โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

(อ่านฟรีก่อนติดเหรียญ) ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70 [นิยายแปล]

นิยาย Dek-D

อัพเดต 29 ก.ย 2568 เวลา 02.30 น. • เผยแพร่ 02 ส.ค. 2567 เวลา 04.14 น. • Kawebook
ระบบวิเศษ “ห้างอันซินของสด” สุดล้ำค่า ได้โปรดช่วยบันดาลความอร่อยล้ำแสนโอชา เพื่อให้ข้าไม่ต้องพบจุดจบอนาถอนาเหมือนอย่างในนิยายทีเถิด!

ข้อมูลเบื้องต้น

ระบบวิเศษ “ห้างอันซินของสด” สุดล้ำค่า ได้โปรดช่วยบันดาลความอร่อยล้ำแสนโอชา เพื่อให้ข้าไม่ต้องพบจุดจบอนาถอนาเหมือนอย่างในนิยายทีเถิด!

เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ : Guangzhou Alibaba Literature lnformation TechnologY Co., Ltd
ประพันธ์โดย : 金克丝的救赎
ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทยถูกต้องโดย : Glory Forever Public Co.,LTD
บรรณาธิการ:วลีรัตน์ แทนคง
แปลภาษาไทยโดย :สายลมสงบ

“สวีหว่านหนิง” อดีตเชฟมือทองที่ผันตัวมาเปิดห้างสรรพสินค้าสำหรับขายของสด

ทะลุมิติมาอยู่ในนิยายเรื่องที่ตนเคยอ่าน

แถมเจ้าหล่อนยังต้องมาอยู่ในร่างของนางร้ายนิสัยเสียแบบครบสูตร!

ไม่ภักดีต่อสามี

ไม่ยินดีปรนนิบัติแม่ผัว

แถมยังส่งตัวลูกเต้าชายหญิงไปขาย

เพื่อแลกเศษเงินมาประเคนให้แก่ชายชู้!

ตอนอ่านก็เอาแต่ก่นด่าอยู่ในใจจนอยากจะพับหนังสือทิ้ง

แต่ในเมื่อมาอยู่ในร่างนี้ แถมยังมีระบบวิเศษ “ห้างอันซินของสด” ติดตัวมาทั้งที

เธอก็คงต้องลองเสี่ยงดวงเปลี่ยนแปลงเรื่องราวทุกอย่างดูเสียหน่อย

คอยดูเถอะ

ลูกน้อยทั้งสองจะต้องได้เติบใหญ่เป็นอย่างดี!

แม่สามีจะต้องหายป่วยไข้!!

และในตอนสุดท้ายของนิยายบทนี้ ข้าจะต้องมีชีวิตรอด!!!

ส่วนคุณสามีทหารคนนั้น

เดี๋ยวเราค่อยมาว่ากันอีกทีก็แล้วกันเนอะ~♡


ประกาศ!!!
ทางสำนักพิมพ์จะดำเนินการติดเหรียญตอนฟรี ในวันที่ 1/10/2568 ตั้งแต่ตอนที่ 101 เป็นต้นไปค่ะ
.

หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^

.

ขอแนะนำนิยายสนุกๆ คัดสรรมาเพื่อคุณนักอ่านโดยเฉพาะ

“ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ครั้งนี้ พี่เบบี๋จะปั้นคนในครอบครัวให้มีชีวิตที่ดีเอง!”

อยากอ่านเรื่องนี้ จิ้มได้เลย >> เกิดใหม่ในยุค 70 คุณหนูฟันน้ำนมขอสั่งลุย

เอาตัวให้รอดจนถึงตอนจบ!

สวีหว่านหนิงเพิ่งฟื้นคืนสติก็ถูกตบหน้า

“ยายแพศยา อย่าคิดว่าจะหลอกฉันได้! ฉันผลักแกนิดเดียว ทำมาเป็นแกล้งตาย!”

เสียงผู้หญิงติดสำเนียงภาคตะวันออกเฉียงเหนือฟังดูโหดร้ายดังสนั่นอยู่ข้างหู และคลับคล้ายว่าจะมีเสียงเด็กร้องไห้ดังแว่วมาด้วย

สวีหว่านหนิงพยายามเปิดเปลือกตาอย่างยากลำบาก พอเห็นหญิงวัยกลางคนที่กำลังพ่นคำด่าก็ขมวดคิ้ว

นี่มันอะไรกัน?

เธอยังไม่ตาย?!

ขณะที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก สวีหว่านหนิงก็รู้สึกได้ว่าใครบางคนกำลังกระตุกขากางเกงของเธออยู่ เมื่อก้มลงมอง ก็พบดวงตากลมโตแดงก่ำคู่หนึ่งที่ผ่านการร้องไห้มาหมาดๆ

“แม่จ๋า หนูจะเป็นเด็กดีเชื่อฟังแม่ แม่อย่าขายพวกเราได้ไหมจ๊ะ…”

หนูน้อยที่กำลังกระตุกขากางเกงของเธออายุราวสองถึงสามขวบเท่านั้น ใบหน้าเล็กออกเหลือง ร่างกายแทบไม่มีเนื้อหนัง ดูก็รู้ว่าขาดสารอาหาร เสื้อผ้าเก่าขาดผ่านการปะเย็บ ไม่รู้ว่าไม่ได้ซักเสื้อผ้ามานานเพียงใด มองแทบไม่ออกว่าสีเดิมของผ้าคือสีอะไร

สวีหว่านหนิงมึนงงหนักกว่าเดิม

หา?

แม่? ขายลูก?

เด็กชายคนหนึ่งกระชากตัวเด็กหญิงมายืนด้านหลังตนเองด้วยท่าทีปกป้อง แล้วตะโกนด่า

“เธอไม่ใช่แม่ของพวกเรา! เธอเป็นผู้หญิงเลว!”

“เรื่องภายในครอบครัวของพวกแกเอาไว้ไปทะเลาะกันทีหลัง!” หญิงวัยกลางคนแคะขี้หูอย่างรำคาญใจ “สวีหว่านหนิง พูดมาให้ชัด เด็กสองคนนี้รวมกันราคาห้าร้อยหยวน ตกลงจะขายหรือไม่ขาย!”

‘ตูม’ ราวกับมีเสียงระเบิดดังขึ้นภายในสมอง ความทรงจำซึ่งไม่ใช่ของเธอถาโถมเข้ามา

ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็หยิกตัวเองอย่างแรง

น้ำตาแทบซึมออกมา!

แต่สวีหว่านหนิงร้องไห้ไม่ออก!

เธอทะลุมิติเข้ามาในหนังสือเหรอเนี่ย!

ทะลุเข้ามาอยู่ในร่างของนางรองตัวร้ายที่มีชื่อแซ่เดียวกันกับเธอ!

เธอ สวีหว่านหนิง เป็นเชฟชั้นสูงผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านอาหารจีน และอาหารตะวันตกจากศตวรรษที่ 21 แต่ระหว่างการแข่งขันทำอาหาร งูเห่าที่จะนำมาใช้ปรุงซุปงูของเธอซึ่งถูกรีดพิษออกแล้ว กลับถูกมือดีสลับเปลี่ยนเป็นงูพิษอีกตัวแทน

หลังถูกงูกัด เธอเข้ารับการรักษาไม่ทัน เลยถึงแก่ชีวิตในเวลาถัดมา

ทว่าสวีหว่านหนิงในนิยายเรื่อง《ภริยาผู้บัญชาการยุค 70》นั้นไร้สมองเสียจนคนอ่านคันปากอยากด่า!

สวีหว่านหนิงคือ ทายาทข้าราชการ ชาติตระกูลดี แต่กลับหมกมุ่นในความรัก เธอเชื่อคำเกลี้ยกล่อมของเพื่อนสนิทจอมตอแหลอย่างหลี่เชี่ยนเชี่ยนจนขออาสาไปใช้ชีวิตในชนบท ซ้ำร้ายยังทะเลาะกับครอบครัวจนแตกหัก เพราะถูกชายชั่วอย่างกู้จวิ้นใช้จิตวิทยาควบคุมความรู้สึกนึกคิด โดยไม่คาดคิดว่าเพื่อนสนิทจอมตอแหลกับชายชั่วจะสมรู้ร่วมคิดกันวางแผนไว้ตั้งแต่แรก และที่หลอกเธอไปยังชนบทก็เพราะหวังรีดไถเงินจากเธอ

เพื่อโกยเงินจากร่างเดิมของเธอ ทั้งคู่วางแผนชั่วด้วยการมอมเหล้าเธอแล้วส่งขึ้นเตียงพระเอก

เช้าวันรุ่งขึ้น กู้จวิ้นเดินทางมาจับชู้ด้วยตัวเอง พร้อมกล่าวหาว่าร่างเดิมของเธอทำผิดต่อเขา พระเอกเป็นทหาร เขาประกาศว่ายินดีจะรับผิดชอบ แต่ร่างเดิมของสวีหว่านหนิงกลับคลั่งรักเสียจนนึกว่า ตนกระทำผิดต่อกู้จวิ้นจริงๆ และยอมให้เงินกับเขาโดยง่ายกว่าที่ผ่านมา ถึงขั้นนำค่าเลี้ยงดูที่พระเอกส่งมาให้ทุกเดือนไปประเคนให้กับเขาจนหมด

ครั้งนี้ กู้จวิ้นอยากทำธุรกิจส่วนตัวตามกระแสนิยม เขาจึงเสนอให้เธอเอาลูกสองคนไปขายแลกเงิน

“คิดอะไรอยู่! รีบบอกมา ตกลงจะขายหรือไม่ขาย!”

หญิงวัยกลางคนโบกมือไปมาตรงหน้าเธอ พลางจ้องมองเด็กชายด้วยแววตาละโมบ

“ไม่ขาย! ค้ามนุษย์แบบนี้ไม่กลัวฟ้าผ่าตายหรือยังไง!”

สวีหว่านหนิงพ่นสิ่งที่อยากด่าตั้งแต่ตอนอ่านนิยายออกมา ก่อนจะจูงเด็กสองคนเดินปลีกตัวไปทางอื่น เด็กหญิงจูงมือเธอ เด็กชายจูงมือน้องสาวด้วยสีหน้าหวาดระแวง ราวกับพร้อมจะวิ่งหนีไปทุกเมื่อ

ผู้หญิงคนนั้นเห็นเธอกำลังจะเดินกลับจริงๆ ก็รีบเปลี่ยนคำพูดว่า

“ฉันจะให้เพิ่มอีก 50 หยวน เด็กหญิงไม่มีราคา อย่างมากคงทำได้แค่ขายไปเป็นลูกสาวบุญธรรม [1] ให้กับครอบครัวอื่น อย่าโลภเกินไปนัก!”

สวีหว่านหนิงชี้หน้าด่ากราดอีกฝ่าย

“ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือยังไง? ถ้าขอให้ฉันขายลูกอีก ฉันจะไปร้องเรียนกับคณะกรรมการหมู่บ้าน!”

เธอรู้สึกผวาอยู่ลึกๆ โชคดีที่มาทันเวลา มิเช่นนั้นร่างเดิมคงขายลูกไปแล้ว

ที่นางร้ายเจอกับจุดจบอันน่าอนาถในนิยาย สาเหตุเกิดจากการขายลูก

แม่พระเอกเป็นคนจิตใจดีมีเมตตา ร่างเดิมของเธอทำตัวน่ารังเกียจแค่ไหนก็ยอมหลับตาข้างหนึ่ง อีกทั้งยังรักหลานทั้งสองคนดั่งแก้วตาดวงใจ

หลังร่างเดิมขายลูกทิ้งไป แม่พระเอกก็ไปร้องเรียนกับคณะกรรมการหมู่บ้าน ร่างเดิมรู้สึกกลัวจึงวางยาเบื่อหนูฆ่าแม่สามีของตัวเอง

พระเอกกลับมาถามความจริงกับคณะกรรมการหมู่บ้าน แล้วเริ่มตามหาลูกตั้งแต่เหนือจรดใต้ ระหว่างนั้นจึงได้รู้จักกับนางเอกในนิยาย หลายปีต่อมา ลูกชายของเขาเรียนจบมหาวิทยาลัยและเข้ารับราชการทหาร ทั้งยังได้สังกัดกองทหารเดียวกันกับที่พระเอกรับราชการอยู่ และในที่สุดสองพ่อลูกก็ได้พบหน้ากัน

แต่ทว่า…

สวีหว่านหนิงก้มมองเด็กหญิงที่อยู่ข้างกายด้วยแววตาซับซ้อน

เด็กหญิงคนนี้ถูกขายเปลี่ยนมือไปหลายครั้ง สุดท้ายก็ตกไปอยู่ในเงื้อมมือแก๊งขอทาน เด็กหญิงถูกทำให้พิการตั้งแต่ยังเด็กเพื่อเรียกความสงสาร หลังอายุมากขึ้นก็ถูกขายให้ไปอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง และถูกล่ามโซ่เอาไว้เพื่อผลิตทายาทให้กับคนอื่น…

ร่างเดิมของสวีหว่านหนิงถูกตัดสินว่ามีความผิดโทษฐานขายลูกในไส้ เธอถูกพวกนักโทษรุมซ้อมเป็นประจำ และไม่ถึงปีก็ป่วยตายในคุก

พอคิดถึงฉากการตายสุดอนาถในนิยายของร่างเดิม สวีหว่านหนิงก็ตัวสั่น เธอต้องทำตัวให้ดี พลิกชะตาชีวิตของนางรอง แล้วเอาตัวรอดจนถึงตอนจบให้ได้!

เชิงอรรถ

[1] ในยุคสมัยนั้น หากถูกขายไปเป็นลูกสาวบุญธรรมจะถูกเลี้ยงดูเพื่อรอจนถึงวัยเจริญพันธุ์ และแต่งงานกับลูกชายของครอบครัว


หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^
.

Kawebook พร้อมจัดเสิร์ฟนิยายสนุก ๆ อีกมากมาย

ทำสวนปูทางสู่ความมั่งคั่ง แก้แค้นวังหลังสุดเริ่ด ทะลุมิติแฟนตาซี

อ่านตอนฟรีมากกว่า อัปเดตก่อนใคร

อ่านเลยที่ Kawebook >> https://kawebook.co/pON3

นิ้วทองคำเปิดใช้งานแล้ว?!

“กู้จวิ้นเป็นคนแนะนำฉันมา ถ้าไม่ขายแล้วเธอจะบอกเขายังไง?!”

หญิงวัยกลางคนกึ่งขู่กึ่งตักเตือน คนที่หมู่บ้านต้าเจียงรู้กันดีว่า สวีหว่านหนิงเชื่อฟังกู้จวิ้นทุกอย่าง เธอคือหมารับใช้ของกู้จวิ้นดีๆ นี่เอง!

หญิงวัยกลางคนยืนกอดอก รอให้สวีหว่านหนิงยอมจำนน

เมื่อได้ยินชื่อกู้จวิ้น เด็กชายปัดมือเธอออกจากน้องสาว ส่วนเด็กหญิงหุบยิ้มทันทีแล้วเริ่มเบะปากอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ

สวีหว่านหนิงรับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่ผิดปกติของเด็กทั้งสองคน จากนั้นจึงลอบถอนหายใจ ท่าทางพวกเขาจะรู้เรื่องระหว่างร่างเดิมกับกู้จวิ้นสินะ…

ความคิดที่จะขายเด็กแลกเงินคือความคิดของกู้จวิ้น เขากับหลี่เชี่ยนเชี่ยนขายของเก็งกำไรในตลาดมืด ตอนนี้กำลังขาดเงินทุนถึงได้เล็งเป้าหมายมาที่เด็กสองคนนี้ ทั้งยังจัดหานายหน้าค้ามนุษย์มาให้อีก

มิหนำซ้ำร่างเดิมก็เหมือนคนถูกสาป กู้จวิ้นพูดอะไรก็เชื่อฟัง ขอเพียงเขายอมยกโทษให้และกลับมาคบกับเธออีกครั้ง

เห็นสวีหว่านหนิงเงียบไป หญิงวัยกลางคนจึงนึกว่าเธอกลัว

“อย่ามัวแต่ชักช้า เธอส่งเด็กมาให้ฉัน แล้วคนของฉันก็จะเอาเงินไปให้กู้จวิ้น!”

“ในเมื่อจ่ายเงินให้กับกู้จวิ้น ก็ไปทวงเด็กกับเขา!”

สวีหว่านหนิงโมโหจนแค่นหัวเราะ ร่างเดิมของเธอเป็นพวกหน้าโง่ที่ทั้งโง่เง่าและชั่วร้าย ถูกคนอื่นปั่นหัวจนกลายเป็นลูกไก่ในกำมือ แล้วยังจะลอยหน้าลอยตาอย่างมีความสุขอีก

“อ้าว นี่เธอ!”

หญิงวัยกลางคนยังไม่เลิกตอแย สวีหว่านหนิงผลักอีกฝ่ายออกไปให้พ้นทาง แล้วพูดด้วยเสียงข่มขู่ว่า “ถ้ายังไม่ไสหัวไป ฉันจะร้องเรียนเรื่องของเธอและกู้จวิ้นกับคณะกรรมการหมู่บ้าน!”

พูดจบเธอก็อุ้มลูกสาวคนเล็กที่กลัวจนตัวสั่น ดึงเด็กชายมายืนด้านหลัง แล้วก้าวเท้าเดินตรงไปยังบ้านหลังคามุงกระเบื้องทางฝั่งตะวันออกของหมู่บ้าน

“แม่จ๋า แม่ไม่ขายพวกฉันแล้วเหรอ”

เยาเม่ยซบหน้ากับอ้อมกอดของเธอ ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำมองมาอย่างน่าสงสาร

“ไม่ขายแล้ว แม่จะไม่ขายพวกหนูอีกแล้ว! เมื่อก่อนแม่ไม่ดีเอง ต่อจากนี้จะไม่เป็นอย่างนั้นอีกแล้ว เยาเม่ยกับต้าชุนเชื่อแม่ได้ไหม”

“จ๊ะแม่!”

เยาเม่ยยิ้มหวาน ก่อนจะจุ๊บแก้มสวีหว่านหนิงหนึ่งที

ต้าชุนเงียบไป เด็กน้อยมองสวีหว่านหนิงอย่างพิจารณาด้วยท่าทางราวกับผู้ใหญ่ เขารู้สึกว่าวันนี้แม่ไม่เหมือนกับที่ผ่านมา เพราะเมื่อก่อนแม่ไม่เคยอุ้มน้องสาวเลย

แต่ผู้หญิงคนนี้หลอกคนอื่นเก่ง ตอนเช้าก็เพิ่งหลอกพวกเขาว่า ที่ภูเขาหลังหมู่บ้านมีผลไม้รสหวานให้เก็บ เขากับเยาเม่ยจึงยอมตามเธอออกมาจากบ้าน

สวีหว่านหนิงมองเด็กสองคนพลางคิดในใจ ดูท่าลูกชายจะรับมือยาก คงเพราะนิสัยเหมือนพระเอก…

เมื่อกลับมาถึงบ้าน แม่หลินก็รีบเรียกหลานชายกับหลานสาวไปหา

แม่หลินเลี้ยงดูพระเอกจนเติบใหญ่ตามลำพัง เพราะตรากตรำทำงานหนักร่างกายจึงไม่แข็งแรง สองวันนี้อาการปวดขาจึงกำเริบอีกครั้ง จนลุกจากเตียงไม่ไหว ร่างเดิมของสวีหว่านหนิงถึงสบโอกาส

แม่หลินเห็นหลานๆ ยังอยู่รอดปลอดภัยดีก็โล่งอก แล้วถามพวกเขาว่าเมื่อครู่นี้ไปไหนมา

เยาเม่ยหันมามองสวีหว่านหนิงแล้วเงียบไป

ต้าชุนไม่เรียกแม่ แต่ชี้ไปยังสวีหว่านหนิงแล้วกล่าวว่า

“เธอพาพวกเราไปหานายหน้าค้าเด็ก อยากจะพาผมกับน้องสาวไปขาย”

“คุณพระคุณเจ้า”

แม่หลินถอนหายใจ ก่อนจะทุบขาซึ่งไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งเพื่อระบายอารมณ์

อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวเท่านั้นเธอก็จะไม่ได้เห็นหน้าหลานๆ อีกแล้ว สกุลหลินของพวกเราไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้มีลูกสะใภ้ที่จ้องแต่จะทำลายครอบครัวแบบนี้!

เมื่อเห็นแม่พระเอกระเบิดอารมณ์ สวีหว่านหนิงก็หลบไปอีกทาง ไม่กล้าต่อปากต่อคำ

เฮ้อ เธอเองก็ไม่ชอบร่างเดิมเหมือนกัน เราเป็นพวกเดียวกันแท้ๆ!

ผ่านไปสักพัก แม่หลินก็ควักเงินสามหยวนออกจากกระเป๋ากางเกงให้สวีหว่านหนิง ท่าทางเหมือนอยากประนีประนอม

“แม่เหลือเงินเก็บเท่านี้ เอาไปใช้เถิด ขอแค่ไม่พาต้าชุนกับเยาเม่ยไปขายก็พอ”

“อีกสองวัน ขาสองข้างของแม่คงพอทำงานได้แล้ว แม่จะไม่ปล่อยให้พวกเธอสามแม่ลูกอดตาย”

สวีหว่านหนิงยืนฟังอย่างนึกระแวง พลางกรีดร้องในใจว่าให้ตาย

แม่สามีบ้านอื่นมีแต่จะรังแกลูกสะใภ้ แต่สิ่งที่ร่างเดิมเจอกลับตรงกันข้าม ตกลงร่างเดิมของเธอไปทำอะไรไว้ แม่สามีถึงได้กลัวขนาดนี้

ไม่ได้การ เธอจะต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์ตัวเองในสายตาของแม่พระเอกให้ได้ ว่าแล้วจึงยัดเงินสามหยวนกลับคืนไป

“แม่ ฉันคิดได้แล้ว ฉันจะรักเดียวใจเดียวกับหลินอัน เลี้ยงดูลูกทั้งสองคนให้ดี และตอบแทนบุญคุณของแม่!”

สวีหว่านหนิงปากหวานปานน้ำผึ้ง ทำเอาแม่หลินตะลึงงัน ตั้งแต่สวีหว่านหนิงแต่งเข้าตระกูลมา นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าลูกสะใภ้พูดภาษาคนเป็นด้วย

พูดจบสวีหว่านหนิงก็เดินไปจุดเตาทำอาหารในห้องครัว

อยากมัดใจใครต้องมัดกระเพาะของเขาให้ได้ก่อน เมื่อได้กลับมาอยู่ในพื้นที่อันแสนคุ้นเคย สวีหว่านหนิงก็มั่นใจเต็มร้อย

ทว่าหลังเปิดดูกระสอบธัญญาหาร เธอก็นิ่งอึ้ง ทั้งบ้านมีแป้งข้าวโพดเหลือแค่หยิบมือ นอกจากนั้นคือข้าวฟ่างและถั่วต่างๆ…

ร่างเดิมยอมปล่อยให้ตัวเองต้องกัดก้อนเกลือกิน เพื่อเอาเงินไปเลี้ยงชายโฉดกับหญิงชั่วคู่นั้น มิน่าลูกสองคนที่คนหนึ่งอายุสี่ขวบกว่า และอีกคนหนึ่งห้าขวบกว่าแล้วถึงได้ตัวเล็กเหมือนอายุเพียงสองสามขวบเท่านั้น กินแต่อาหารพวกนี้ สารอาหารจะเพียงพอก็แปลกแล้ว

เมื่อไม่มีวัตถุดิบย่อมทำอาหารไม่ได้ สวีหว่านหนิงตกที่นั่งลำบาก เธอคิดถึงห้างสรรพสินค้าขายของสดที่ตนเคยก่อตั้งขึ้นเมื่อชาติก่อนเหลือเกิน

ทันใดนั้นก็มีแสงสีขาววูบผ่านหน้า สถานที่รอบกายเปลี่ยนไป ที่นี่ไม่ใช่ห้องครัวในชนบทที่ดูทรุดโทรมอีกต่อไป แต่เป็น ‘ห้างอันซินของสด’ ที่เธอเป็นคนก่อตั้งขึ้นเมื่อชาติที่แล้ว

ผักสด เนื้อสัตว์ ของทะเล ผลไม้ วัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมที่คัดสรรจากทั่วโลก!

เชอร์รี แอปเปิลเอ็นวี ลิ้นจี่กว้าลวี่ [1] ที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ

กุ้งล็อบสเตอร์จากบอสตัน และปูจักรพรรดิจากออสเตรเลียที่กำลังอวดก้ามอยู่ในบ่อน้ำ…

สวีหว่านหนิงลูบไล้เนื้อวัววากิว A5 ที่มีชั้นไขมันแทรกอย่างสวยงามตรงหน้า พลางพึมพำอย่างดีใจว่า

“นี่ฉันเปิดระบบนิ้วทองคำแล้วเหรอ?”

ยุคนี้ไม่มีสิ่งไหนสำคัญไปกว่าการกิน ถ้ามีนิ้วทองคำอยู่ในครอบครอง อย่าว่าแต่เลี้ยงดูลูกสองคนกับแม่สามีอีกหนึ่งคนเลย ต่อให้ต้องเลี้ยงคนอีกเป็นโขยง เธอก็เลี้ยงไหว

สวีหว่านหนิงรู้สึกแปลกใหม่ เธอไปๆ กลับๆ ช่องว่างระหว่างมิติหลายครั้ง เพื่อขนย้ายแป้งและข้าวสารออกมา และต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า ไม่ว่าเธอจะหยิบอะไรออกจากช่องมิติ ตอนกลับไปของสิ่งนั้นก็จะถูกเติมเต็มเสมอ

เมื่อคิดถึงสภาพแวดล้อมของยุคสมัยนี้ สวีหว่านหนิงจึงหยิบไก่บ้านออกมาแค่หนึ่งตัว รวมถึงผักเคียงและเครื่องปรุงต่างๆ เธอตั้งใจว่าจะทำไก่ตุ๋นขิงเพื่อบำรุงร่างกายให้กับลูกๆ

เมื่อเตาไฟร้อนได้ที่สวีหว่านหนิงก็ใส่น้ำมันลงไปในกระทะ ตามด้วยต้นหอม ขิง และกระเทียมลงไปผัด จากนั้นก็เติมน้ำตาลกรวดลงไปเคี่ยวต่อจนทุกอย่างเป็นสีเหลืองเข้ม หลังจากนั้นก็ใส่เนื้อไก่คลุกให้เข้ากัน แล้วตุ๋นด้วยไฟอ่อนจนเข้าเนื้อ…

ในบ้าน สามย่าหลานนั่งอยู่ด้วยกัน

แม่หลินแอบเสียน้ำตาขณะมองใบหน้าผ่ายผอมของหลานๆ และเสื้อผ้าที่เก่าจนจำสีเดิมแทบไม่ได้แล้ว เธอโกรธตัวเองที่เจ็บขาจนไม่สามารถเลี้ยงดูหลานทั้งสองคนให้ดีได้

กลิ่นหอมโชยออกมาด้านนอก เยาเม่ยสูดจมูกฟุดฟิด

“หอมจัง คุณแม่คงทำของอร่อยให้พวกเรากิน”

“อย่าโง่ไปหน่อยเลย เธอทำให้กู้จวิ้นคนนั้นกินต่างหาก!” ต้าชุนเบ้ปาก แล้วพูดดับฝันเยาเม่ย

ร่างเดิมของสวีหว่านหนิงเวลาทำของอร่อยก็มักจะเอาไปให้กับกู้จวิ้นเสมอ เด็กสองคนอย่าว่าแต่ลิ้มรสเลย แค่น้ำแกงสักช้อนก็ยังไม่เคยได้ซด

หลายวันมานี้แม่หลินลุกจากเตียงไม่ไหว ร่างเดิมของสวีหว่านหนิงให้พวกเขากินแค่แป้งข้าวโพดต้มที่ทั้งเละและเหลวไม่ต่างจากน้ำ ซึ่งไม่สามารถต้านทานความหิวได้

เยาเม่ยคอตก เด็กหญิงแง้มม่านประตูแอบมองเข้าไปในครัว

เมื่อเห็นศีรษะน้อยยื่นเข้ามา สวีหว่านหนิงก็ยิ้มพลางกวักมือเรียก

“ลูกรักมาช่วยแม่ชิมหน่อยสิ ดูสิว่าต้องเติมเกลืออีกหน่อยหรือเปล่า”

เยาเม่ยก้าวขาออกไปหนึ่งก้าวแล้วชักกลับมา กลัวจะถูกทุบตีอีกครั้ง

เชิงอรรถ

[1] ลิ้นจี่ชื่อดังของมณฑลกวางตุ้ง


หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^
.

Kawebook พร้อมจัดเสิร์ฟนิยายสนุก ๆ อีกมากมาย

ทำสวนปูทางสู่ความมั่งคั่ง แก้แค้นวังหลังสุดเริ่ด ทะลุมิติแฟนตาซี

อ่านตอนฟรีมากกว่า อัปเดตก่อนใคร

อ่านเลยที่ Kawebook >> https://kawebook.co/pON3

จะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย!

ถูกจับได้ว่าแอบมอง ไม่เพียงไม่ถูกด่า แต่ยังได้ลิ้มชิมรสอาหาร นี่คือสิ่งที่เยาเม่ยไม่กล้าฝัน

สวีหว่านหนิงเห็นเธอทั้งกลัวทั้งอยากเข้ามาจึงคีบเนื้อจากในหม้อขึ้นมาหลอกล่อ

เยาเม่ยกลืนน้ำลาย ก่อนจะเดินเข้าไปหาอย่างระมัดระวัง แล้วเงยศีรษะขึ้นมองสวีหว่านหนิงอย่างน่าเอ็นดู

สวีหว่านหนิงเอาเนื้อไก่ที่เป่าจนหายร้อนแล้วใส่เข้าปากเยาเม่ย เยาเม่ยค่อยๆ เคี้ยวอยู่นานก่อนจะกลืนลงไป เธอไม่ได้กินเนื้อที่อร่อยขนาดนี้มานานมากแล้ว!

สวีหว่านหนิงโน้มเอวลงไปหยิกแก้มเยาเม่ย พลางบ่นร่างเดิมในใจว่า เด็กน้อยหน้าตาน่ารักขนาดนี้ยังทรมานได้ลงคอ

“อร่อยไหม”

เยาเม่ยพยักหน้าหลายครั้ง ดวงตากลมโตมองเนื้อในหม้ออย่างหิวโหย

“แม่จะทำแป้งทอดมาให้ แป้งสุกเมื่อไร แม่จะให้เยาเม่ยกินให้หนำใจ”

เยาเม่ยนั่งลงข้างเตาไฟเพื่อช่วยพัดฟืนให้สวีหว่านหนิง

สวีหว่านหนิงแปะแผ่นแป้งข้าวโพดลงไปที่ขอบกระทะ มุมปากยกยิ้ม ลูกสาวถูกเธอซื้อใจสำเร็จแล้ว หลังอาหารมื้อนี้ อีกสองคนที่เหลือก็คงเริ่มยอมรับในตัวเธอด้วยเช่นกัน ถึงอย่างไรก็ไม่เคยมีใครปฏิเสธฝีมือการทำอาหารของเธอได้

กลิ่นหอมหวานของแป้งทอดและไก่ตุ๋นขิงอบอวลไปทั่วบ้าน แม้แต่เพื่อนบ้านซ้ายขวาก็อดท้องร้องไม่ได้ บ้านไหนตุ๋นเนื้อได้หอมขนาดนี้

จือชิง [1] ที่เดินผ่านบ้านของสวีหว่านหนิงหยอกเย้ากู้จวิ้นว่า เขาคงจะลาภปากอีกแล้ว

กู้จวิ้นไม่พอใจนัก ทว่ายังทำหน้าภาคภูมิใจระคนดูแคลน ผู้หญิงโง่เง่าคนนั้นบอกว่าจะขายลูกเพื่อเอาเงินมาให้เขา แต่กลับเปลี่ยนใจกะทันหัน คงกลัวว่าเขาจะโกรธถึงได้ทำอาหารเพื่อเอาใจ

อาหารเขารับไว้ได้ แต่เขาไม่มีทางยอมคืนดีกับเธอ กู้จวิ้นคิดอย่างย่ามใจ สวีหว่านหนิงชาติกำเนิดดีแล้วอย่างไร สุดท้ายก็หลงรักเขาหัวปักหัวปำ ถูกเขาปั่นหัวจนกลายเป็นลูกไก่ในกำมือ

หลังกลับมาที่หน่วยจือชิง กู้จวิ้นไม่ได้ไปตักอาหาร เขารอสวีหว่านหนิงเอาอาหารมาให้อย่างใจจดใจจ่อ แต่หารู้ไม่ว่า สวีหว่านหนิงยกไก่ตุ๋นขึ้นโต๊ะอาหารที่บ้านแล้ว

เนื้อไก่ตุ๋นมันฝรั่งหอมกรุ่นอัดแน่นอยู่เต็มชามใหญ่ กลิ่นหอมฟุ้งเตะจมูกจนทำให้คนน้ำลายไหล

แป้งข้าวโพดทอดแผ่นบางกว่าทุกครั้ง สีเหลืองทองกรอบอร่อย

สวีหว่านหนิงมั่นใจในฝีมือการทำอาหารของตัวเองเสมอมา เธอมองสามคนที่นั่งล้อมโต๊ะอาหารอย่างภาคภูมิใจ แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อไม่มีใครขยับตะเกียบสักคน

“แม่จ๋า หนูกินได้จริงๆ เหรอจ๊ะ”

เยาเม่ยเอียงศีรษะถามเธอ แววตาที่ดูหวาดระแวงของหนูน้อยทำเอาสวีหว่านหนิงปวดใจ ร่างเดิมโหดร้ายเหลือเกิน เด็กน้อยทั้งสองถึงได้แตกสลายขนาดนี้

ชาติก่อน สวีหว่านหนิงงานยุ่งมาก เธอขึ้นเครื่องบินเดินทางตั้งแต่เหนือจรดใต้ แทบไม่มีเวลาคิดเรื่องส่วนตัว เธอเป็นคนรักเด็ก แต่ครองโสดมาตั้งแต่เกิดและกลัวเจ็บมาก ตอนนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เป็นแม่คนโดยไม่ต้องเจ็บตัว

ในเมื่อมาเยือนที่นี่แล้วก็ควรอยู่อย่างเป็นสุข ไม่ว่าอย่างไร เธอก็จะเลี้ยงดูเด็กทั้งสองคนให้เติบใหญ่อย่างดี

สวีหว่านหนิงลูบศีรษะเยาเม่ยด้วยความสงสาร ก่อนจะคีบน่องไก่ที่ฉ่ำไปด้วยน้ำซอสลงไปในถ้วยของเด็กหญิง

“วันหลังแม่จะทำของอร่อยให้หนูกินทุกวันเลย!”

เยาเม่ยยิ้มหวาน เธอหยิบตะเกียบเตรียมกิน แต่กลับถูกต้าชุนห้ามไว้

“เด็กโง่ เธอบอกให้กินก็กินงั้นเหรอ ไม่กลัวถูกวางยาหรือไง!”

ต้าชุนมองสวีหว่านหนิงอย่างหวาดระแวง ก่อนหน้านี้เขาได้ยินว่า ผู้หญิงคนนี้ไปขอยาที่ทำให้นอนหลับกับหมอเท้าเปล่า [2] ประจำหมู่บ้าน

เมื่อครู่เขากับเยาเม่ยร้องไห้โวยวายจึงไม่สะดวกนำไปขาย ไม่แน่เธออาจจะอยากทำให้พวกเขาหมดสติก่อนแล้วค่อยเอาไปขายทีหลัง

แม่หลินวางตะเกียบ ก่อนจะหยิบเงินสามหยวนจากกระเป๋ายัดใส่มือสวีหว่านหนิง พลางถอนหายใจหลายครั้ง

“แม่ไม่ขอสิ่งอื่นใด และไม่สนว่าเธอจะทำอะไรนอกบ้าน ขอแค่อย่าแตะต้องเด็กสองคนนี้ก็พอ เธอเป็นคนคลอดพวกเขาออกมานะ และพวกเขาก็ยังเรียกเธอว่าแม่”

สวีหว่านหนิงอยากจะร้องไห้ พลางกรีดร้องในใจว่าช่วยด้วย ต้องโทษร่างเดิมที่กระทำความชั่วเสียจนระดับความน่าเชื่อถือกลายเป็นศูนย์!

เธอจะต้องพิสูจน์ตัวเอง!

สวีหว่านหนิงคีบเนื้อไก่ใส่เข้าปาก รสชาติเข้มข้นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วปาก เนื้อไก่นุ่มละมุน อร่อยเสียจนอยากจะกลืนลิ้นตัวเองเข้าไปด้วย

หลังกินเสร็จสวีหว่านหนิงก็คีบน่องไก่อีกข้างให้กับต้าชุน จากนั้นก็เลาะอกไก่ที่ตุ๋นจนเปื่อยให้กับแม่หลิน

แม่หลินอายุเกือบหกสิบปีแล้ว ควรระวังเรื่องอาหารการกิน การกินหนังไก่ไม่ดีต่อสุขภาพ

แม่หลินทั้งตกตะลึงและมึนงง พลางมองลูกสะใภ้ที่แต่งเข้าตระกูลมาได้ห้าปีแต่พูดคุยกับเธอแทบนับคำได้ อีกฝ่ายคีบอาหารให้เธอแบบนี้ หรือจะกลับตัวกลับใจแล้วจริงๆ?

ต้าชุนเองก็ตกตะลึง นี่เป็นครั้งแรกที่สวีหว่านหนิงคีบอาหารให้เขา

ผู้หญิงในหมู่บ้านมีใครบ้างไม่รักลูกชาย สวรรค์รู้ดีว่าเขาอิจฉาเด็กชายคนอื่นมากเพียงใด…

เยาเม่ยเห็นต้าชุนนั่งเหม่อจึงรีบหยิบตะเกียบขึ้นมาส่งไก่ครึ่งน่องเข้าปาก เธอกินจนปากมันเยิ้ม และสุดท้ายก็ใช้มือหยิบน่องไก่ขึ้นมาแทะ

“อร่อยมาก คุณย่า พี่ชาย รีบกินสิจ๊ะ ฉันไม่เคยกินไก่ที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย!”

เยาเม่ยกินเนื้อไก่สลับกับแป้งทอด ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายเต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจ

เธอไม่รู้เลยว่าแม่ทำอาหารเก่งขนาดนี้ แม้กระทั่งแป้งข้าวโพดทอดก็หอม กรอบ อร่อยเหลือเกิน

สวีหว่านหนิงเห็นแม่หลินกับต้าชุนยังไม่ยอมกินจึงวางตะเกียบลง เธอกระแอมให้คอโล่งเล็กน้อย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “แม่ ต้าชุน ฉันรู้ว่าเมื่อก่อนฉันทำตัวไม่ดีและทำให้พวกแม่เสียใจ ได้โปรดให้โอกาสฉันอีกครั้ง แล้วคอยดูการกระทำต่อจากนี้ของฉันด้วยเถอะค่ะ”

คำพูดประกาศความมุ่งมั่นแบบฉบับคนยุค 60-70 ทำเอาสวีหว่านหนิงรู้สึกปวดฟันไปหมด

สายตาของแม่หลินมีประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง “อาหนิง คิดได้แล้วก็ดี เธอคลอดลูกชายและลูกสาวให้กับสกุลหลิน ไม่ว่าอย่างไร แม่ก็จะทำดีกับเธอ”

พูดจบแม่หลินก็คีบเนื้อไก่เปื่อยนุ่มส่งเข้าปาก มันนุ่มจนแทบละลายในปากทันที เธออายุปูนนี้แล้วแต่ไม่เคยกินอาหารที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน

นึกไม่ถึงว่าลูกสะใภ้ของเธอจะทำอาหารเก่งเช่นนี้ แม้แต่แป้งข้าวโพดทอดก็ทำอร่อยกว่าใครหลายคน!

หลังมื้ออาหาร เด็กสองคนกินอาหารกันจนท้องป่อง ใบหน้าซีดเหลืองของแม่หลินเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้าง

ในน้ำแกงที่ใช้ตุ๋นไก่ สวีหว่านหนิงใส่ตั่งเซิน [3] หวงฉี [4] และเก๋ากี้ ซึ่งล้วนเป็นสมุนไพรบำรุงร่างกายทั้งสิ้น เธอเป็นเชฟซึ่งเคยจัดงานเลี้ยงระดับประเทศ การปรุงอาหารตำรับยาถือเป็นเรื่องเล็กมาก

สวีหว่านหนิงเก็บชามและตะเกียบพลางคิดถึงรายละเอียดในนิยาย

พระเอกจะต้องคู่กับนางเอกอย่างแน่นอน เธอเป็นแค่ตัวประกอบ ช้าเร็วก็จะต้องหย่าร้างกับพระเอก เธอไม่สนใจผู้ชาย แต่เด็กสองคนนี้จะต้องเป็นของเธอ

ตามความคืบหน้าของเนื้อเรื่อง พระเอกจะได้เลื่อนตำแหน่งในกองทัพอย่างราบรื่น ทั้งยังแต่งงานตอนเป็นข้าราชการทหาร ฟ้าดินย่อมเข้าข้างฝั่งพระเอกอยู่แล้ว

ขณะที่เธอนั้นเป็นแค่จือชิงที่ถูกส่งมายังชนบท ไม่มีงานทำและไม่มีรายได้ ศาลย่อมไม่มอบสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตรให้กับเธอ

ตอนนี้คือปี 1977 หลังตรุษจีนจะมีประกาศการนำระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัยกลับมาใช้อีกครั้ง คนสอบเข้ามีจำนวนมหาศาล แต่คนสอบผ่านมีแค่หยิบมือ นักศึกษามหาวิทยาลัยยุคนี้หายากและมีค่ายิ่งกว่าคนจบปริญญาเอกในยุคสมัยของเธอเสียอีก

เพื่อช่วงชิงสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตร เพื่อมอบคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่ดีกว่านี้ให้กับลูก เธอจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อกลับเข้าไปใช้ชีวิตในเมืองให้ได้!

ในเมื่อตัดสินใจแล้วก็ควรรีบลงมือทำ หลังเก็บถ้วยชามเสร็จ สวีหว่านหนิงก็ตักเนื้อใส่ชามและหยิบแผ่นแป้งหลายแผ่นใส่ลงตะกร้า ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังหน่วยจือชิง

ในบ้าน ต้าชุนจับตาดูความเคลื่อนไหวของเธอตลอดเวลา เขาเบ้ปากจนปากคว่ำ

“ย่า เธอออกไปหาผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว!”

“ห้ามพูดถึงแม่แบบนั้น!”

แม่หลินมองแผ่นหลังของลูกสะใภ้ที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ แล้วถอนหายใจ

“เธอแย่แค่ไหนก็เป็นแม่ของหลาน คนอื่นด่าเธอได้ แต่หลานทำไม่ได้”

เธอนึกว่าลูกสะใภ้จะกลับตัวกลับใจ และหันมาใช้ชีวิตตามครรลองจริงๆ แล้วเสียอีก เฮ้อ…

เชิงอรรถ

[1] หมายถึง คนหนุ่มสาวที่มีความรู้หรือมีการศึกษาสูงและถูกส่งมาใช้ชีวิตยังชนบทในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม

[2] หมายถึง เกษตรกรที่ได้รับการฝึกวิชาการแพทย์พื้นฐานและทำงานในหมู่บ้านชนบทในประเทศจีน

[3] พืนสมุนไพรชนิดหนึ่ง ช่วยบำรุงชี่ของม้ามและกระเพาะอาหาร

[4] พืชสมุนไพรขนิดหนึ่ง ช่วยบำรุงชี่ ระงับเหงื่อ ขับปัสสาวะลดอาการบวม ทำให้ชี่ไหลเวียน ระงับปวด ช่วยรักษาบาดแผลและสร้างเนื้อเยื่อ


หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^
.

Kawebook พร้อมจัดเสิร์ฟนิยายสนุก ๆ อีกมากมาย

ทำสวนปูทางสู่ความมั่งคั่ง แก้แค้นวังหลังสุดเริ่ด ทะลุมิติแฟนตาซี

อ่านตอนฟรีมากกว่า อัปเดตก่อนใคร

อ่านเลยที่ Kawebook >> https://kawebook.co/pON3

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...