โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คนรวยทำงานเร็ว หาโอกาสให้ตัวเอง ใช้องค์กรเป็นแค่ทางผ่าน

TODAY Bizview

อัพเดต 14 ม.ค. 2568 เวลา 11.19 น. • เผยแพร่ 14 ม.ค. 2568 เวลา 04.19 น. • workpointTODAY

จริงอยู่ที่คนเรามีเวลา 1 วัน 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ใช่ว่าเราทุกคนจะจัดสรรเวลาให้คุ้มค่าได้เหมือนกัน บางคนใช้เวลาไปกับการทำอะไรนานๆ หนึ่งวันมัวแต่จมอยู่กับสิ่งๆ นั้นจนกลายเป็นคนทำงานช้าไปโดยปริยายหรือพูดง่ายๆ ว่าใช้เวลาไม่คุ้มค่า ขณะที่บางคนก็ Productive ในหนึ่งวันสามารถทำอะไรได้มากมาย ผลักตัวเองไปสู่โอกาสได้มากกว่า

TODAY Bizview จะสรุปหนังสือ ‘คนรวยทำงานเร็ว’ ที่เขียนโดย ‘โกะโด โทคิโอะ’ ให้อ่านเข้าใจง่าย ผ่านบทความนี้

[ คนรวยทำงานเร็วชอบทำอะไรใหม่ๆ คนทำงานช้าจมอยู่กับงานตามคำสั่ง ]

เริ่มจากการที่คนรวยทำงานเร็วมักจะมีแนวคิดอยาก ‘ทำอะไรใหม่ๆ’ ขณะที่คนทำงานช้ามักทำงานแต่สิ่งที่ ‘ต้องทำ’

ตัวอย่างเช่น ในวันๆ หนึ่งของคนทำงานช้าก็มัวแต่จะทำสิ่งที่ต้องทำ เช่น ตอบอีเมล์ เช็กอีเมล์ ทำงานตามสั่ง โดยที่ทุ่มเวลาจน ‘เกินจำเป็น’ เพราะคิดว่าถ้าเราทำเช่นนี้เราจะไม่ถูกเพ่งเล็งจากที่ทำงาน เพราะมันคือสิ่งที่ต้องทำ แต่หารู้ไม่ว่ามันเป็นเพียงแค่ทางผ่านที่จะทำให้เป้าหมายของคนอื่นบรรลุ โดยที่ตัวเราเองกลับไม่ได้พัฒนาอะไรเลย

ขณะที่คนรวยทำงานเร็วมักจะคิดถึงสิ่งที่อยากทำ อยากจัดการสิ่งที่ควรทำได้ดี ไม่ใช้เวลาจมนานเกินไป เช่น เป็นพนักงานออฟฟิศรับผิดชอบงานหลักของตัวเองตามปกติ อยากลองลงทุนก็แบ่งเวลามาศึกษาในสินทรัพย์ต่างๆ ไม่กดดันตัวเองจนเกินไป เริ่มลงทุนไว้เรื่อยๆ ต่อยอดไปสู่อนาคต

พูดง่ายๆ ว่าคนรวยทำงานเร็วมักจะหว่านเมล็ดพันธุ์ไว้ผ่านสิ่งที่อยากทำ ขณะที่งานหลักก็ไม่ได้ขาดตกบกพร่อง

[ คนรวยทำงานเร็วลงมือทำเลย คนทำงานช้ามัวแต่คนหาวิธี ]

ในพาร์ทการทำงาน ถ้าเกิดว่ามีโปรเจคใหม่ๆ ที่น่าสนใจคน 2 ประเภทนี้จะมีแนวคิดต่างกัน คนรวยจะรีบลงมือทำเลยมองทรัพยากรที่มีว่าต่อยอดและเริ่มทำอะไรก่อนได้บ้าง ขณะที่คนทำงานช้าจะค่อยๆ หาวิธีศึกษาอย่างละเอียด ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีหรอก แต่ความช้า-เร็วมันต่างกัน คนทำงานเร็วอาจจะประสบความสำเร็จกว่า

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ นาย A (ทำงานช้า) และนาย B (ทำงานเร็ว) ต้องการเริ่มต้นธุรกิจขายขนมออนไลน์

นาย A ใช้เวลา 6 เดือนในการเขียนแผนธุรกิจและศึกษาคู่แข่ง ลงทุนซื้ออุปกรณ์ราคาแพงเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างพร้อม ขณะที่นาย B ใช้เตาอบที่มีอยู่แล้วและทดลองขายขนมชุดแรกกับเพื่อนและครอบครัว รับฟังความคิดเห็นจากลูกค้าเพื่อปรับปรุงสูตรและบริการหลังจากนั้น 2 เดือน เขาเริ่มขยายธุรกิจโดยใช้โซเชียลมีเดียและรับพรีออเดอร์ได้ ส่วนนาย A ที่กำลังเตรียมการใช้เวลานานกว่า เข้ามาทำธุรกิจอีกที่คู่แข่งก็อาจจะสูงขึ้นไปแล้ว ลดโอกาสการเป็นตัวเลือกให้ลูกค้า

[ คนรวยทำงานเร็วมององค์กรแค่ทางผ่าน ]

ในแต่ละองค์กรมีสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน ซึ่งในฐานะพนักงาน การใช้สิทธิเหล่านั้นให้คุ้มค่าก็เป็นสิ่งที่สมควรทำ เพราะเป็นสิ่งที่เราได้รับตามเงื่อนไขของงานและองค์กร อย่างไรก็ตาม มุมมองต่อองค์กรของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปตามเป้าหมายชีวิตและการทำงาน

สำหรับคนที่มีแนวคิดแบบคนรวยทำงานเร็ว พวกเขามักมององค์กรเป็น “ทางผ่าน” ไปสู่การเติบโตทางอาชีพและเป้าหมายในชีวิตที่ใหญ่กว่า พวกเขาโฟกัสที่โอกาสในการต่อยอดอนาคต เช่น การสร้างคอนเนคชั่นที่มีคุณค่า การพัฒนาทักษะใหม่ๆ และการหาประสบการณ์ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพของตัวเอง ในส่วนของสวัสดิการหรือสิ่งที่องค์กรมอบให้ พวกเขามักจะใช้เท่าที่จำเป็นและมองว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการใช้เวลาในองค์กรเพื่อเตรียมตัวสำหรับโอกาสต่อไป

ในขณะเดียวกัน คนที่มีแนวคิดแบบทำงานช้าอาจมององค์กรเป็น “จุดหมายปลายทาง” มากกว่าทางผ่าน พวกเขามักให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงในงานและชีวิต และมองว่าสิทธิและสวัสดิการที่องค์กรมอบให้เป็นสิ่งที่ควรได้รับการพัฒนาต่อเนื่อง เช่น การเรียกร้องสิทธิที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว ซึ่งก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลและไม่ผิดอะไร

[ คนรวยทำงานเร็วรีบเข้านอน คนทำงานช้าทำงานดึกได้ค่อยนอน ]

สำหรับเรื่องเวลาพักผ่อน ‘คนรวย’ ทำงานเร็วมักจะคิดว่ารีบทำงานที่ต้องรับผิดชอบให้เสร็จ เพื่อให้ตัวเองได้มีเวลาพักผ่อนหรือทำงานอย่างอื่นต่อ โดยการดึงทรัพยากรต่างๆ มาใช้ให้สำเร็จอย่างรวดเร็ว

ขณะที่คนทำงานช้าอาจจะค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ และมักคิดว่าตัวเองนอนดึกเพื่องานได้ โดยที่อาจจะเอาทรัพยากรต่างๆ มาเป็นเครื่องมือน้อย

ตัวอย่างเช่น นาย A และนาย B ได้รับงานตรวจเช็กบัญชีย้อนหลัง 6 เดือนพร้อมกัน และต้องเสร็จภายในวันนี้ เวลาเริ่มต้นทำตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. โดยนาย A ใช้เวลา 15 นาทีแรกจัดลำดับความสำคัญของงานแบ่งงานเป็นส่วนย่อย เช่น แยกข้อมูลตามเดือนและระบุข้อมูลสำคัญที่ต้องตรวจ ใช้โปรแกรมบัญชีและเครื่องมือ Excel เพื่อตรวจสอบข้อมูลอย่างรวดเร็ว ถ้าเจอปัญหาก็ตรวจด้วยตาเปล่า ถ้ามีปัญหาก็ปรึกษาทันที นาย A ทำงานต่อเนื่องโดยกำหนดช่วงพัก เช่น 50 นาทีทำงาน 10 นาทีพัก เพื่อรักษาประสิทธิภาพ งานอาจจะเสร็จตั้งแต่ 16.30 น. มีเวลาให้ตรวจเช็กอีกรอบ

ขณะที่นาย B เริ่มงานทันทีโดยไม่แบ่งงานเป็นส่วนย่อยมองว่าใช้เครื่องมือจะเสียเวลาเรียนรู้ จึงเลือกทำงานด้วยวิธีเดิมที่คุ้นเคย เกิดมีปัญหาก็ไม่ปรึกษาค่อยๆ แก้ด้วยตัวเอง ไปใช้เวลาหาข้อมูล อาจทำให้งานเสร็จช้ากว่าเลิกงาน ส่งผลกระทบต่อเวลาพักผ่อนที่ควรจะได้ใช้

[ ไม่ว่าจะถนัดแบบไหนก็ไม่มีใครผิด เลือกใช้ชีวิตได้ตามชอบ ]

อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นเพียงแนวคิดจากหนังสือคนรวยทำงานเร็วที่ทาง TODAY Bizview ได้มาสรุปใจความให้ได้อ่านกัน ซึ่งเล่มนี้ก็เป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแรงบันดาลใจและวิธีการปฏิบัติจริงในการสร้างความมั่งคั่ง พร้อมเน้นการพัฒนาทั้งด้านการเงินและชีวิตส่วนตัวไปพร้อมกัน

และในชีวิตจริงนั้นเป้าหมายและความพึงพอใจส่วนตัวคือสิ่งสำคัญที่สุด ไม่มีมุมมองใดถูกหรือผิด เพียงแต่แตกต่างกันตามความต้องการและลำดับความสำคัญในชีวิตของแต่ละคน ใครถนัดการใช้ชีวิตแบบไหนก็สามารถเลือกได้ตามชอบ

ที่มา : หนังสือ ‘คนรวยทำงานเร็ว’ ที่เขียนโดย ‘โกะโด โทคิโอะ’

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...