จะทำสิ่งดีๆ ต่อไป เกิดเป็นวงจรแห่งความสำเร็จที่เสริมสร้างมุมมองเชิงบวกและความมั่นใจ
.
ความคิดเชิงบวกไม่ใช่การมองข้ามปัญหาหรือหลอกตัวเอง แต่เป็นการเลือกมองเห็นโอกาสในความท้าทาย และเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองที่จะฝ่าฟันอุปสรรค ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การเลือกมีความหวังอย่างมีวิจารณญาณอาจเป็นการลงทุนที่ฉลาดที่สุดที่คุณจะทำเพื่อความสำเร็จและความสุขในระยะยาว
.
ดังนั้น ครั้งต่อไปที่มีคนเรียกคุณว่า "คนโลกสวย" หรือ "ไม่ทันคน" เพียงเพราะคุณเลือกมองโลกในแง่ดี แค่ยิ้มและให้รู้ไว้ว่า “วิทยาศาสตร์อยู่ข้างคุณ”
.
.
อ้างอิง
- The No. 1 business book to read in June: ‘Hope for Cynics’ on a surprising mindset shift that can boost your success and income: Ester Bloom, CNBC Make It - https://bit.ly/43Hop34
.
.
#PositiveThinking
#trend
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...