โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แบงก์จะลดดอกเบี้ยกี่โมง.!?

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 06 พ.ค. 2568 เวลา 23.20 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

วันที่ 30 เม.ย. 68 ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จากเดิมระดับ 2% ต่อปี มาเป็น 1.75% ต่อปี“ให้มีผลทันที”

โดยกนง.เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจและรองรับความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นรวมทั้งสภาวะ การเงินให้เหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่เปลี่ยนไป

ขณะที่กนง.เสียงส่วนน้อยเห็นว่า ควรคงอัตราดอกเบี้ยไว้เพื่อใช้ในจังหวะที่เกิดประสิทธิผลสูงสุด ภายใต้ขีดความสามารถของนโยบายการเงิน (Policy Space) ที่มีจำกัด

จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมา 1 สัปดาห์เต็มยังไม่เห็นธนาคารใดเลยที่จะออกมาประกาศ “ปรับลดดอกเบี้ย”แม้กระทั่งธนาคารเฉพาะกิจของรัฐเอง “เงียบกริบ” ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่เลย..!!

ฟากธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ก็ยังเสพสมกับอัตราดอกเบี้ยเดิม..ไม่กระตือรือร้นจะออกมาประกาศลดดอกเบี้ยเพื่อชาติหรือเพื่อลูกค้าของตัวเองเอาเสียเลย..!?

เอ้..หรือว่านี่คือเทคนิคที่บรรดาแบงก์ต่าง ๆ รอให้ผ่านพ้นช่วงที่บรรดาลูกหนี้ต้องจ่ายค่างวดเดือนเม.ย. 68 ผ่านพ้นไปก่อน..ใช่หรือไม่..!?

อีกเหตุผลที่น่าขบคิด..นั่นคือดูจากงบไตรมาส 1/68 ที่ตัวเลข NIM (ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ) อ่อนแอและความเสี่ยงเกี่ยวกับคุณภาพสินทรัพย์ ทำกำไรรวมกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 52,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

ดูเผิน ๆ กำไรเพิ่มขึ้น..แต่ทว่าผลการดำเนินงานหลัก เช่น การเติบโตของสินเชื่อ อัตราส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (Credit Cost) แย่กว่าที่ตลาดคาดหวังไว้..

ทำให้เกิดความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับคุณภาพสินทรัพย์จากผลกระทบทางเศรษฐกิจ ที่ไม่แน่นอนจากภาษีศุลกากรสหรัฐฯ ส่งผลให้คุณภาพสินเชื่ออ่อนแอลง

มีการประเมินแนวโน้มสินเชื่ออ่อนแอ โดยสินเชื่อปีนี้อาจลดลงอีกจากปี 2567 เห็นได้จากสินเชื่อรวมช่วงไตรมาส 1/68 ลดลงเล็กน้อยและการลงทุนภาคธุรกิจอาจชะลอตัวลงช่วงไตรมาส 2-3 และต้องรอดูทิศทางที่ชัดเจนขึ้นของภาษีการค้าสหรัฐฯ, สินเชื่อธุรกิจเป็นกลุ่มเดียวเท่านั้นที่สามารถเติบโตได้ช่วงปี 2568

ส่งผลต่อผลตอบแทนสินเชื่อโดยรวม เนื่องจากสินเชื่อประเภทนี้มีผลตอบแทนสินเชื่อต่ำ…

ขณะที่ Credit cost ยังสูง ทำให้ธนาคารส่วนใหญ่ต้องใช้เงินสำรองส่วนเกิน (management overlay) เพิ่มเติมช่วงไตรมาส 2-3 และ Credit cost น่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 1.50% เทียบกับ 1.49% ไตรมาส 1/68

และธนาคารต้องลดระดับคุณภาพสินเชื่อลูกค้าสินเชื่อเชิงพาณิชย์บางรายลง มาเป็นสินเชื่อจัดชั้น Stage 2 ช่วงไตรมาส 2/68

นั่นทำให้ Credit Cost สูงขึ้น..!!!

ที่สำคัญลูกค้าที่เป็นผู้ผลิตจะมีความเสี่ยงต่อการส่งออกไปสหรัฐฯ ทั้งทางตรงและทางอ้อมมากขึ้น โดยเฉพาะธนาคารขนาดใหญ่ ถูกประเมินว่า 15-20% ของสินเชื่อทั้งหมด จะเกี่ยวข้องกับภาคการส่งออก

นั่นทำให้มีการปรับลดประมาณการกำไรปี 2568-2570 กลุ่มธนาคารลง 1.6% 4.5% และ 5.3% มาสู่ระดับ 185,000ล้านบาท, 188,000 ล้านบาท และ 190,000 ล้านบาท

ภายใต้การปรับลดสมมติฐาน NIM และการเติบโตของสินเชื่อ แต่ปรับเพิ่มสมมติฐาน Credit Cost ทำให้กำไรปี 2568 มีแนวโน้มปรับลดลง 5% ก่อนเริ่มฟื้นตัวขึ้นช่วงปี 2569

แหละนี่คือ..อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้แบงก์ประวิงเวลาในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยใช่หรือไม่..!?

แต่ไม่รู้ล่ะ..ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลหรือข้ออ้างใด ๆ

กลับมาที่คำถามเดิม..แล้ว “แบงก์จะลดดอกเบี้ยกี่โมง” ละเนี่ย..!?

เล็กเซียวหงส์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...