โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อธิชา ชารีรัตน์ Interior Design และ Director แห่ง PAD : Space Artisan

@Kitchen Magazine

อัพเดต 05 มี.ค. 2564 เวลา 11.15 น. • เผยแพร่ 20 ม.ค. 2564 เวลา 04.29 น.

PAD เปรียบเสมือนกระดานแผ่นหนึ่งที่ถูกหยิบขึ้นมาสเก็ตช์ไอเดียแล้วนำไปต่อยอดจนทำให้เกิดเป็นรูปธรรมขึ้นมา

คุณเอ-อธิชา ชารีรัตน์ Interior Design และ Director แห่ง PAD : Space Artisan บริษัทออกแบบตกแต่งภายในและแลนด์สเคปที่เกิดจากการก่อตั้งของเธอและสามี หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านงานออกแบบตกแต่งภายในทั้งในประเทศและต่างประเทศมาร่วมสิบกว่าปี จากนั้นคุณเอจึงตัดสินใจมาเปิดบริษัทของตัวเองในชื่อ PADEE ที่มาจากนามสกุลของสามี (คุณหนุ่ม-วัชรพงศ์ พาดี) และพาร์ตเนอร์ที่ร่วมกันก่อตั้งบริษัทซึ่งปัจจุบันได้รีแบรนด์มาเป็น  PAD : Space Artisan

หลังเรียนจบด้านสถาปัตยกรรม จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น และทำงานในประเทศไทยได้ระยะหนึ่งโดยเริ่มต้นจากงานอาร์คิเทค คุณเอก็ได้มีโอกาสทำงานในประเทศสิงคโปร์ ทำงานด้านออกแบบตามความเชี่ยวชาญของเธอในการออกแบบโรงแรมและรีสอร์ต โดยปกติเธอได้รับมอบหมายให้ทำโครงการในประเทศต่างๆ ซึ่งทำให้ได้เดินทางและทำงานในเมืองที่น่าสนใจทั่วโลก เพื่อดูแลกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การออกแบบแนวคิดไปจนถึงการผลิตขั้นสุดท้าย คุณเอมักจะเริ่มโปรเจ็กต์ด้วยการคิดเชิงออกแบบ เพราะเธอเชื่อในการสร้างประสบการณ์ที่แท้จริงที่สามารถสะท้อนตัวตนของพื้นที่ได้  โดยยึดทุกองค์ประกอบของการออกแบบเข้าด้วยกันตั้งแต่รูปลักษณ์โดยรวมไปจนถึงรายละเอียดที่เล็กที่สุด

BlueGold Coffee ที่ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ Luxury Forest  
De La Sol คอนโดมิเนียมที่โฮจิมินห์ ซิตี้

“ตอนไปทำงานที่สิงคโปร์เหมือนเป็นการเปลี่ยนสายจากอาร์คิเทคไปเป็นอินทีเรีย เพราะตอนนั้นบริษัทที่ทำงานด้วยเขาต้องการตำแหน่งอินทีเรีย ด้วยความที่เอเป็นคนชอบลอง พอทำแล้วรู้สึกสนุก ได้ทำงานกับบริษัทที่ชื่นชอบ และเปิดกว้างให้เราได้ทำงานอย่างเต็มที่ พอเราเห็นงานอินทีเรียที่เราออกแบบก็ชอบ เห็นงานเร็วดี และแต่ละพื้นที่ก็ได้ทำหลายๆ แบบ เห็นอะไรที่หลากหลายมากขึ้น อย่างงานที่เอได้ทำ คือ งาน Hard Rock Hotel ปีนัง, Holiday Inn มัลดีฟส์ เป็นต้น ส่วนใหญ่จะเป็นงานอินเตอร์เนชั่นแนลที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศทั่วโลก”

จากการทำงานที่สิงคโปร์ครั้งนั้นคุณเอได้ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์อยู่ถึง 8 ปี จนกระทั่งเริ่มอิ่มตัวเพราะเป็นซีเนียร์อยู่ในตำแหน่ง Lead Designer ประกอบกับได้รับการติดต่อจากบริษัท The Beaumont Partnership ที่มีความต้องการ Design Director ด้วยความที่อยากลองทำอะไรใหม่ๆ คุณเอจึงตัดสินใจกลับมาทำงานที่เมืองไทย  

คุณอธิชา ชารีรัตน์ กับพาร์ตเนอร์คู่ใจคุณวัชรพงศ์ พาดี ที่ดูแลด้านแลนด์สเคป

“พอได้มาทำงานที่นี่ก็สนุกค่ะ จากที่ดีไซน์ออกแบบอย่างเดียวก็ต้องมาดูเรื่องบริหารคน บริหารการเงิน ทำอยู่ได้ประมาณหนึ่งปีแต่ก็ได้ประสบการณ์มากมาย ได้ไปติดต่อกับลูกค้าโดยตรง เพราะเราต้องดูเรื่องงบด้วย ทำให้การทำงานเติบโตอีกระดับหนึ่ง  และช่วงนั้นก็มีงานส่วนตัวเข้ามา เป็นจังหวะดีที่ตัดสินใจมาเปิดบริษัทของตัวเอง ทั้งได้คำแนะนำจากผู้ใหญ่ให้ตั้งชื่อบริษัทว่า PADEE เพราะเป็นนามสกุลสามี และมันก็เป็นที่มาของเราซึ่งมีความหมายที่ดี จากวันนั้นถึงวันนี้เกือบ 5 ปีแล้ว เราเริ่มรู้สไตล์ เริ่มรู้แล้วว่าแบรนด์เราจะไปทางไหนจึงทำการรีแบรนด์ แต่ยังอยากให้มีกลิ่นอายของชื่อเดิมอยู่ จึงตั้งชื่อให้กลางๆ และจดจำง่าย อีกอย่างเราต้องการบุกตลาดต่างประเทศด้วย กลายเป็นที่มาของชื่อ PAD ที่มาจากคำว่า Ipad เสมือนเป็นกระดานสเก็ตช์ที่เราสร้างสรรค์ไอเดียต่างๆ ให้เป็นจริงขึ้นมา โดยที่ทุกงานเราใส่แรง ใส่ใจเข้าไป”

งานออกแบบเพนท์เฮาส์ย่านทองหล่อ Noble Remix

ไอเดียแต่งครัวสไตล์ Eclectic รีโนเวทคอนโดเก่า ในมู้ดแอนด์โทน Wes Anderson

“งานที่ลูกค้าให้เราทุกงานเราจะใส่ DNA ของเขาเข้าไป ถ้าเปรียบบทบาทของเราเป็นอย่างไร เราก็เสมือนเป็นเชฟที่ไปซื้อวัตถุดิบมาแล้วคุณชอบแบบไหนให้บอกเราจะปรุงให้เอง ซึ่งจะแตกต่างจากเชฟชื่อดังที่เขาจะเอาตัวเองเป็นตัวตั้งในการปรุงให้เรากิน”

“อย่างการทำร้าน BlueGold Coffee คอนเซ็ปต์ก็เป็น DNA ของเจ้าของร้าน เขาขายกาแฟขี้ชะมด ชอบเลี้ยงสัตว์ และมีฟาร์มของตัวเอง เราคิดว่าคอนเซ็ปต์ควรจะเป็น Luxury Forest จนกลายเป็นป่าแบบหรูหรา มีกรงทอง คือใส่คาแรกเตอร์ของเจ้าของเข้าไป อย่างตัวอาร์คิเทคเราอยากทำให้เหมือนคาร์นิวัล มีเด็กมาเที่ยว โดมกลมๆ หน้าร้านก็มาจากไอเดียเตนท์ละครสัตว์ ซึ่งร้านนี้ออกแบบมาแล้ว 2 ปี ตั้งแต่เป็น PADEE”  

“อีกผลงานหนึ่ง คือ งานออกแบบตกแต่งภายในเพนท์เฮาส์ย่านทองหล่อ Noble Remix เจ้าของเป็น Young Family  ชาวมาเลเซีย ด้วยความตั้งใจที่จะฉายความหลงใหลในแฟชั่นและบุคลิกที่ไม่เหมือนใครของเจ้าของห้อง เราจึงผสมผสานความขี้เล่นเข้ากับความหรูหราในการออกแบบเพนต์เฮาส์ขนาด 185 ตารางเมตร ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ของ Wes Anderson เราผสมผสานสไตล์โมเดิร์นยุคกลางกับเฟอร์นิเจอร์อาร์ตเดคโค ซึ่งในหนึ่งห้องจะมีการเล่นสีค่อนข้างเยอะ ทุกขั้นตอนมีรายละเอียด แต่พอทำออกมาลูกค้าชอบ เราก็ชอบ เพราะลูกค้าก็เห็นด้วยกับเราเหมือนจับมือกันทำ ถือเป็นอีกหนึ่งที่งานยากแต่เราก็สามารถตีความตอบโจทย์ได้ตามที่ลูกค้าต้องการ” 

คอนโดมิเนียม Once Pattaya  ที่ชูคอนเซ็ปต์การใช้โทนสี Copper และ Rose Gold มาผสมผสานในการออกแบบ

 “ส่วนงานแนวอื่นๆ ก็มีงานออกแบบโรงแรม แต่ละงานที่ออกแบบสไตล์จะแตกต่างกันเพราะขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าว่าต้องการอะไร อย่างบูทีคโฮเทล ที่เชียงใหม่ นำคุ้มเก่ามาทำเป็นโรงแรม และเจ้าของชอบสะสมงานอาร์ตเราจึงทำออกมาให้เป็นสไตล์อาร์ตแกลเลอรีที่มีความเรียบ และเพิ่มความอบอุ่นด้วยการใส่รายละเอียดของไม้ลงไป งานนี้กิมมิกจึงไม่เยอะเพราะต้องการชูให้คอลเล็กชันอาร์ตเวิร์กมีความโดดเด่นขึ้นมา

“งานคอนโดมิเนียมที่พัทยา Once Pattaya ที่ชูคอนเซ็ปต์การใช้โทนสี Copper และ Rose Gold มาผสมผสานในการออกแบบให้มีความโดดเด่นเป็นที่สะดุดตา ทำให้ผู้มาเยือนครั้งแรกตกหลุมรักในทันที ซึ่งสี Rose Gold มาจากช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน ฟ้าจะออกสีส้มๆ เหมือนภาพ Perspactive เราก็ได้แรงบันดาลใจมาจากตรงนั้น เนื่องจากพัทยาสิ่งที่เด่นๆ คือธรรมชาติที่มีทั้งทะเล ภูเขา และไนต์ไลฟ์ เราก็จับ 2 สิ่งนี้มาผสมผสานกัน มีความโรแมนติก และเล่นกับแสงไฟสื่อถึงไนต์ไลฟ์ โดยโชว์ยูนิตที่มีความเป็น City Condo ใส่ความเป็นรีสอร์ตเข้าไปแต่มีความลักซ์ชัวรีอยู่”  

Pleno โครงการบ้านที่ได้แรงบันดาลใจมาถ้ำอัญมณีผ่านรายละเอียดต่างๆ

“ส่วนที่ต่างประเทศก็จะมีงานออกแบบที่ผ่านมาเช่น De La Sol คอนโดมิเนียมที่โฮจิมินห์ ซิตี้ ของ CapitaLand งานนี้ Sale Gallery จะตั้งอยู่ริมแม่น้ำไซง่อน เป็นงานค่อนข้างไฮเอนด์ คอนเซ็ปต์เป็นบรรยากาศริมแม่น้ำยามเย็น มีการนำธรรมชาติเข้ามาด้านใน ทุกอย่างจะมีเรื่องราว เช่น นำหิน ต้นไม้เข้าไปในตัวอาคารซึ่งมีทั้งธรรมชาติจริง ธรรมชาติที่สรรค์สร้างขึ้นมา และส่วนของโครงการ กลุ่มเป้าหมายคือ Gen Y การออกแบบจึงเป็นสไตล์ลักซ์ชัวรี ลอฟต์ และตกแต่งภายในด้วยแนวเพลงที่แตกต่างกัน โดยใช้องค์ประกอบที่ถอดรหัสจากเครื่องดนตรี เช่น เปียโน กีตาร์ และเสียงกังวานของชาร์มส์เพื่อเติมเต็มซิมโฟนีที่บอกเล่าเรื่องราว  โดยตัวโครงการทั้งหมดมี 3 ตึก แต่ละตึกจะเป็นตัวแทนของเครื่องดนตรี ตึกเอเป็นเปียโน ตึกบีเป็นกีตาร์ ตึกซีเป็นชาร์มส์ แต่ละพื้นที่ก็จะถูกใส่เรื่องราวที่เกี่ยวกับดนตรีลงไป ในขณะเดียวกันเราก็ใส่ไอเดียเพื่อทำการตลาดให้ลูกค้าด้วย ซึ่งงานนี้พอทำออกมาถือว่าประสบความสำเร็จมาก”   

ด้วยผลงานต่างๆ ที่ผ่านมาทำให้การเดินทางของสาวนักบริหารและนักออกแบบตกแต่งภายในคนนี้ได้ได้ใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการสร้างความลงตัวให้กับทุกพื้นที่ให้มีชีวิตชีวาขึ้นมา อีกทั้งยังได้สร้างสรรค์พื้นที่ออกแบบของตัวเองจนเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเธอบอกว่าจะใช้ความคิดสร้างสรรค์และงานฝีมือให้บริการออกแบบที่ดีที่สุดอย่างที่ได้ทำมาตลอด  

“หลักการทำงานของเราจะเหมือนน้ำ คือมีความยืดหยุ่น และต้อง Flow อยู่เสมอ แต่ทุกอย่างต้องอยู่ในการควบคุมของเราตั้งแต่เริ่มงานจนจบงาน ต้องคอยตรวจสอบทีมงานและแบบของงานอยู่เสมอ เพื่อที่จะให้งานเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง” คุณเอ-อธิชา กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามผลงาน PAD ได้ที่ https://www.padartisan.com/ ,  FB pad.space.artisan

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...