งานวิจัย Stanford เผย หยุดคิดแง่ลบเดี๋ยวนี้ ถ้าอยาก "รวย" และชีวิตดี
หยุดคิดแง่ลบเดี๋ยวนี้ ถ้าอยาก "รวย" และมีชีวิตที่ดีขึ้น!
.
.
"ช่างเป็นคนมองโลกสวยจริงๆ" "ดูท่าทางไม่ทันโลกเลยนะ" "ระวังจะโดนหลอกนะที่ไว้ใจคนง่าย" คุณเคยถูกคนรอบข้างพูดแบบนี้ใส่ไหม เพียงเพราะคุณเลือกที่จะมองโลกในแง่ดี?
.
ทุกวันนี้เราถูกถล่มด้วยข่าวร้ายและเรื่องราวน่ากังวลผ่านหน้าจอโซเชียลมีเดียจนหลายคนรู้สึกว่าการมองโลกในแง่ดีกลายเป็นเรื่องน่าละอาย ถูกมองว่าไร้เดียงสาและไม่ทันคน
.
แต่งานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัย Stanford กลับมาให้กำลังใจคนมองโลกในแง่ดีและเปลี่ยนความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าคนฉลาดต้องช่างสงสัยและมองโลกในแง่ร้าย ผลการศึกษาพบว่า ทัศนคติเชิงบวกไม่เพียงส่งผลดีต่อสุขภาพจิตเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อความมั่งคั่งและความสำเร็จทางการเงินด้วย ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า การมองโลกในแง่ดีไม่ใช่ความโง่เขลา แต่เป็นกลยุทธ์อันชาญฉลาดที่จะนำไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า
.
เรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกมาผ่านหนังสือใหม่ "Hope For Cynics" โดยศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจาก Stanford, Jamil Zaki พบว่า "คนที่มองโลกในแง่ร้ายจะจบลงด้วยการป่วยมากกว่า เศร้ามากกว่า จนมากกว่า และผิดพลาดมากกว่า" ขณะที่คนที่มีความหวังและมองโลกในแง่ดีมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จทางการเงินและมีความสุขมากกว่า นี่ไม่ใช่แค่ความเชื่อ แต่เป็นข้อมูลที่พิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์
.
.
“Hope For Cynics” ความหวังสำหรับคนช่างสงสัย
.
ถ้าคุณเป็นคนมองโลกในแง่ดีแต่มักถูกเพื่อนหรือคนรอบข้างมองว่าไม่ทันโลก งานวิจัยนี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะช่วยยืนยันว่าคุณกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง และถ้าคุณเป็นคนช่างสงสัยที่มองโลกในแง่ร้าย งานวิจัยนี้ก็มีข่าวดีที่ว่า “ความคิดแง่ลบเป็นสิ่งที่ปรับเปลี่ยนได้”
.
ในโลกแห่งความจริงแล้ว เราจะพบว่าคนช่างสงสัยมักภาคภูมิใจในการมองโลกตามความเป็นจริง พวกเขามองว่าคนที่คิดบวกเป็นพวกหลอกตัวเองหรือไม่เท่าทันโลก แต่งานวิจัยกลับพบว่า คนมองโลกในแง่ดีไม่ได้หลอกตัวเองแต่อย่างใด พวกเขาแค่เลือกที่จะโฟกัสกับโอกาสมากกว่าอุปสรรค ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจและการกระทำที่ส่งผลดีต่อชีวิตในระยะยาว
.
คนที่มองโลกในแง่ร้ายไม่เพียงมีความสุขน้อยกว่า แต่ยังมีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่า ดื่มแอลกอฮอล์หนักกว่า และที่น่าตกใจคือ เสียชีวิตเร็วกว่าคนที่มองโลกในแง่ดี ที่แย่ไปกว่านั้น คนที่ชอบคิดลบยังมีรายได้น้อยกว่าด้วย ขณะที่ "คนที่ไม่มองโลกในแง่ร้ายมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดอาชีพการงาน" การปรับมุมมองชีวิตจึงอาจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดที่คุณจะทำได้
.
.
ทำไมคนมองโลกในแง่ดีถึงประสบความสำเร็จมากกว่า?
.
คำตอบอยู่ที่กลไกการทำงานของสมองและพฤติกรรมที่ตามมา งานวิจัยระบุว่า คนมองโลกในแง่ดีไม่ได้แค่ "รู้สึกดีกว่า" แต่พวกเขาทำการตัดสินใจและใช้ชีวิตแตกต่างจากคนมองโลกในแง่ร้ายในแง่มุมสำคัญ 4 ข้อด้วยกันคือ
.
[ ] กล้าคว้าโอกาส - เมื่อโอกาสมาถึง คนมองโลกในแง่ดีจะกล้าคว้าไว้ ขณะที่คนมองโลกในแง่ร้ายมักกลัวความล้มเหลวจนพลาดโอกาสดีๆ ไป คนมองโลกในแง่ดีไม่ได้มองว่าความล้มเหลวคือจุดจบ แต่เป็นก้าวหนึ่งที่จำเป็นสู่ความสำเร็จ
.
[ ] ฟื้นตัวไวกว่า - เมื่อเจออุปสรรค คนมองโลกในแง่ดีจะไม่จมอยู่กับความผิดหวัง พวกเขาฟื้นตัวเร็ว เรียนรู้จากความผิดพลาด และก้าวต่อไปด้วยความมั่นใจ ความยืดหยุ่นทางอารมณ์นี้ทำให้พวกเขาไม่ย่อท้อแม้เจอเรื่องยาก
.
[ ] มีเครือข่ายดีกว่า - ใครอยากอยู่ใกล้คนที่บ่นตลอดเวลา? คนมองโลกในแง่ดีสร้างความสัมพันธ์ได้ง่ายกว่า มีเครือข่ายกว้างกว่า และได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้างมากกว่า ซึ่งเปิดประตูสู่โอกาสมากมายในชีวิตและอาชีพ
.
[ ] สุขภาพแข็งแรงกว่า - คนมองโลกในแง่ดีไม่เพียงมีสุขภาพจิตดีกว่า แต่ร่างกายก็แข็งแรงกว่าด้วย พวกเขาเจ็บป่วยน้อยกว่า มีระบบภูมิคุ้มกันที่ดีกว่า และมีพลังงานมากกว่าในการทำงาน ซึ่งแปลเป็นประสิทธิภาพและความสำเร็จที่สูงขึ้น
.
เห็นได้ว่าการมองโลกในแง่ดีไม่ใช่แค่การ "คิดบวก" แต่เป็นชุดของพฤติกรรมและการตัดสินใจที่สะสมเป็นความได้เปรียบในชีวิต ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมงานวิจัยถึงพบว่าคนมองโลกในแง่ดีมีแนวโน้มประสบความสำเร็จทางการเงินมากกว่า เพราะพวกเขาใช้ชีวิตแบบที่เพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่หวังให้โชคดีนั่นเอง
.
.
แต่ฉันเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายมาตลอด จะเปลี่ยนได้ไหม?
.
คำถามนี้อาจเป็นคำถามแรกที่เด้งขึ้นมาในหัวหลายคน โดยเฉพาะคนที่เกิดมาเป็นคนที่ชอบ "เตรียมตัวรับมือสถานการณ์เลวร้าย" ซึ่งในโลกความเป็นจริงแล้ว การมองโลกในแง่ร้ายมันมีประโยชน์บางอย่าง เพราะมันช่วยให้เราระวังภัย วางแผนรับมือปัญหา และไม่ตกหลุมพรางง่ายๆ
.
แต่ปัญหาคือ เมื่อมันกลายเป็น ฏefault mode ของเรา มันจะกลายเป็นตัวขัดขวางความสำเร็จมากกว่าที่จะปกป้องเรา
.
ข่าวดีคือ ทัศนคติเชิงบวกเป็นทักษะที่สามารถฝึกฝนและพัฒนาได้ งานวิจัยด้านประสาทวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่าสมองของเรามีความยืดหยุ่น (Neuroplasticity) ซึ่งหมายความว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและมุมมองของเราได้ตลอดชีวิต
“
แม้คุณจะเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายมาทั้งชีวิต คุณก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ Zaki เรียกการเปลี่ยนแปลงนี้ว่า การเปลี่ยนจาก "Cynicism" สู่ "Skeptical Hope" หรือ "ความหวังอย่างมีวิจารณญาณ" ซึ่งไม่ได้หมายถึงการไร้เดียงสา แต่เป็นการรู้เท่าทันโลกพร้อมกับยังคงมองเห็นความดีงามในนั้น
.
[ ] 1. จับความคิดลบให้ทัน
.
เมื่อความคิดลบแว้บเข้ามา ให้หยุดและถามตัวเองว่า "นี่เป็นข้อเท็จจริงหรือแค่ความกลัวของฉัน?" "มีมุมมองอื่นที่เป็นไปได้ไหม?" การตั้งคำถามกับความคิดเชิงลบไม่ใช่การหลอกตัวเอง แต่เป็นการฝึกมองภาพที่ครบถ้วนมากขึ้น ทั้งโอกาสและความเสี่ยง
.
[ ] 2. อยู่ท่ามกลางพลังงานบวก
.
พลังของสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อความคิดของเราอย่างมหาศาล อยู่ใกล้คนที่มองโลกในแง่ดี มีความกระตือรือร้น และชอบแก้ปัญหามากกว่าบ่นปัญหา ลดเวลาที่อยู่กับคนชอบบ่น ลดการเสพข่าวลบ และเลือกรับข้อมูลที่สร้างแรงบันดาลใจมากขึ้น
.
[ ] 3. จดบันทึกสิ่งดีๆ
.
เริ่มต้นวันด้วยการเขียนสิ่งที่คุณรู้สึกขอบคุณสัก 3 อย่าง ไม่ว่าจะเล็กแค่ไหน การทำเช่นนี้เพียง 21 วันสามารถปรับวงจรประสาทในสมองและสร้างนิสัยการมองหาสิ่งดีๆ รอบตัวโดยอัตโนมัติ สมองของเราเหมือนกล้ามเนื้อ ยิ่งฝึกมองหาสิ่งดี ก็จะยิ่งเก่งขึ้นในการเห็นสิ่งดี
.
[ ] 4. เลิกเปรียบเทียบ เริ่มสร้างเส้นทางของตัวเอง
.
โซเชียลมีเดียทำให้เราเห็นแต่ด้านสวยงามของชีวิตคนอื่น จนรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว จำไว้ว่า สิ่งที่คุณเห็นคือไฮไลท์ ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด หันมาโฟกัสกับเส้นทางของตัวเอง เปรียบเทียบกับตัวเองเมื่อวาน ไม่ใช่กับคนอื่นบน Instagram
.
[ ] 5. ฉลองชัยชนะเล็กๆ
.
เป้าหมายใหญ่สำเร็จได้จากความสำเร็จเล็กๆ หลายครั้ง ตั้งเป้าหมายย่อยที่ทำได้จริง และฉลองเมื่อทำสำเร็จ แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย การฉลองจะกระตุ้นสารโดปามีนในสมอง สร้างความรู้สึกดีและแรงจูงใจที่จะทำสิ่งดีๆ ต่อไป เกิดเป็นวงจรแห่งความสำเร็จที่เสริมสร้างมุมมองเชิงบวกและความมั่นใจ
.
ความคิดเชิงบวกไม่ใช่การมองข้ามปัญหาหรือหลอกตัวเอง แต่เป็นการเลือกมองเห็นโอกาสในความท้าทาย และเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองที่จะฝ่าฟันอุปสรรค ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การเลือกมีความหวังอย่างมีวิจารณญาณอาจเป็นการลงทุนที่ฉลาดที่สุดที่คุณจะทำเพื่อความสำเร็จและความสุขในระยะยาว
.
ดังนั้น ครั้งต่อไปที่มีคนเรียกคุณว่า "คนโลกสวย" หรือ "ไม่ทันคน" เพียงเพราะคุณเลือกมองโลกในแง่ดี แค่ยิ้มและให้รู้ไว้ว่า “วิทยาศาสตร์อยู่ข้างคุณ”
.
.
อ้างอิง
- The No. 1 business book to read in June: ‘Hope for Cynics’ on a surprising mindset shift that can boost your success and income: Ester Bloom, CNBC Make It - https://bit.ly/43Hop34
.
.
#PositiveThinking
#trend
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast