โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

มัดรวม 6 หุ้นใหญ่ปันผลเด่น รับเม็ดเงินนักลงทุนไทย-ต่างชาติเข้าสะสม

Share2Trade

อัพเดต 11 ก.ค. 2567 เวลา 10.34 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2567 เวลา 07.00 น. • Share2Trade

ตลอดช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติได้เทขายหุ้นไทยออกมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาก็ได้ส่งสัญญาณการกลับเข้ามาซื้อหุ้นอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งข่าวต่อตลาดหุ้นไทย แต่จะมีอิมแพคมากน้อยเพียงใดนั้นไปรับชมมุมมองจากนักวิเคราะห์ พร้อมกับกลยุทธ์ที่น่าสนใจ

S2T (เว็บ) มัดรวม 6 หุ้นใหญ่ปันผลเด่น.jpg

สำหรับนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ให้มุมมองว่า ยังคงเห็นเม็ดเงินต่างชาติทยอยเข้าหุ้นไทยต่อ โดยซื้อสุทธิในตลาดหุ้น 384 ล้านบาท และซื้อสุทธิผ่าน NVDR 2,071 ล้านบาท รวมถึงปริมาณการ SHORT SELL ยังอยู่ระดับต่ำ 3.45% คาดว่าฟันด์โฟลว์ยังมีโอกาสไหลเข้าต่อ

โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของปี จากแนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีสหรัฐกับไทยค่อยๆ แคบลงสอดคล้องกับการศึกษาข้อมูลในอดีตเวลา ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี ไทยกับสหรัฐแคบลง ทำให้ฟันด์โฟลว์มักจะไหลเข้าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้น

ในทางกลับกับหากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี ไทยถูกสหรัฐทิ้งห่าง ฟันด์โฟลว์ก็มักจะไหลออกโดยทุกๆ ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีแคบลง 0.05% ถึง 0.10% หนุนให้ฟันด์โฟลว์ไหลเข้าได้ราว 1 หมื่นล้านบาท แต่ถ้าส่วนต่าง อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีกว้างขึ้น 0.05% ถึง 0.10% จะกดดันฟันด์โฟลว์ไหลออก 1 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ในมุมของ VALUATION ตลาดหุ้นไทยมีอัตราผลตอบแทนจากเงินผลปี 67 อยู่ในระดับที่น่าสนใจ 4.1% คิดเป็นส่วนต่างอัตราผลตอบแทนเงินปันผล(DYG) 1.81% (เทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 1 ปี 2.37%) เทียบเท่าได้กับดัชนีที่เหมาะสมเกิน 1400 จุด แต่หากลดดอกเบี้ย 1-2 ครั้ง (DYG) จะเป็น 2.06% - 2.31% และระดัชนีตลาดที่เหมาะสมอยู่บริเวณ 1,450 - 1,500จุด ขึ้นไป ถือเป็นระดับที่จูงใจให้เม็ดเงินจากสินทรัพย์ปลอดภัยในประเทศไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดหุ้นได้เช่นกัน

ดังนั้น ฝ่ายวิจัยฯ ทำการค้นหา 20 หุ้นใหญ่ที่อัตราผลตอบแทนเงินปันผลน่าซื้อสะสมสำหรับนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างประเทศในช่วงนี้ ประกอบไปด้วย LH ที่ 8.6%, SCB ที่ 8.6%, TISCO ที่ 8.1%, EGCO ที่ 6.5%, TTB ที่ 6.4%, PTT ที่ 6.2%, RATCH ที่ 5.9%, BCP ที่ 5.9%, PTTEP ที่ 5.8%, KTB ที่ 5.3%, BBL ที่ 5.3%, KBANK ที่ 5.1%, TOP ที่ 4.7%, INTUCH ที่ 4.7%, TU ที่ 4.5%, HMPRO ที่ 4.4%, IVL ที่ 4.3%, ADVANC ที่ 4.3%, TLI ที่ 4.2% และ WHA ที่ 4.1%

อย่างไรก็ดี ทางเราได้คัดกรอง 6 หุ้นอัตราผลตอบแทนปันผลสูงที่สุด พร้อมกับพื้นฐานของธุรกิจและคาดการณ์จำนวนเงินปันผลอย่าง LH นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ปรับประมาณการณ์กำไรปี 67 ลงมาอยู่ที่ 6,699 ล้านบาท ลดลง 10.5% จากตลาดอสังหาฯในปัจจุบันยังคงอ่อนตัว เศรษฐกิจยังไม่เอื้อต่อกำลังซื้อและการตัดสินใจ

ทั้งนี้ แนะนำ ลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังปี 67 ที่จะมีเปิดโครงการมากกว่าช่วงครึ่งปีแรก และจะมีกำไรพิเศษจากการขายศูนย์การค้า 1 แห่งเข้ากอง REIT ในช่วงปลายปี จะช่วยให้ระดับกำไรสุทธิฟื้นตัวมากกว่าปัจจุบัน จึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 8.10 บาท และคาดการณ์เงินปันผลปี 67 ที่ 0.45 บาท

ถัดมา SCB นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดกำไรสุทธิไตรมา 3/67 ยังคงลดลงช่วงเดียวกันและไตรมาสก่อนหน้า จากการลดลงของ NIM, การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายจ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) จากค่าใช้จ่ายด้อยค่าสินทรัพย์ของ Robinhood อย่างไรก็ดีคงประมาณการกำไรปี 2567 ที่ 44,958 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3%

ดังนั้น แนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมายที่ 115 บาท เนื่องจากยังมีจุดเด่นเรื่องปันผลหรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 8-10% ต่อปี ซึ่งสูงสุดในกลุ่มธนาคาร และคาดการณ์เงินปันผลในปี 2567 ที่ 7.94 บาท

ต่อมาที่ TISCO นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ผลการดำเนินงานปี 2567 มีแนวโน้มอ่อนแอกว่าที่คาด จากเศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากดดันทั้งการขยายสินเชื่อและคุณภาพสินทรัพย์และ NIM ลดลงจากต้นทุนการเงินที่เร่งตัวขึ้น ทำให้มีกำไรสุทธิปี 67 จะลดลง 3.3% มาอยู่ที่ 7,063 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมายที่ 99 บาท เพื่อรับเงินปันผล เนื่องบริษัทยังคงสามารถรักษาการจ่ายเงินปันผลระดับสูง โดยคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลจะสูงที่ 7.8-8% ในปี 2567-2569 และคาดการณ์เงินปันผลในปีนี้จะอยู่ที่ 7.50 บาท

EGCO บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) คาดกำไรในช่วงที่เหลือของปีเร่งตัวขึ้นจากโครงการHydro ในลาวตามปริมาณน้าเพิ่มขึ้นและการกลับมาเดินเครื่องปกติ(หลังหยุดซ่อมบารุง)ของโรงไฟฟ้าหลัก จึงปรับประมาณการกำไรปี 2567 เป็น 7,815 ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุน 8,384 ล้านบาท

ทั้งนี้ จากความคืบหน้าของธุรกิจเป็นไปด้วยดี จะสนับสนุนการเติบโตและความต่อเนื่องของกำไรใน 1-2 ปีข้างหน้า ขณะที่ราคาหุ้น EGCO ยังไม่ได้สะท้อนประเด็นดังกล่าว ประกอบกับอัตราเงินปันผลเพิ่มขึ้นเป็น 6.2% ซึ่งเป็นระดับน่าสนใจ จึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 150 บาท และคาดการณ์เงินปันผลปี 2567 ที่ 6.50 บาท

ถัดมา TTB บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 2.10 บาท จากการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เร็วขึ้น และคาดการณ์ ROE ที่ 9.7 % ในปี 2569 จาก 8.2% ในปี 2566 จากการปรับสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อ, เงินปันผลที่เพิ่มขึ้น และงบดุลที่รอบคอบ

ทั้งนี้ มองเป็นจังหวะดีในการซื้อหุ้น หลังจากราคาหุ้นลดลง ด้วยปัจจัยของการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่อ่อนแอและกระทรวงการคลังขายหุ้นออกไป แต่อย่างไรก็ดี ยังมั่นใจการเติบโตของกำไรและเงินปันผล รวมไปถึงหุ้น TTB ซื้อขายที่ VALUATION ถูกกว่าธนาคารขนาดใหญ่ สำหรับคาดการณ์เงินปันผลปี 2567 จะอยู่ที่ 0.10 บาท

สุดท้าย PTT นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 38 บาทโดยในระยะสั้นผลประกอบการไตรมาส 2/67 ยังไม่เด่นจากธุรกิจการกลั่นและค้าปลีกน้ำมันของบริษัทลูกชะลอตัวธุรกิจก๊าซของ PTT ได้รับผลกระทบจากนโยบายพลังงาน ทั้งนี้ คาดการณ์เงินปันผลในปี 2567 ที่ 1.81 บาท

มัดรวม 6 หุ้นใหญ่ปันผลเด่น-01.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...