โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

นักข่าวเพชรบุรี ถูกค้ำคอ คุกคามข่มขู่ แย่งมือถือไปลบคลิป คนลงมือฉุนที่ทำข่าวแบคโฮจมพร้อมคน (มีคลิป)

77kaoded

เผยแพร่ 27 ก.พ. 2566 เวลา 16.36 น. • 77 ข่าวเด็ด

เพชรบุรี-นักข่าวช่อง 3 และ ช่อง 7 ประจำเพชรบุรี เข้าแจ้งความ กรณี พนง.ขับรถน้ำเทศบาลเมืองชะอำ จ.เพชรบุรี นำกลุ่มชายฉกรรจ์ ล้อมกรอบ ค้ำคอ ลบคลิป ข่มขู่อาฆาตไม่ให้ทำข่าว กรณีที่มีรถแบคโฮ เสียหลักจมลงพร้อมคนขับ ในบ่อลูกรัง อดีต สจ.ดังเพชรบุรี

https://youtu.be/2WqQmlc9g7M

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 27 ก.พ.ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง จาก หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถานฯ ว่าเกิดเหตุรถแบคโฮตักดินถูกโคลนถล่มทับจมน้ำที่บริเวณบ่อดินลูกรังหมู่ 4 บ้านห้วยหิน ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จึงเดินทางไปทำข่าว โดยมี นายมานิตย์ ผู้สื่อข่าวทีวีช่อง 3 ประจำ จ.เพชรบุรี และนายปริพรรห์ ผู้สื่อข่าวทีวีช่อง 7 ประจำจังหวัดเพชรบุรี เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุก่อน ขณะที่ทีมผู้สื่อข่าวจากสำนักอื่นๆ กำลังเดินทางไปสมทบได้รับแจ้งจากนายมานิตย์ และนายปริพรรห์ ว่าขณะทำข่าวได้ถูกกลุ่มชายและหญิงประมาณ 15 คน ข่มขู่คุกคาม อาฆาต ซ้ำยังค้ำคอแย่งมือถือไปลบคลิป ไม่ให้ทำข่าวและบังคับให้เดินทางออกนอกพื้นที่เกิดเหตุ

สอบถามนายปริพรรห์เปิดเผยว่า ขณะที่ตนกำลังบันทึกภาพเหตุการณ์เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังค้นหาผู้เสียชีวิตใต้น้ำ ได้ถูกชายไม่ทราบชื่อเดินอ้อมเข้ามาข้างหลังและใช้ท่อนแขนล็อคคอและลากดึงออกมา จากนั้นมีชายใส่ชุดสีกากีสวมเสื้อคลุมสีดำทับ เดินเข้ามาหาสอบถามว่าเป็นผู้สื่อข่าวจากที่ไหน ตนและนายมานิตย์ได้แนะนำตัวและแสดงบัตรประจำตัวผู้สื่อข่าวให้ดู ชายคนดังกล่าวได้ถามกลับมาว่ารู้ไหมกูเป็นใคร แล้วเปิดเสื้อคลุมให้เห็นป้ายชื่อแสดงตัวที่หน้าอกชุดสีกากีระบุชื่อนายประสาน อังกินันทน์ เป็นพนักงานประจำขับรถนำ้เทศบาลเมืองชะอำ

จากนั้นนายประสานได้ใช้มือค้ำคอตนให้เดินถอยหลังมาที่รถ จากนั้น นายประสานได้เดินมาดึงแมสปิดหน้านายมานิตย์ และกล่าวว่าขอดูหน้าหน่อยโดยที่นายมานิตย์ไม่ได้ขออนุญาต และไม่ทันให้นายมานิตย์ตั้งตัว จากนั้นนายประสานได้กล่าวว่าไม่ให้บันทึกภาพถ้าบันทึกภาพจะตามไปจัดการถึงบ้าน ขณะเดียวกันมีชายอีก 1 คนเดินเข้ามาล็อคคอตนและกระชากโทรศัพท์ออกจากมือตนส่งให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่ใส่ชุดนอนลายการ์ตูนสีชมพูทำการลบภาพทั้งหมดที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือ

นายมานิตย์เห็นดังนั้นจึงพยายามห้ามปรามให้ใจเย็นไม่อยากให้เกิดความรุนแรง แต่ปรากฏมีผู้ชายอีก 1 คนเดินมากระชากโทรศัพท์ออกจากมือนายมานิตย์และยื่นส่งให้ผู้หญิงคนเดิมลบข้อมูลเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีผู้ชายอีก 1 คนมาดึงบัตรประชาชนและบัตรประจำตัวผู้สื่อข่าวของตนไปบันทึกภาพไว้ จากนั้นกลุ่มคนทั้งหมดประมาณ 15 คนได้เดินล้อมต้อนนายมานิตย์และตนมาที่รถผู้สื่อข่าวบังคับให้ออกนอกพื้นที่ โดยนายประสานพูดข่มขู่ย้ำว่าหากมีภาพออกไปตามสื่อต่างๆ จะตามไปจัดการถึงบ้าน ทั้งนี้ขณะที่ตนกำลังขับรถออกนอกพื้นที่ ยังมีชาย 2 คนยืนถ่ายวีดีโอบันทึกป้ายทะเบียนรถและ รถ ของนายมานิตย์ตลอดเวลา

หลังจากเกิดเหตุกังกล่าว นายมานิตย์และนายประพรรห์ได้เดินทางมาที่ สภ. ชะอำเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.สายยนต์ ขึ้นนกคุ้ม สารวัตรเวร พร้อมประสานแจ้งเรื่องดังกล่าวให้กับ พ.ต.ท.ชูเกียรติ เพ็ชร์แท้ รองผกก.สส.สภ.ชะอำ และ พ.ต.อ.สมเกียรติ โฉมฉาย ผกก.สภ.ชะอำทราบ พ.ต.อ.สมเกียรติ ได้รายงานให้ พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย ผบก.ภ.จว.เพชรบุรีทราบ โดย พล.ต.ต.ปิติ ได้สั่งการเน้นย้ำให้ตรวจสอบใบอนุญาตการขุดดินของบ่อดินดังกล่าว และประเด็นสาเหตุที่ข่มขู่ ไม่ให้ผู้สื่อข่าวรายงานเหตุการณ์ตามหน้าที่ และส่วนอื่นๆ

พ.ต.อ.สมเกียรติ จึงเชิญตัวนายสมชาย มีนาม อดีต ส.อบจ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษา นายก อบจ.เพชรบุรี เจ้าของบ่อดินลูกรังที่เกิดเหตุ และเป็นผู้อยู่ร่วมในเหตุการณ์ และนายประสาน ผู้ถูกกล่าวหามาสอบถาม นายประสาน ปฏิเสธไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุหรือสั่งการให้เกิดเหตุ โดยอ้างว่าเป็นคนกลางขณะเข้าไปห้ามไม่ให้เกิดเหตุ และไม่เคยบงการควบคุมหรือคำข่มขู่นายปริพรรห์แต่อย่างใด และไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ก่อเหตุ อ้างว่าอาจเป็นคนของนายสมชาย ด้านนายสมชาย กล่าว่าขณะเกิดเหตุตนอยู่ในที่เกิดเหตุจริงแต่ไม่ทราบเรื่องการขัดแย้งที่เกิดขึ้น เนื่องจากขณะนั้นตนสนใจเพียงการค้นหาศพผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นลูกน้อง

เบื้องต้นนายมานิตย์และนายประดิพรรห์ ได้แจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีฐานประทุษร้ายต่อร่างกายและจิตใจ กักขังหน่วงเหนี่ยว พรบ.คอมพิวเตอร์ ทำลายทรัพย์สิน ข้อมูลในโทรศัพท์มือถือและข่มขู่อาฆาต พร้อมยืนยันดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...