โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

CENTEL ร่วง 11% งบ Q2 กำไร 121 ล้านบาท ต่ำกว่าคาด! ไตรมาส 3 โลว์ซีซั่น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 15 ส.ค. 2566 เวลา 04.20 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (15 ส.ค.66) ราคาหุ้น บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ล่าสุด ณ เวลา 10:47 น. อยู่ที่ระดับ 43.00 บาท ลบไป 5.50 บาท หรือลงไป 11.34% สูงสุดที่ระดับ 45.25 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 42.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 408.70 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กำไรสุทธิของ CENTEL ในไตรมาส 2/66 อยู่ที่ 121 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 447% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน แต่ลดลง 81% จากไตรมาสก่อน ต่ำกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัย 20% และต่ำกว่า consensus ถึง 64% ผลประกอบการที่อ่อนแอเป็นเพราะต้นทุนการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นถึง 55% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และ 47% จากไตรมาสก่อนหน้าเป็น 273 ล้านบาท เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น และมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มเติม (55 ล้านบาท) ในส่วนที่เกี่ยวกับสัญญาเช่า Centara Grand Osaka และ Centara Grand Beach Resort and Villas หัวหิน ทั้งนี้ กำไรในงวดครึ่งแรกของปี 66 คิดเป็น 38% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเราที่ 1.99 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 400% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน

ขณะที่ธุรกิจโรงแรม RevPar เพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบช่วงเดียวของปีก่อนเป็น 2,792 บาท เนื่องจาก occupancy rate เพิ่มขึ้น 19 ppts เป็น 65% เพราะโรงแรมในประเทศไทยได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม RevPar ลดลง 31% จากไตรมาสก่อน เพราะเป็นช่วง low season ของโรงแรมในประเทศไทย และมัลดีฟส์

นอกจากนี้ โรงแรมในมัลดีฟส์ยังได้รับผลกระทบจากการที่โรงแรมในแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ กลับมาเปิดบริการ ซึ่งทำให้ occupancy rate และ ARR ลดลงทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน ทั้งนี้ ARR โดยรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 4,314 บาท ในขณะที่กำไรสุทธิจากธุรกิจโรงแรมอยู่ที่ 14 ล้านบาท (จากที่ขาดทุน 116 ล้านบาทในไตรมาส 2/65)

ส่วนธุรกิจร้านอาหาร: Same-store-sales สาขาเดิม SSSG ของธุรกิจร้านอาหารอยู่ที่ 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน เพราะ 4 แบรนด์หลักโต 5% (KFC, Mister Donut, Auntie Annes และ โอโตยะ) เพราะรายได้จากลูกค้าที่ทานในร้าน และซื้อกลับบ้านเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ CENTEL ยังขยายสาขาร้านเพิ่มขึ้นอีก 78 ร้าน ทำให้ TSSG อยู่ที่ 10% ทั้งนี้ กำไรจากธุรกิจร้านอาหารอยู่ที่ 135 ล้านบาท (ลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน)

สำหรับอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 39.8% (-0.1ppts เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน, -5.1ppts จากไตรมาสก่อน) โดย GPM ของธุรกิจร้านอาหารลดลง 1.4 ppts เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เพราะต้นทุนวัตถุดิบ และค่าไฟสูงขึ้น ในขณะเดียวกัน GPM ของธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 6.0 ppts เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน เนื่องจาก RevPar สูงขึ้น

ขณะที่มองแนวโน้มกำไรของ CENTEL ในไตรมาส 3/66 แบบระมัดระวังเพราะเป็นช่วง low season ของโรงแรมในประเทศไทย และโรงแรมในมัลดีฟส์มีแนวโน้มอ่อนแอ นอกจากนี้ เรายังมองว่าค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และการบริโภคในประเทศที่แผ่วลงยังเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานในครึ่งหลังของปี 66 อีกด้วย

ดังนั้น ยังคงคำแนะนำ “ถือ” CENTEL และประเมินราคาเป้าหมายปี 66 ที่ 50.00 บาท อิงจาก EV/EBITDA ปี 66 ที่ 14.6 เท่า เท่ากับค่าเฉลี่ยระยะยาว +1.0S.D.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...