โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

S กางแผนปี 66 บุกตลาดแนวราบเต็มสูบ ผุด 6 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 1.3 หมื่นล้านบาท

Wealthy Thai

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 14.10 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2566 เวลา 16.58 น. • ศุภมาศ ศรีขำ

S คาดปี 66 ธุรกิจพัฒนาที่พักอาศัยโตอย่างมีนัยสำคัญ หลังบุกโครงการแนวราบมากขึ้น ตั้งเป้าปีนี้เปิด 6 โครงการ มูลค่ารวม 13,000 ล้านบาท พร้อมเปิดตัว “ศิรนินทร์ เรสซิเดนเซส” โครงการใหม่ระดับ Super Luxury มูลค่า 2,900 ล้านบาท เผยมียอดจองแล้ว 95%
นายณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S เปิดเผยว่า คาดแนวโน้มธุรกิจพัฒนาที่พักอาศัยจะเติบโตกว่าปี 2562 ที่มีรายได้จากการขายบ้านและอาคารชุด 7,385 ล้านบาท เนื่องจากในปีดังกล่าวบริษัทยังไม่มีการพัฒนาโครงการแนวราบ แต่ปีนี้ได้มีการพัฒนาโครงการแนวราบมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
โดยปี 2566 ตั้งเป้าเปิดโครงการแนวราบทั้งหมด 6 โครงการ มูลค่ารวม 13,000 ล้านบาท เน้นเจาะกลุ่ม Luxury ซึ่งจะเป็นโครงการสร้างเสร็จก่อนขายเป็นหลัก โดยปีนี้บริษัทจะขยายโครงการไปยังเซ็กเม้นท์ใหม่ๆ ที่ระดับ 10-20 ล้านบาท ในโซนกรุงเทพฯ ตะวันออก, โซนกรุงเทพฯ ตะวันตก และโซน CBD
ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวเปิดโครงการ ศิรนินทร์ เรสซิเดนเซส พัฒนาการ 32 บ้านแนวราบระดับ Super Luxury มูลค่า 2,900 ล้านบาท อย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดมียอดจองไปแล้ว 95% รวมถึงยอดโอนในปีที่แล้วกว่า 830 ล้านบาท
นอกจากนี้บริษัทยังได้พัฒนาโครงการโฮมออฟฟิศ 3 ชั้นครึ่ง ภายใต้ชื่อ SENTRE ขนาดที่ดินเริ่มต้น 42 ตรว. พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 347 ตรม.จอดรถได้ถึง 4 คัน สามารถปรับเปลี่ยน Function ให้ตอบโจทย์การทำธุรกิจบนทำเลใจกลางเมือง ถ.พัฒนาการ 32 ราคาเริ่มต้น 21.9 ล้านบาท
สำหรับโครงการคอนโดมิเนียม ปีนี้บริษัทจะไม่มีการพัฒนาโครงการใหม่ โดยปัจจุบันเหลือโครงการที่เปิดขายทั้งหมด 2 โครงการ ได้แก่ THE ESSE Sukhumvit 36 เหลือสต๊อกขายประมาณ 20% และ THE EXTRO Phayathai-Rangnam เหลือสต๊อกขายราว 35%
ทั้งนี้เนื่องจากปี 2566 บริษัทจะไม่มีการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ทำให้สัดส่วนรายได้จากแนวราบจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 70% จากเดิมที่บริษัทมีสัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่มาจากโครงการคอนโดมิเนียม ขณะที่ปีถัดไปนั้นสัดส่วนรายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมจะขยับขึ้นมาหรือไม่นั้น ต้องรอประเมินสถานการณ์ตลาดอีกครั้ง
“ตลาดระดับ Luxury ยังสามารถเติบโตได้ ในขณะที่ตลาดล่างปัจจัยที่เอื้อต่อการขายลดลง ทั้ง แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น มาตรการสนับสนุนจากรัฐที่ลดลง และธนาคารยังมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ” นายณัฐวุฒิ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...