โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทุ่มแสนล้านปฎิวัติเดินรถไฟไทย จากระบบ "ดีเซล" สู่ "ไฟฟ้า"

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 14 ก.พ. 2562 เวลา 23.46 น.
แฟ้มภาพ

แผนฟื้นฟูกิจการล้างหนี้เฉียด 2 แสนล้านบาทของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) อายุ 129 ปี นอกจากจะเร่งแผนก่อสร้างรถไฟทางคู่ที่ปูพรมเฟสแรก 1,681 กม. ครอบคลุมเหนือจดใต้ให้เสร็จปี 2562-2566 ดันรถไฟชานเมืองสายสีแดงเปิดบริการในเดือน ม.ค. 2564 เปิดกรุที่ดินเปิดประมูล PPP พัฒนาเชิงพาณิชย์สร้างรายได้เข้าองค์กรในระยะยาว

หนึ่งในนั้นมีแผนจะเปลี่ยนการเดินรถไฟ จากปัจจุบันขับเคลื่อนด้วย “ระบบดีเซล” เป็น “ระบบไฟฟ้า” หวังลดการซ่อมบำรุงและมลพิษในอนาคต

“วรวุฒิ มาลา” รักษาการผู้ว่าการการรถไฟฯ ฉายภาพให้ฟังว่า ทั่วโลกจะเลิกใช้ดีเซลแล้ว การรถไฟฯต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ โดยมีแผนจะเปลี่ยนการเดินรถรถไฟทาง 1 เมตร จากเครื่องยนต์ดีเซลเป็นระบบไฟฟ้า เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากระบบไฟฟ้าจะมีต้นทุนถูกกว่าดีเซล 25-30% และลดค่าซ่อมบำรุงรางประมาณ 2-5%

ที่ผ่านมาศึกษาไว้ 4 เส้นทาง ใช้เงินลงทุนรวม 100,907 ล้านบาท ได้แก่ ชุมทางบางซื่อ-บ้านภาชี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 252 กม. วงเงิน 28,720.24 ล้านบาท, ชุมทางบางซื่อ-บ้านภาชี-แก่งคอย-จิระ

ระยะทาง 243 กม. วงเงิน 23,682.12 ล้านบาท, ชุมทางบางซื่อ-หนองปลาดุก-หัวหิน ระยะทาง 209 กม. วงเงิน 33,572.42 ล้านบาท และชุมทางบางซื่อ-มักกะสัน-ฉะเชิงเทรา-พัทยา ระยะทาง 160 กม. วงเงิน 10,127.29 ล้านบาท

“แนวคิดการพัฒนาจะขีดรัศมีไว้รอบกรุงเทพฯ ระยะแรก 100 กม. เป็นแผนการพัฒนาโครงข่ายรถไฟสายสีแดง จากบางซื่อไปนครปฐม พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา จะเร่งให้เสร็จในปี 2563-2564 เป็นแนวเส้นทางเดียวกับสายสีแดงก่อน คือบางซื่อ-ตลิ่งชัน และบางซื่อ-รังสิต ที่จะมีทั้งระบบรถไฟฟ้าและดีเซลวิ่งเข้าที่สถานีกลางบางซื่อ จะต้องทยอยลดดีเซลที่จะวิ่งเข้ามาในเมืองและบทบาทของสถานีหัวลำโพง ที่ยกเลิกการใช้งานในอนาคต โดยจะเร่งจัดซื้อรถจักรไฟฟ้าและรถชุดไฟฟ้า EMU”

ส่วนระยะที่ 2 รัศมี 250 กม. ไปหัวหิน ปากน้ำโพ ชุมทางจิระ และระยะที่ 3 รัศมี 500 กม. ครอบคลุมถึงพิษณุโลก ชุมพร ขอนแก่น

นายวรวุฒิกล่าวย้ำว่า การเปลี่ยนเดินรถเป็นระบบไฟฟ้า จะทำให้สามารถแข่งขันด้านความเร็วได้ เนื่องจากสามารถทำให้การเดินรถวิ่งได้เร็วขึ้น เช่น ไปพิษณุโลก ใช้เวลาต่ำกว่า 3 ชั่วโมง เป็นต้น จะทำให้คนหันมาใช้บริการรถไฟมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ฝ่ายการตลาดจะต้องหากลยุทธ์ใหม่ ๆ เจาะกำลังซื้อในช่วงสถานีปลายทาง จะต่อยอดการเดินทางของผู้โดยสารให้ไปยังพื้นที่อื่น ๆ ยังไง ซึ่งตลาดในอนาคตของรถไฟจะอยู่ช่วงตรงกลาง คือ รัศมี 250 กม. จากกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รถไฟ เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2562 ที่ผ่านมารับทราบแผนจากนี้จะต้องจ้างที่ปรึกษาจัดทำรายละเอียด และจัดลำดับความสำคัญของ 4 เส้นทางใหม่ให้สอดรับกับสภาพปัจจุบัน จากเดิมผลการศึกษาจะเริ่มจากเส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากบางซื่อ-บ้านภาชี-แก่งคอย-จิระก่อนเป็นลำดับแรก แต่เมื่อบริบทเปลี่ยนต้องกลับมาพิจารณาแผนแม่บทที่ทำใหม่ โดยจะเริ่มเส้นทางรถไฟทางไกลช่วงบางซื่อ-รังสิตและบางซื่อ-ตลิ่งชันก่อน โดยติดสายไฟฟ้าวงเงิน 1,700 ล้านบาท เพื่อให้โครงการเกิดได้เร็ว รับเปิดสถานีกลางบางซื่อในปี 2564

ขณะที่แผนโดยภาพรวมจะเร่งศึกษารายละเอียดให้เสร็จปี 2563 ประมูลปี 2564 และเดินรถปี 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...