โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลงแล้วขึ้น..ขึ้นแล้วลง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 18 พ.ย. 2567 เวลา 23.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ “โมนิก้า” อยากเปิดประเด็นด้วยเรื่องทิศทางหุ้นไทยจะเป็นอย่างไร? เพราะก่อนหน้านี้ทำท่าเหมือนจะหมดแรงก่อนเวลาอันควร แต่ก็มีแรงฮึดกลับมายืนในแดนบวกได้ทุกที ผนวกกับการประคองตัวยืนเหนือแนวรับที่เป็นจุดเด้งกลับบริเวณ 1,442 จุดยังทำได้อย่างยอดเยี่ยม ส่งผลให้การเคลื่อนตัวของดัชนีในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมายังป้วนเปี้ยนไปมาในกรอบ 1,440-1,460จุดไงล่ะคะ

ที่น่าสนใจคือ ในช่วงที่ตลาดหุ้นต่างประเทศร่วงลงแรง แต่ตลาดหุ้นไทยยังเอาตัวรอดได้เป็นประจำ “โมนิก้า” เลยอยากให้นักลงทุนจับสัญญาณการเล่นเที่ยวนี้ให้ดีเป็นพิเศษ เพราะสเตปการเคลื่อนตัวเป็นลักษณะ W-Shape ซึ่งมีจุดขายทำกำไรช่วงสั้นที่ชัดเจน ขณะเดียวกันก็มีการบอกจุดรับของให้นักเล่นได้รู้แบบนี้ เดี๊ยนถือเป็นเรื่องวิจารณญาณของนักลงทุนมองสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแบบไหนพะย่ะค่ะ

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เดี๊ยนต้องตั้งคำถามว่า การยืนปิดของดัชนีที่ระดับ 1,452.78 จุด บวกไป 10.15 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.83 หมื่นล้านบาท เหมาะต่อการไหลตามน้ำขนาดไหน? แถมโมเมนตัมเที่ยวนี้เหวี่ยงกลับไปหาหุ้นแบงก์อีกครั้ง และกองทุนวายุภักษ์ กับ “ต่างชาติ”มีบทบาทมากขึ้น “โมนิก้า” จึงพยายามเสาะหาคำตอบที่ทำให้หุ้นแต่ละตัว “ขึ้นแรง ลงแรง” เพื่อแฟนคลับจะได้ประเมินสภาพหุ้นได้ถูกเจ้าค่ะ

โดยเฉพาะการคัมแบ็กของหุ้น KBANKซึ่งเป็นการบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 2พร้อมกับยืนปิดที่ระดับ 149 บาท บวกไป 1.50 บาท หรือขึ้นไป 1% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.89 พันล้านบาท เดี๊ยนคงต้องอิงคำตอบจากวงจรธุรกิจที่เข้าไฮซีซั่นเป็นเรื่องแรก ส่วนเรื่องที่สองคงมาจากกองทุนนกเข้ามาลุยหุ้น และประเด็นสุดท้ายคงเป็นเรื่องวงรอบหุ้นซึ่งเมื่อดูรวม ๆ ก็ช่วยหนุนให้หุ้นไปต่อ เพราะราคาเป้าที่นักวิเคราะห์ให้ไว้ก่อนหน้านี้..อัพไซด์เพียบจ้า

เช่นเดียวกับแบงก์ตราดอกบัว BBL มีสตอรี่ที่น่าสนใจเยอะแยะไปหมด แต่ราคาหุ้นก็ขานรับข่าวดีได้เพียงแค่นี้ “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องของสถานการณ์โดยรวมไม่เอื้อมากกว่า จึงต้องเข้าใจเหตุผลที่ราคาหุ้นยืนปิดได้แค่ระดับ 151 บาท บวกไป 2.50 บาท หรือขึ้นไป 1.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.22 พันล้านบาท และถ้าย้อนดูเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมาจะเห็นว่า เขาก็เล่นบนกรอบราคา 146-152นะออเจ้า

ส่วนรายที่ลุ้นหนักหน่อย “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้นปูนใหญ่ SCCเพราะราคาหุ้นไหลลงลูกเดียวแบบไม่มีลิมิต และทุกครั้งที่ราคาหุ้นเริ่มดีดตัวในระหว่างทางขาลง แต่สุดท้ายก็นำมาซึ่งโลว์ใหม่เป็นประจำ เดี๊ยนเลยหวังในใจว่า การยืนปิดที่ระดับ 193.50 บาท บวกไป 6.50 บาท หรือขึ้นไป 3.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 863 ล้านบาท น่าจะไม่เหมือนกับรอบที่ผ่านมา เพราะตัวอีฉันเองก็กังวลเรื่องกำไรจะออกมาดีแค่ไหนเหมือนค่ะ

ประหลาดสุดคงเป็นในรายของ MCOTเพราะยังแสดงอิทธิฤทธิ์ให้เห็นเนือง ๆ ทั้งที่การรับรู้กำไรพิเศษก็มีแค่ครั้งเดียว และการขยับไปทำเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย “โมนิก้า” เลยไม่เข้าใจเหตุผลที่ราคาหุ้นเด้งขึ้นมาปิดที่ระดับ 6.35 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 18.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 100 ล้านบาท เพราะสิ่งที่รับรู้มาตลอดก็คือ ธุรกิจที่ทำทุกวันนี้..เหมือนสาละวันเตี้ยลงน่ะซี

ในเมื่อชอบลุ้นกันทั้งที “โมนิก้า” ขอเอ่ยถึงหุ้น ERWเพื่อชี้ให้เห็นกรอบการเคลื่อนตัวใหญ่ ๆ ในช่วง 2 เดือนครึ่งอยู่ที่ระดับ 3.80-4.60บาท แต่วงรอบเล็ก ๆ ที่เล่นก่อนหน้านี้อยู่ที่ระดับ 3.80-4.10 บาท เดี๊ยนเลยสนใจขึ้นมาทันทีเมื่อพบว่า วานนี้หุ้นพุ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 4.18 บาท บวกไป 0.26 บาท หรือขึ้นไป 6.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 224 ล้านบาท ซึ่งเป็นลักษณะที่ส่อไปในทางที่ว่า หุ้นพร้อมจะขึ้นไปทดสอบไฮเดิมอีกครั้งนะตัวเอง

ปิดท้ายกันที่ข่าวช็อกวงการกันสักหน่อย เพราะมีข่าวออกมาจากสื่อรายงานว่า “หมอสิ้นบุญ” ที่ซุ่มเงียบเป็นเวลานานตั้งแต่มีเรื่องโกงเงินเกิดขึ้น บัดนี้ได้เก็บเสื้อผ้าหนีต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งทำให้ผู้เสียหายหงายท้องกันเป็นแถว เพราะหมดโอกาสได้เงินคืนไปโดยปริยายนั้น “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะข่าวลักษณะนี้มักทำให้นักลงทุนทยอยหันหลังให้กับตลาดหุ้นพะย่ะค่ะ

โมนิก้า: และทีมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...