(อ่านฟรีก่อนติดเหรียญ) ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70 [นิยายแปล]
ข้อมูลเบื้องต้น
เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ : Guangzhou Alibaba Literature lnformation TechnologY Co., Ltd
ประพันธ์โดย : 金克丝的救赎
ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทยถูกต้องโดย : Glory Forever Public Co.,LTD
บรรณาธิการ:วลีรัตน์ แทนคง
แปลภาษาไทยโดย :สายลมสงบ
“สวีหว่านหนิง” อดีตเชฟมือทองที่ผันตัวมาเปิดห้างสรรพสินค้าสำหรับขายของสด
ทะลุมิติมาอยู่ในนิยายเรื่องที่ตนเคยอ่าน
แถมเจ้าหล่อนยังต้องมาอยู่ในร่างของนางร้ายนิสัยเสียแบบครบสูตร!
ไม่ภักดีต่อสามี
ไม่ยินดีปรนนิบัติแม่ผัว
แถมยังส่งตัวลูกเต้าชายหญิงไปขาย
เพื่อแลกเศษเงินมาประเคนให้แก่ชายชู้!
ตอนอ่านก็เอาแต่ก่นด่าอยู่ในใจจนอยากจะพับหนังสือทิ้ง
แต่ในเมื่อมาอยู่ในร่างนี้ แถมยังมีระบบวิเศษ “ห้างอันซินของสด” ติดตัวมาทั้งที
เธอก็คงต้องลองเสี่ยงดวงเปลี่ยนแปลงเรื่องราวทุกอย่างดูเสียหน่อย
คอยดูเถอะ
ลูกน้อยทั้งสองจะต้องได้เติบใหญ่เป็นอย่างดี!
แม่สามีจะต้องหายป่วยไข้!!
และในตอนสุดท้ายของนิยายบทนี้ ข้าจะต้องมีชีวิตรอด!!!
ส่วนคุณสามีทหารคนนั้น
เดี๋ยวเราค่อยมาว่ากันอีกทีก็แล้วกันเนอะ~♡
ประกาศ!!!
ทางสำนักพิมพ์จะดำเนินการติดเหรียญตอนฟรี ในวันที่ 1/10/2568 ตั้งแต่ตอนที่ 101 เป็นต้นไปค่ะ
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^
.
ขอแนะนำนิยายสนุกๆ คัดสรรมาเพื่อคุณนักอ่านโดยเฉพาะ
“ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ครั้งนี้ พี่เบบี๋จะปั้นคนในครอบครัวให้มีชีวิตที่ดีเอง!”
อยากอ่านเรื่องนี้ จิ้มได้เลย >> เกิดใหม่ในยุค 70 คุณหนูฟันน้ำนมขอสั่งลุย
เอาตัวให้รอดจนถึงตอนจบ!
สวีหว่านหนิงเพิ่งฟื้นคืนสติก็ถูกตบหน้า
“ยายแพศยา อย่าคิดว่าจะหลอกฉันได้! ฉันผลักแกนิดเดียว ทำมาเป็นแกล้งตาย!”
เสียงผู้หญิงติดสำเนียงภาคตะวันออกเฉียงเหนือฟังดูโหดร้ายดังสนั่นอยู่ข้างหู และคลับคล้ายว่าจะมีเสียงเด็กร้องไห้ดังแว่วมาด้วย
สวีหว่านหนิงพยายามเปิดเปลือกตาอย่างยากลำบาก พอเห็นหญิงวัยกลางคนที่กำลังพ่นคำด่าก็ขมวดคิ้ว
นี่มันอะไรกัน?
เธอยังไม่ตาย?!
ขณะที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก สวีหว่านหนิงก็รู้สึกได้ว่าใครบางคนกำลังกระตุกขากางเกงของเธออยู่ เมื่อก้มลงมอง ก็พบดวงตากลมโตแดงก่ำคู่หนึ่งที่ผ่านการร้องไห้มาหมาดๆ
“แม่จ๋า หนูจะเป็นเด็กดีเชื่อฟังแม่ แม่อย่าขายพวกเราได้ไหมจ๊ะ…”
หนูน้อยที่กำลังกระตุกขากางเกงของเธออายุราวสองถึงสามขวบเท่านั้น ใบหน้าเล็กออกเหลือง ร่างกายแทบไม่มีเนื้อหนัง ดูก็รู้ว่าขาดสารอาหาร เสื้อผ้าเก่าขาดผ่านการปะเย็บ ไม่รู้ว่าไม่ได้ซักเสื้อผ้ามานานเพียงใด มองแทบไม่ออกว่าสีเดิมของผ้าคือสีอะไร
สวีหว่านหนิงมึนงงหนักกว่าเดิม
หา?
แม่? ขายลูก?
เด็กชายคนหนึ่งกระชากตัวเด็กหญิงมายืนด้านหลังตนเองด้วยท่าทีปกป้อง แล้วตะโกนด่า
“เธอไม่ใช่แม่ของพวกเรา! เธอเป็นผู้หญิงเลว!”
“เรื่องภายในครอบครัวของพวกแกเอาไว้ไปทะเลาะกันทีหลัง!” หญิงวัยกลางคนแคะขี้หูอย่างรำคาญใจ “สวีหว่านหนิง พูดมาให้ชัด เด็กสองคนนี้รวมกันราคาห้าร้อยหยวน ตกลงจะขายหรือไม่ขาย!”
‘ตูม’ ราวกับมีเสียงระเบิดดังขึ้นภายในสมอง ความทรงจำซึ่งไม่ใช่ของเธอถาโถมเข้ามา
ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็หยิกตัวเองอย่างแรง
น้ำตาแทบซึมออกมา!
แต่สวีหว่านหนิงร้องไห้ไม่ออก!
เธอทะลุมิติเข้ามาในหนังสือเหรอเนี่ย!
ทะลุเข้ามาอยู่ในร่างของนางรองตัวร้ายที่มีชื่อแซ่เดียวกันกับเธอ!
เธอ สวีหว่านหนิง เป็นเชฟชั้นสูงผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านอาหารจีน และอาหารตะวันตกจากศตวรรษที่ 21 แต่ระหว่างการแข่งขันทำอาหาร งูเห่าที่จะนำมาใช้ปรุงซุปงูของเธอซึ่งถูกรีดพิษออกแล้ว กลับถูกมือดีสลับเปลี่ยนเป็นงูพิษอีกตัวแทน
หลังถูกงูกัด เธอเข้ารับการรักษาไม่ทัน เลยถึงแก่ชีวิตในเวลาถัดมา
ทว่าสวีหว่านหนิงในนิยายเรื่อง《ภริยาผู้บัญชาการยุค 70》นั้นไร้สมองเสียจนคนอ่านคันปากอยากด่า!
สวีหว่านหนิงคือ ทายาทข้าราชการ ชาติตระกูลดี แต่กลับหมกมุ่นในความรัก เธอเชื่อคำเกลี้ยกล่อมของเพื่อนสนิทจอมตอแหลอย่างหลี่เชี่ยนเชี่ยนจนขออาสาไปใช้ชีวิตในชนบท ซ้ำร้ายยังทะเลาะกับครอบครัวจนแตกหัก เพราะถูกชายชั่วอย่างกู้จวิ้นใช้จิตวิทยาควบคุมความรู้สึกนึกคิด โดยไม่คาดคิดว่าเพื่อนสนิทจอมตอแหลกับชายชั่วจะสมรู้ร่วมคิดกันวางแผนไว้ตั้งแต่แรก และที่หลอกเธอไปยังชนบทก็เพราะหวังรีดไถเงินจากเธอ
เพื่อโกยเงินจากร่างเดิมของเธอ ทั้งคู่วางแผนชั่วด้วยการมอมเหล้าเธอแล้วส่งขึ้นเตียงพระเอก
เช้าวันรุ่งขึ้น กู้จวิ้นเดินทางมาจับชู้ด้วยตัวเอง พร้อมกล่าวหาว่าร่างเดิมของเธอทำผิดต่อเขา พระเอกเป็นทหาร เขาประกาศว่ายินดีจะรับผิดชอบ แต่ร่างเดิมของสวีหว่านหนิงกลับคลั่งรักเสียจนนึกว่า ตนกระทำผิดต่อกู้จวิ้นจริงๆ และยอมให้เงินกับเขาโดยง่ายกว่าที่ผ่านมา ถึงขั้นนำค่าเลี้ยงดูที่พระเอกส่งมาให้ทุกเดือนไปประเคนให้กับเขาจนหมด
ครั้งนี้ กู้จวิ้นอยากทำธุรกิจส่วนตัวตามกระแสนิยม เขาจึงเสนอให้เธอเอาลูกสองคนไปขายแลกเงิน
“คิดอะไรอยู่! รีบบอกมา ตกลงจะขายหรือไม่ขาย!”
หญิงวัยกลางคนโบกมือไปมาตรงหน้าเธอ พลางจ้องมองเด็กชายด้วยแววตาละโมบ
“ไม่ขาย! ค้ามนุษย์แบบนี้ไม่กลัวฟ้าผ่าตายหรือยังไง!”
สวีหว่านหนิงพ่นสิ่งที่อยากด่าตั้งแต่ตอนอ่านนิยายออกมา ก่อนจะจูงเด็กสองคนเดินปลีกตัวไปทางอื่น เด็กหญิงจูงมือเธอ เด็กชายจูงมือน้องสาวด้วยสีหน้าหวาดระแวง ราวกับพร้อมจะวิ่งหนีไปทุกเมื่อ
ผู้หญิงคนนั้นเห็นเธอกำลังจะเดินกลับจริงๆ ก็รีบเปลี่ยนคำพูดว่า
“ฉันจะให้เพิ่มอีก 50 หยวน เด็กหญิงไม่มีราคา อย่างมากคงทำได้แค่ขายไปเป็นลูกสาวบุญธรรม [1] ให้กับครอบครัวอื่น อย่าโลภเกินไปนัก!”
สวีหว่านหนิงชี้หน้าด่ากราดอีกฝ่าย
“ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือยังไง? ถ้าขอให้ฉันขายลูกอีก ฉันจะไปร้องเรียนกับคณะกรรมการหมู่บ้าน!”
เธอรู้สึกผวาอยู่ลึกๆ โชคดีที่มาทันเวลา มิเช่นนั้นร่างเดิมคงขายลูกไปแล้ว
ที่นางร้ายเจอกับจุดจบอันน่าอนาถในนิยาย สาเหตุเกิดจากการขายลูก
แม่พระเอกเป็นคนจิตใจดีมีเมตตา ร่างเดิมของเธอทำตัวน่ารังเกียจแค่ไหนก็ยอมหลับตาข้างหนึ่ง อีกทั้งยังรักหลานทั้งสองคนดั่งแก้วตาดวงใจ
หลังร่างเดิมขายลูกทิ้งไป แม่พระเอกก็ไปร้องเรียนกับคณะกรรมการหมู่บ้าน ร่างเดิมรู้สึกกลัวจึงวางยาเบื่อหนูฆ่าแม่สามีของตัวเอง
พระเอกกลับมาถามความจริงกับคณะกรรมการหมู่บ้าน แล้วเริ่มตามหาลูกตั้งแต่เหนือจรดใต้ ระหว่างนั้นจึงได้รู้จักกับนางเอกในนิยาย หลายปีต่อมา ลูกชายของเขาเรียนจบมหาวิทยาลัยและเข้ารับราชการทหาร ทั้งยังได้สังกัดกองทหารเดียวกันกับที่พระเอกรับราชการอยู่ และในที่สุดสองพ่อลูกก็ได้พบหน้ากัน
แต่ทว่า…
สวีหว่านหนิงก้มมองเด็กหญิงที่อยู่ข้างกายด้วยแววตาซับซ้อน
เด็กหญิงคนนี้ถูกขายเปลี่ยนมือไปหลายครั้ง สุดท้ายก็ตกไปอยู่ในเงื้อมมือแก๊งขอทาน เด็กหญิงถูกทำให้พิการตั้งแต่ยังเด็กเพื่อเรียกความสงสาร หลังอายุมากขึ้นก็ถูกขายให้ไปอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง และถูกล่ามโซ่เอาไว้เพื่อผลิตทายาทให้กับคนอื่น…
ร่างเดิมของสวีหว่านหนิงถูกตัดสินว่ามีความผิดโทษฐานขายลูกในไส้ เธอถูกพวกนักโทษรุมซ้อมเป็นประจำ และไม่ถึงปีก็ป่วยตายในคุก
พอคิดถึงฉากการตายสุดอนาถในนิยายของร่างเดิม สวีหว่านหนิงก็ตัวสั่น เธอต้องทำตัวให้ดี พลิกชะตาชีวิตของนางรอง แล้วเอาตัวรอดจนถึงตอนจบให้ได้!
เชิงอรรถ
[1] ในยุคสมัยนั้น หากถูกขายไปเป็นลูกสาวบุญธรรมจะถูกเลี้ยงดูเพื่อรอจนถึงวัยเจริญพันธุ์ และแต่งงานกับลูกชายของครอบครัว
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^
.
Kawebook พร้อมจัดเสิร์ฟนิยายสนุก ๆ อีกมากมาย
ทำสวนปูทางสู่ความมั่งคั่ง แก้แค้นวังหลังสุดเริ่ด ทะลุมิติแฟนตาซี
อ่านตอนฟรีมากกว่า อัปเดตก่อนใคร
อ่านเลยที่ Kawebook >> https://kawebook.co/pON3
นิ้วทองคำเปิดใช้งานแล้ว?!
“กู้จวิ้นเป็นคนแนะนำฉันมา ถ้าไม่ขายแล้วเธอจะบอกเขายังไง?!”
หญิงวัยกลางคนกึ่งขู่กึ่งตักเตือน คนที่หมู่บ้านต้าเจียงรู้กันดีว่า สวีหว่านหนิงเชื่อฟังกู้จวิ้นทุกอย่าง เธอคือหมารับใช้ของกู้จวิ้นดีๆ นี่เอง!
หญิงวัยกลางคนยืนกอดอก รอให้สวีหว่านหนิงยอมจำนน
เมื่อได้ยินชื่อกู้จวิ้น เด็กชายปัดมือเธอออกจากน้องสาว ส่วนเด็กหญิงหุบยิ้มทันทีแล้วเริ่มเบะปากอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ
สวีหว่านหนิงรับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่ผิดปกติของเด็กทั้งสองคน จากนั้นจึงลอบถอนหายใจ ท่าทางพวกเขาจะรู้เรื่องระหว่างร่างเดิมกับกู้จวิ้นสินะ…
ความคิดที่จะขายเด็กแลกเงินคือความคิดของกู้จวิ้น เขากับหลี่เชี่ยนเชี่ยนขายของเก็งกำไรในตลาดมืด ตอนนี้กำลังขาดเงินทุนถึงได้เล็งเป้าหมายมาที่เด็กสองคนนี้ ทั้งยังจัดหานายหน้าค้ามนุษย์มาให้อีก
มิหนำซ้ำร่างเดิมก็เหมือนคนถูกสาป กู้จวิ้นพูดอะไรก็เชื่อฟัง ขอเพียงเขายอมยกโทษให้และกลับมาคบกับเธออีกครั้ง
เห็นสวีหว่านหนิงเงียบไป หญิงวัยกลางคนจึงนึกว่าเธอกลัว
“อย่ามัวแต่ชักช้า เธอส่งเด็กมาให้ฉัน แล้วคนของฉันก็จะเอาเงินไปให้กู้จวิ้น!”
“ในเมื่อจ่ายเงินให้กับกู้จวิ้น ก็ไปทวงเด็กกับเขา!”
สวีหว่านหนิงโมโหจนแค่นหัวเราะ ร่างเดิมของเธอเป็นพวกหน้าโง่ที่ทั้งโง่เง่าและชั่วร้าย ถูกคนอื่นปั่นหัวจนกลายเป็นลูกไก่ในกำมือ แล้วยังจะลอยหน้าลอยตาอย่างมีความสุขอีก
“อ้าว นี่เธอ!”
หญิงวัยกลางคนยังไม่เลิกตอแย สวีหว่านหนิงผลักอีกฝ่ายออกไปให้พ้นทาง แล้วพูดด้วยเสียงข่มขู่ว่า “ถ้ายังไม่ไสหัวไป ฉันจะร้องเรียนเรื่องของเธอและกู้จวิ้นกับคณะกรรมการหมู่บ้าน!”
พูดจบเธอก็อุ้มลูกสาวคนเล็กที่กลัวจนตัวสั่น ดึงเด็กชายมายืนด้านหลัง แล้วก้าวเท้าเดินตรงไปยังบ้านหลังคามุงกระเบื้องทางฝั่งตะวันออกของหมู่บ้าน
“แม่จ๋า แม่ไม่ขายพวกฉันแล้วเหรอ”
เยาเม่ยซบหน้ากับอ้อมกอดของเธอ ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำมองมาอย่างน่าสงสาร
“ไม่ขายแล้ว แม่จะไม่ขายพวกหนูอีกแล้ว! เมื่อก่อนแม่ไม่ดีเอง ต่อจากนี้จะไม่เป็นอย่างนั้นอีกแล้ว เยาเม่ยกับต้าชุนเชื่อแม่ได้ไหม”
“จ๊ะแม่!”
เยาเม่ยยิ้มหวาน ก่อนจะจุ๊บแก้มสวีหว่านหนิงหนึ่งที
ต้าชุนเงียบไป เด็กน้อยมองสวีหว่านหนิงอย่างพิจารณาด้วยท่าทางราวกับผู้ใหญ่ เขารู้สึกว่าวันนี้แม่ไม่เหมือนกับที่ผ่านมา เพราะเมื่อก่อนแม่ไม่เคยอุ้มน้องสาวเลย
แต่ผู้หญิงคนนี้หลอกคนอื่นเก่ง ตอนเช้าก็เพิ่งหลอกพวกเขาว่า ที่ภูเขาหลังหมู่บ้านมีผลไม้รสหวานให้เก็บ เขากับเยาเม่ยจึงยอมตามเธอออกมาจากบ้าน
สวีหว่านหนิงมองเด็กสองคนพลางคิดในใจ ดูท่าลูกชายจะรับมือยาก คงเพราะนิสัยเหมือนพระเอก…
เมื่อกลับมาถึงบ้าน แม่หลินก็รีบเรียกหลานชายกับหลานสาวไปหา
แม่หลินเลี้ยงดูพระเอกจนเติบใหญ่ตามลำพัง เพราะตรากตรำทำงานหนักร่างกายจึงไม่แข็งแรง สองวันนี้อาการปวดขาจึงกำเริบอีกครั้ง จนลุกจากเตียงไม่ไหว ร่างเดิมของสวีหว่านหนิงถึงสบโอกาส
แม่หลินเห็นหลานๆ ยังอยู่รอดปลอดภัยดีก็โล่งอก แล้วถามพวกเขาว่าเมื่อครู่นี้ไปไหนมา
เยาเม่ยหันมามองสวีหว่านหนิงแล้วเงียบไป
ต้าชุนไม่เรียกแม่ แต่ชี้ไปยังสวีหว่านหนิงแล้วกล่าวว่า
“เธอพาพวกเราไปหานายหน้าค้าเด็ก อยากจะพาผมกับน้องสาวไปขาย”
“คุณพระคุณเจ้า”
แม่หลินถอนหายใจ ก่อนจะทุบขาซึ่งไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งเพื่อระบายอารมณ์
อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวเท่านั้นเธอก็จะไม่ได้เห็นหน้าหลานๆ อีกแล้ว สกุลหลินของพวกเราไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้มีลูกสะใภ้ที่จ้องแต่จะทำลายครอบครัวแบบนี้!
เมื่อเห็นแม่พระเอกระเบิดอารมณ์ สวีหว่านหนิงก็หลบไปอีกทาง ไม่กล้าต่อปากต่อคำ
เฮ้อ เธอเองก็ไม่ชอบร่างเดิมเหมือนกัน เราเป็นพวกเดียวกันแท้ๆ!
ผ่านไปสักพัก แม่หลินก็ควักเงินสามหยวนออกจากกระเป๋ากางเกงให้สวีหว่านหนิง ท่าทางเหมือนอยากประนีประนอม
“แม่เหลือเงินเก็บเท่านี้ เอาไปใช้เถิด ขอแค่ไม่พาต้าชุนกับเยาเม่ยไปขายก็พอ”
“อีกสองวัน ขาสองข้างของแม่คงพอทำงานได้แล้ว แม่จะไม่ปล่อยให้พวกเธอสามแม่ลูกอดตาย”
สวีหว่านหนิงยืนฟังอย่างนึกระแวง พลางกรีดร้องในใจว่าให้ตาย
แม่สามีบ้านอื่นมีแต่จะรังแกลูกสะใภ้ แต่สิ่งที่ร่างเดิมเจอกลับตรงกันข้าม ตกลงร่างเดิมของเธอไปทำอะไรไว้ แม่สามีถึงได้กลัวขนาดนี้
ไม่ได้การ เธอจะต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์ตัวเองในสายตาของแม่พระเอกให้ได้ ว่าแล้วจึงยัดเงินสามหยวนกลับคืนไป
“แม่ ฉันคิดได้แล้ว ฉันจะรักเดียวใจเดียวกับหลินอัน เลี้ยงดูลูกทั้งสองคนให้ดี และตอบแทนบุญคุณของแม่!”
สวีหว่านหนิงปากหวานปานน้ำผึ้ง ทำเอาแม่หลินตะลึงงัน ตั้งแต่สวีหว่านหนิงแต่งเข้าตระกูลมา นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าลูกสะใภ้พูดภาษาคนเป็นด้วย
พูดจบสวีหว่านหนิงก็เดินไปจุดเตาทำอาหารในห้องครัว
อยากมัดใจใครต้องมัดกระเพาะของเขาให้ได้ก่อน เมื่อได้กลับมาอยู่ในพื้นที่อันแสนคุ้นเคย สวีหว่านหนิงก็มั่นใจเต็มร้อย
ทว่าหลังเปิดดูกระสอบธัญญาหาร เธอก็นิ่งอึ้ง ทั้งบ้านมีแป้งข้าวโพดเหลือแค่หยิบมือ นอกจากนั้นคือข้าวฟ่างและถั่วต่างๆ…
ร่างเดิมยอมปล่อยให้ตัวเองต้องกัดก้อนเกลือกิน เพื่อเอาเงินไปเลี้ยงชายโฉดกับหญิงชั่วคู่นั้น มิน่าลูกสองคนที่คนหนึ่งอายุสี่ขวบกว่า และอีกคนหนึ่งห้าขวบกว่าแล้วถึงได้ตัวเล็กเหมือนอายุเพียงสองสามขวบเท่านั้น กินแต่อาหารพวกนี้ สารอาหารจะเพียงพอก็แปลกแล้ว
เมื่อไม่มีวัตถุดิบย่อมทำอาหารไม่ได้ สวีหว่านหนิงตกที่นั่งลำบาก เธอคิดถึงห้างสรรพสินค้าขายของสดที่ตนเคยก่อตั้งขึ้นเมื่อชาติก่อนเหลือเกิน
ทันใดนั้นก็มีแสงสีขาววูบผ่านหน้า สถานที่รอบกายเปลี่ยนไป ที่นี่ไม่ใช่ห้องครัวในชนบทที่ดูทรุดโทรมอีกต่อไป แต่เป็น ‘ห้างอันซินของสด’ ที่เธอเป็นคนก่อตั้งขึ้นเมื่อชาติที่แล้ว
ผักสด เนื้อสัตว์ ของทะเล ผลไม้ วัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมที่คัดสรรจากทั่วโลก!
เชอร์รี แอปเปิลเอ็นวี ลิ้นจี่กว้าลวี่ [1] ที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ
กุ้งล็อบสเตอร์จากบอสตัน และปูจักรพรรดิจากออสเตรเลียที่กำลังอวดก้ามอยู่ในบ่อน้ำ…
สวีหว่านหนิงลูบไล้เนื้อวัววากิว A5 ที่มีชั้นไขมันแทรกอย่างสวยงามตรงหน้า พลางพึมพำอย่างดีใจว่า
“นี่ฉันเปิดระบบนิ้วทองคำแล้วเหรอ?”
ยุคนี้ไม่มีสิ่งไหนสำคัญไปกว่าการกิน ถ้ามีนิ้วทองคำอยู่ในครอบครอง อย่าว่าแต่เลี้ยงดูลูกสองคนกับแม่สามีอีกหนึ่งคนเลย ต่อให้ต้องเลี้ยงคนอีกเป็นโขยง เธอก็เลี้ยงไหว
สวีหว่านหนิงรู้สึกแปลกใหม่ เธอไปๆ กลับๆ ช่องว่างระหว่างมิติหลายครั้ง เพื่อขนย้ายแป้งและข้าวสารออกมา และต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า ไม่ว่าเธอจะหยิบอะไรออกจากช่องมิติ ตอนกลับไปของสิ่งนั้นก็จะถูกเติมเต็มเสมอ
เมื่อคิดถึงสภาพแวดล้อมของยุคสมัยนี้ สวีหว่านหนิงจึงหยิบไก่บ้านออกมาแค่หนึ่งตัว รวมถึงผักเคียงและเครื่องปรุงต่างๆ เธอตั้งใจว่าจะทำไก่ตุ๋นขิงเพื่อบำรุงร่างกายให้กับลูกๆ
เมื่อเตาไฟร้อนได้ที่สวีหว่านหนิงก็ใส่น้ำมันลงไปในกระทะ ตามด้วยต้นหอม ขิง และกระเทียมลงไปผัด จากนั้นก็เติมน้ำตาลกรวดลงไปเคี่ยวต่อจนทุกอย่างเป็นสีเหลืองเข้ม หลังจากนั้นก็ใส่เนื้อไก่คลุกให้เข้ากัน แล้วตุ๋นด้วยไฟอ่อนจนเข้าเนื้อ…
ในบ้าน สามย่าหลานนั่งอยู่ด้วยกัน
แม่หลินแอบเสียน้ำตาขณะมองใบหน้าผ่ายผอมของหลานๆ และเสื้อผ้าที่เก่าจนจำสีเดิมแทบไม่ได้แล้ว เธอโกรธตัวเองที่เจ็บขาจนไม่สามารถเลี้ยงดูหลานทั้งสองคนให้ดีได้
กลิ่นหอมโชยออกมาด้านนอก เยาเม่ยสูดจมูกฟุดฟิด
“หอมจัง คุณแม่คงทำของอร่อยให้พวกเรากิน”
“อย่าโง่ไปหน่อยเลย เธอทำให้กู้จวิ้นคนนั้นกินต่างหาก!” ต้าชุนเบ้ปาก แล้วพูดดับฝันเยาเม่ย
ร่างเดิมของสวีหว่านหนิงเวลาทำของอร่อยก็มักจะเอาไปให้กับกู้จวิ้นเสมอ เด็กสองคนอย่าว่าแต่ลิ้มรสเลย แค่น้ำแกงสักช้อนก็ยังไม่เคยได้ซด
หลายวันมานี้แม่หลินลุกจากเตียงไม่ไหว ร่างเดิมของสวีหว่านหนิงให้พวกเขากินแค่แป้งข้าวโพดต้มที่ทั้งเละและเหลวไม่ต่างจากน้ำ ซึ่งไม่สามารถต้านทานความหิวได้
เยาเม่ยคอตก เด็กหญิงแง้มม่านประตูแอบมองเข้าไปในครัว
เมื่อเห็นศีรษะน้อยยื่นเข้ามา สวีหว่านหนิงก็ยิ้มพลางกวักมือเรียก
“ลูกรักมาช่วยแม่ชิมหน่อยสิ ดูสิว่าต้องเติมเกลืออีกหน่อยหรือเปล่า”
เยาเม่ยก้าวขาออกไปหนึ่งก้าวแล้วชักกลับมา กลัวจะถูกทุบตีอีกครั้ง
เชิงอรรถ
[1] ลิ้นจี่ชื่อดังของมณฑลกวางตุ้ง
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^
.
Kawebook พร้อมจัดเสิร์ฟนิยายสนุก ๆ อีกมากมาย
ทำสวนปูทางสู่ความมั่งคั่ง แก้แค้นวังหลังสุดเริ่ด ทะลุมิติแฟนตาซี
อ่านตอนฟรีมากกว่า อัปเดตก่อนใคร
อ่านเลยที่ Kawebook >> https://kawebook.co/pON3
จะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย!
ถูกจับได้ว่าแอบมอง ไม่เพียงไม่ถูกด่า แต่ยังได้ลิ้มชิมรสอาหาร นี่คือสิ่งที่เยาเม่ยไม่กล้าฝัน
สวีหว่านหนิงเห็นเธอทั้งกลัวทั้งอยากเข้ามาจึงคีบเนื้อจากในหม้อขึ้นมาหลอกล่อ
เยาเม่ยกลืนน้ำลาย ก่อนจะเดินเข้าไปหาอย่างระมัดระวัง แล้วเงยศีรษะขึ้นมองสวีหว่านหนิงอย่างน่าเอ็นดู
สวีหว่านหนิงเอาเนื้อไก่ที่เป่าจนหายร้อนแล้วใส่เข้าปากเยาเม่ย เยาเม่ยค่อยๆ เคี้ยวอยู่นานก่อนจะกลืนลงไป เธอไม่ได้กินเนื้อที่อร่อยขนาดนี้มานานมากแล้ว!
สวีหว่านหนิงโน้มเอวลงไปหยิกแก้มเยาเม่ย พลางบ่นร่างเดิมในใจว่า เด็กน้อยหน้าตาน่ารักขนาดนี้ยังทรมานได้ลงคอ
“อร่อยไหม”
เยาเม่ยพยักหน้าหลายครั้ง ดวงตากลมโตมองเนื้อในหม้ออย่างหิวโหย
“แม่จะทำแป้งทอดมาให้ แป้งสุกเมื่อไร แม่จะให้เยาเม่ยกินให้หนำใจ”
เยาเม่ยนั่งลงข้างเตาไฟเพื่อช่วยพัดฟืนให้สวีหว่านหนิง
สวีหว่านหนิงแปะแผ่นแป้งข้าวโพดลงไปที่ขอบกระทะ มุมปากยกยิ้ม ลูกสาวถูกเธอซื้อใจสำเร็จแล้ว หลังอาหารมื้อนี้ อีกสองคนที่เหลือก็คงเริ่มยอมรับในตัวเธอด้วยเช่นกัน ถึงอย่างไรก็ไม่เคยมีใครปฏิเสธฝีมือการทำอาหารของเธอได้
กลิ่นหอมหวานของแป้งทอดและไก่ตุ๋นขิงอบอวลไปทั่วบ้าน แม้แต่เพื่อนบ้านซ้ายขวาก็อดท้องร้องไม่ได้ บ้านไหนตุ๋นเนื้อได้หอมขนาดนี้
จือชิง [1] ที่เดินผ่านบ้านของสวีหว่านหนิงหยอกเย้ากู้จวิ้นว่า เขาคงจะลาภปากอีกแล้ว
กู้จวิ้นไม่พอใจนัก ทว่ายังทำหน้าภาคภูมิใจระคนดูแคลน ผู้หญิงโง่เง่าคนนั้นบอกว่าจะขายลูกเพื่อเอาเงินมาให้เขา แต่กลับเปลี่ยนใจกะทันหัน คงกลัวว่าเขาจะโกรธถึงได้ทำอาหารเพื่อเอาใจ
อาหารเขารับไว้ได้ แต่เขาไม่มีทางยอมคืนดีกับเธอ กู้จวิ้นคิดอย่างย่ามใจ สวีหว่านหนิงชาติกำเนิดดีแล้วอย่างไร สุดท้ายก็หลงรักเขาหัวปักหัวปำ ถูกเขาปั่นหัวจนกลายเป็นลูกไก่ในกำมือ
หลังกลับมาที่หน่วยจือชิง กู้จวิ้นไม่ได้ไปตักอาหาร เขารอสวีหว่านหนิงเอาอาหารมาให้อย่างใจจดใจจ่อ แต่หารู้ไม่ว่า สวีหว่านหนิงยกไก่ตุ๋นขึ้นโต๊ะอาหารที่บ้านแล้ว
เนื้อไก่ตุ๋นมันฝรั่งหอมกรุ่นอัดแน่นอยู่เต็มชามใหญ่ กลิ่นหอมฟุ้งเตะจมูกจนทำให้คนน้ำลายไหล
แป้งข้าวโพดทอดแผ่นบางกว่าทุกครั้ง สีเหลืองทองกรอบอร่อย
สวีหว่านหนิงมั่นใจในฝีมือการทำอาหารของตัวเองเสมอมา เธอมองสามคนที่นั่งล้อมโต๊ะอาหารอย่างภาคภูมิใจ แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อไม่มีใครขยับตะเกียบสักคน
“แม่จ๋า หนูกินได้จริงๆ เหรอจ๊ะ”
เยาเม่ยเอียงศีรษะถามเธอ แววตาที่ดูหวาดระแวงของหนูน้อยทำเอาสวีหว่านหนิงปวดใจ ร่างเดิมโหดร้ายเหลือเกิน เด็กน้อยทั้งสองถึงได้แตกสลายขนาดนี้
ชาติก่อน สวีหว่านหนิงงานยุ่งมาก เธอขึ้นเครื่องบินเดินทางตั้งแต่เหนือจรดใต้ แทบไม่มีเวลาคิดเรื่องส่วนตัว เธอเป็นคนรักเด็ก แต่ครองโสดมาตั้งแต่เกิดและกลัวเจ็บมาก ตอนนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เป็นแม่คนโดยไม่ต้องเจ็บตัว
ในเมื่อมาเยือนที่นี่แล้วก็ควรอยู่อย่างเป็นสุข ไม่ว่าอย่างไร เธอก็จะเลี้ยงดูเด็กทั้งสองคนให้เติบใหญ่อย่างดี
สวีหว่านหนิงลูบศีรษะเยาเม่ยด้วยความสงสาร ก่อนจะคีบน่องไก่ที่ฉ่ำไปด้วยน้ำซอสลงไปในถ้วยของเด็กหญิง
“วันหลังแม่จะทำของอร่อยให้หนูกินทุกวันเลย!”
เยาเม่ยยิ้มหวาน เธอหยิบตะเกียบเตรียมกิน แต่กลับถูกต้าชุนห้ามไว้
“เด็กโง่ เธอบอกให้กินก็กินงั้นเหรอ ไม่กลัวถูกวางยาหรือไง!”
ต้าชุนมองสวีหว่านหนิงอย่างหวาดระแวง ก่อนหน้านี้เขาได้ยินว่า ผู้หญิงคนนี้ไปขอยาที่ทำให้นอนหลับกับหมอเท้าเปล่า [2] ประจำหมู่บ้าน
เมื่อครู่เขากับเยาเม่ยร้องไห้โวยวายจึงไม่สะดวกนำไปขาย ไม่แน่เธออาจจะอยากทำให้พวกเขาหมดสติก่อนแล้วค่อยเอาไปขายทีหลัง
แม่หลินวางตะเกียบ ก่อนจะหยิบเงินสามหยวนจากกระเป๋ายัดใส่มือสวีหว่านหนิง พลางถอนหายใจหลายครั้ง
“แม่ไม่ขอสิ่งอื่นใด และไม่สนว่าเธอจะทำอะไรนอกบ้าน ขอแค่อย่าแตะต้องเด็กสองคนนี้ก็พอ เธอเป็นคนคลอดพวกเขาออกมานะ และพวกเขาก็ยังเรียกเธอว่าแม่”
สวีหว่านหนิงอยากจะร้องไห้ พลางกรีดร้องในใจว่าช่วยด้วย ต้องโทษร่างเดิมที่กระทำความชั่วเสียจนระดับความน่าเชื่อถือกลายเป็นศูนย์!
เธอจะต้องพิสูจน์ตัวเอง!
สวีหว่านหนิงคีบเนื้อไก่ใส่เข้าปาก รสชาติเข้มข้นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วปาก เนื้อไก่นุ่มละมุน อร่อยเสียจนอยากจะกลืนลิ้นตัวเองเข้าไปด้วย
หลังกินเสร็จสวีหว่านหนิงก็คีบน่องไก่อีกข้างให้กับต้าชุน จากนั้นก็เลาะอกไก่ที่ตุ๋นจนเปื่อยให้กับแม่หลิน
แม่หลินอายุเกือบหกสิบปีแล้ว ควรระวังเรื่องอาหารการกิน การกินหนังไก่ไม่ดีต่อสุขภาพ
แม่หลินทั้งตกตะลึงและมึนงง พลางมองลูกสะใภ้ที่แต่งเข้าตระกูลมาได้ห้าปีแต่พูดคุยกับเธอแทบนับคำได้ อีกฝ่ายคีบอาหารให้เธอแบบนี้ หรือจะกลับตัวกลับใจแล้วจริงๆ?
ต้าชุนเองก็ตกตะลึง นี่เป็นครั้งแรกที่สวีหว่านหนิงคีบอาหารให้เขา
ผู้หญิงในหมู่บ้านมีใครบ้างไม่รักลูกชาย สวรรค์รู้ดีว่าเขาอิจฉาเด็กชายคนอื่นมากเพียงใด…
เยาเม่ยเห็นต้าชุนนั่งเหม่อจึงรีบหยิบตะเกียบขึ้นมาส่งไก่ครึ่งน่องเข้าปาก เธอกินจนปากมันเยิ้ม และสุดท้ายก็ใช้มือหยิบน่องไก่ขึ้นมาแทะ
“อร่อยมาก คุณย่า พี่ชาย รีบกินสิจ๊ะ ฉันไม่เคยกินไก่ที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย!”
เยาเม่ยกินเนื้อไก่สลับกับแป้งทอด ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายเต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจ
เธอไม่รู้เลยว่าแม่ทำอาหารเก่งขนาดนี้ แม้กระทั่งแป้งข้าวโพดทอดก็หอม กรอบ อร่อยเหลือเกิน
สวีหว่านหนิงเห็นแม่หลินกับต้าชุนยังไม่ยอมกินจึงวางตะเกียบลง เธอกระแอมให้คอโล่งเล็กน้อย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “แม่ ต้าชุน ฉันรู้ว่าเมื่อก่อนฉันทำตัวไม่ดีและทำให้พวกแม่เสียใจ ได้โปรดให้โอกาสฉันอีกครั้ง แล้วคอยดูการกระทำต่อจากนี้ของฉันด้วยเถอะค่ะ”
คำพูดประกาศความมุ่งมั่นแบบฉบับคนยุค 60-70 ทำเอาสวีหว่านหนิงรู้สึกปวดฟันไปหมด
สายตาของแม่หลินมีประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง “อาหนิง คิดได้แล้วก็ดี เธอคลอดลูกชายและลูกสาวให้กับสกุลหลิน ไม่ว่าอย่างไร แม่ก็จะทำดีกับเธอ”
พูดจบแม่หลินก็คีบเนื้อไก่เปื่อยนุ่มส่งเข้าปาก มันนุ่มจนแทบละลายในปากทันที เธออายุปูนนี้แล้วแต่ไม่เคยกินอาหารที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน
นึกไม่ถึงว่าลูกสะใภ้ของเธอจะทำอาหารเก่งเช่นนี้ แม้แต่แป้งข้าวโพดทอดก็ทำอร่อยกว่าใครหลายคน!
หลังมื้ออาหาร เด็กสองคนกินอาหารกันจนท้องป่อง ใบหน้าซีดเหลืองของแม่หลินเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้าง
ในน้ำแกงที่ใช้ตุ๋นไก่ สวีหว่านหนิงใส่ตั่งเซิน [3] หวงฉี [4] และเก๋ากี้ ซึ่งล้วนเป็นสมุนไพรบำรุงร่างกายทั้งสิ้น เธอเป็นเชฟซึ่งเคยจัดงานเลี้ยงระดับประเทศ การปรุงอาหารตำรับยาถือเป็นเรื่องเล็กมาก
สวีหว่านหนิงเก็บชามและตะเกียบพลางคิดถึงรายละเอียดในนิยาย
พระเอกจะต้องคู่กับนางเอกอย่างแน่นอน เธอเป็นแค่ตัวประกอบ ช้าเร็วก็จะต้องหย่าร้างกับพระเอก เธอไม่สนใจผู้ชาย แต่เด็กสองคนนี้จะต้องเป็นของเธอ
ตามความคืบหน้าของเนื้อเรื่อง พระเอกจะได้เลื่อนตำแหน่งในกองทัพอย่างราบรื่น ทั้งยังแต่งงานตอนเป็นข้าราชการทหาร ฟ้าดินย่อมเข้าข้างฝั่งพระเอกอยู่แล้ว
ขณะที่เธอนั้นเป็นแค่จือชิงที่ถูกส่งมายังชนบท ไม่มีงานทำและไม่มีรายได้ ศาลย่อมไม่มอบสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตรให้กับเธอ
ตอนนี้คือปี 1977 หลังตรุษจีนจะมีประกาศการนำระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัยกลับมาใช้อีกครั้ง คนสอบเข้ามีจำนวนมหาศาล แต่คนสอบผ่านมีแค่หยิบมือ นักศึกษามหาวิทยาลัยยุคนี้หายากและมีค่ายิ่งกว่าคนจบปริญญาเอกในยุคสมัยของเธอเสียอีก
เพื่อช่วงชิงสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตร เพื่อมอบคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่ดีกว่านี้ให้กับลูก เธอจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อกลับเข้าไปใช้ชีวิตในเมืองให้ได้!
ในเมื่อตัดสินใจแล้วก็ควรรีบลงมือทำ หลังเก็บถ้วยชามเสร็จ สวีหว่านหนิงก็ตักเนื้อใส่ชามและหยิบแผ่นแป้งหลายแผ่นใส่ลงตะกร้า ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังหน่วยจือชิง
ในบ้าน ต้าชุนจับตาดูความเคลื่อนไหวของเธอตลอดเวลา เขาเบ้ปากจนปากคว่ำ
“ย่า เธอออกไปหาผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว!”
“ห้ามพูดถึงแม่แบบนั้น!”
แม่หลินมองแผ่นหลังของลูกสะใภ้ที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ แล้วถอนหายใจ
“เธอแย่แค่ไหนก็เป็นแม่ของหลาน คนอื่นด่าเธอได้ แต่หลานทำไม่ได้”
เธอนึกว่าลูกสะใภ้จะกลับตัวกลับใจ และหันมาใช้ชีวิตตามครรลองจริงๆ แล้วเสียอีก เฮ้อ…
เชิงอรรถ
[1] หมายถึง คนหนุ่มสาวที่มีความรู้หรือมีการศึกษาสูงและถูกส่งมาใช้ชีวิตยังชนบทในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม
[2] หมายถึง เกษตรกรที่ได้รับการฝึกวิชาการแพทย์พื้นฐานและทำงานในหมู่บ้านชนบทในประเทศจีน
[3] พืนสมุนไพรชนิดหนึ่ง ช่วยบำรุงชี่ของม้ามและกระเพาะอาหาร
[4] พืชสมุนไพรขนิดหนึ่ง ช่วยบำรุงชี่ ระงับเหงื่อ ขับปัสสาวะลดอาการบวม ทำให้ชี่ไหลเวียน ระงับปวด ช่วยรักษาบาดแผลและสร้างเนื้อเยื่อ
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^
.
Kawebook พร้อมจัดเสิร์ฟนิยายสนุก ๆ อีกมากมาย
ทำสวนปูทางสู่ความมั่งคั่ง แก้แค้นวังหลังสุดเริ่ด ทะลุมิติแฟนตาซี
อ่านตอนฟรีมากกว่า อัปเดตก่อนใคร
อ่านเลยที่ Kawebook >> https://kawebook.co/pON3