โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

20 ปี เหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 สิ่งที่เกิดขึ้นในเช้าวันนั้น และผลกระทบที่ต่อเนื่องจนถึงวันนี้

Mission To The Moon

เผยแพร่ 11 ก.ย 2564 เวลา 01.30 น.

“ไม่มีกลิ่นอะไรที่เหมือนกับกลิ่นในวันนั้น มันเป็นกลิ่นที่ติดอยู่ในความทรงจำ และมันก็พาฉันย้อนกลับไปในเหตุการณ์วันนั้น”

.

นี่เป็นคำตอบสั้นๆ จากการสัมภาษณ์กับผู้ที่ผ่านประสบการณ์เฉียดตาย จาก ‘เหตุก่อการร้าย 9/11’ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 เดือนกันยายน ปี 2001 

.

‘กลิ่น’ ที่เธอกล่าวนั้นหมายถึงกลิ่นควันที่เกิดจากเศษซากระเบิดที่แตกกระจาย และเกิดการเผาไหม้ของตึกและเครื่องบิน กลิ่นดังกล่าวกระตุ้นความรู้สึกกลัว ที่คอยหลอกหลอนและทำให้เธอหวนนึกถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นวันนั้นอย่างแจ่มชัด

.

ครบรอบ 20 ปีกับเหตุการณ์ 9/11 หนึ่งในการก่อการร้ายครั้งที่โด่งดังและรุนแรงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่ได้คร่าชีวิตผู้คนไปมากถึง 2,977 ชีวิต และมีอีกหลายร้อยคนที่เสียชีวิตในเวลาถัดมาเนื่องจากร่างกายได้รับสารพิษเกินค่ามาตรฐาน มี 115 ประเทศสูญเสียประชากรไป และยังต้องใช้เวลามากถึง 3.1 ล้านชั่วโมงเพื่อเก็บเศษ 1.8 ล้านตันจากซากความเสียหาย 

.

วันนี้เราจะพาไปย้อนเหตุการณ์ช่วงเช้าวันที่ 11 กันยายน 2001 กันแบบนาทีต่อนาทีก่อนเกิดเหตุการณ์ 9/11 ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

.

ในช่วงเช้าของวันที่ 11 กันยายน เวลา 8.14 น. สายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 175 เครื่องโบอิ้ง 767 มีผู้โดยสาร 65 คน กำลังเดินทางจากบอสตันไปยังลอสแอนเจลลิส หลังออกเดินทางเพียงไม่กี่นาทีสายการบินพบว่าเครื่องบินถูกจี้ จึงแจ้งข่าวไปยัง FBI  ในเวลาต่อมาอาคารด้านทิศเหนือของตึกเวิลด์เทรด เซนเตอร์ และตึกเพนตากอนได้ถูกโจมตีตามลำดับ

.

เมื่ออาคารทิศเหนือของตึกเวิลด์เทรด เซนเตอร์ถล่มนับเป็นจุดสิ้นสุดของการก่อการร้ายครั้งนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นจุดเริ่มต้นของผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชีวิตใครบางคนเปลี่ยนไปตลอดกาล จากการสำรวจในปีนี้  75% ของชาวอเมริกันกล่าวว่าเหตุการณ์โจมตีในวันนั้น ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของพวกเขา ชาวอเมริกัน 6 ใน 10 คิดว่าการโจมตีครั้งนี้เปลี่ยนชีวิตคนอเมริกาไปอย่างมาก ในขณะที่มีเพียง 1 ใน 10 บอกว่าชีวิตในตอนนี้เหมือนกับก่อนเกิดเหตุการณ์โจมตี หรือบอกว่าชีวิตเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยเท่านั้น

.

ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นี้จะผ่านไปนานกว่า 20 ปีแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ยังคงส่งผลกระทบต่อชาวอเมริกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งผลกระทบบางเรื่องก็อาจสามารถแก้ไขได้ แต่บางปัญหาก็เป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น และต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อหาทางออก เราจะมาไล่เรียงกันทีละข้อว่าเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบด้านใดบ้าง 

.

.

เศรษฐกิจเกิดการหดตัว ประชาชนขาดรายได้ 

.

วันแรกของการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในนิวยอร์ก ร่วงลง 7.1% หรือ 684 จุด เกิดการสูญเสียงานกว่า 143,000 ตำแหน่ง และมีผู้คนสูญเสียค่าจ้างไปกว่า 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วง 3 เดือนแรก โดยด้านของธุรกิจการเงินและธุรกิจขนส่งทางอากาศเป็นส่วนที่เสียหายมากที่สุด โดยคิดเป็น 60% ของงานที่สูญเสียไป 

.

นอกจากนี้ยังมีการตีมูลค่าความเสียหายของตึกเวิล์ดเทรด เซนเตอร์อยู่ที่ 60 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดเศษซากจากการโจมตีที่ Ground Zero อยู่ที่ 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

.

สุขภาพร่างกายของผู้คนแย่ลง 

.

จากเศษซากของตึกที่ถล่มลงมา จากการระเบิดของเครื่องบิน ทำให้โมเลกุลและผงฝุ่นมลพิษที่มองไม่เห็นกระจายไปทั่วพื้นที่รอบๆ ที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งและยังทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของผู้คนแย่ลง 

.

จากการสัมภาษณ์ผู้เสียหายที่หนีรอดจากควันพิษ ในปีที่แล้วเธอได้ทำการผ่าตัด ทำเคมีบำบัด และฉายรังสีสำหรับยับยั้งมะเร็งเต้านมที่ลุกลาม

.

โรคมะเร็งที่เธอเป็นนั้นเป็นหนึ่งในโรคมะเร็ง 70 รูปแบบที่โครงการสุขภาพ World Trade Center ระบุว่าเป็นโรคที่เกิดขึ้นในหมู่ผู้อาศัย ทำงานหรือศึกษาอยู่ในละแวกใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ ที่ได้สูดดมและสัมผัสกับสารก่อมะเร็ง เช่นเดียวกันกับพ่อของเธอ ที่กำลังรักษาโรคมะเร็งอยู่เช่นกัน เนื่องจากในตอนนั้นเขาทำงานใกล้กับตึกเวิล์ดเทรด เซนเตอร์

.

ผู้คนเกิดความรู้สึกวิตกกังวล ซึมเศร้า มีสภาวะทางจิตใจย่ำแย่

.

หลายคนอาจเคยได้ยินภาวะป่วยทางจิตจากเหตุการณ์รุนแรง หรือ PTSD โดยภาวะนี้สามารถพบได้ทั่วไปสำหรับผู้ที่ผ่านเหตุการณ์ 9/11 พบว่ามีผู้ใหญ่มากถึง 20% ที่ได้ประสบหรือได้รับบาดเจ็บจากการเหตุการณ์ 9/11 มีอาการ PTSD

.

รัฐบาลสหรัฐฯ ให้ความสำคัญถึงเรื่องสุขภาพ การเยียวยาจากผู้ได้รับผลกระทบมากขึ้น

.

หลังจากเหตุการณ์ 9/11 ได้มีการก่อตั้งองค์กร WTCHP ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อเฝ้าติดตามอาการและรักษาผู้ได้รับผลกระทบ รวมไปถึงดูแลโครงการวิจัยที่มุ่งปรับปรุงแผนการดูแลและพัฒนาสวัสดิการต่างๆ ทำให้หลายๆ คนเห็นว่ารัฐบาลนั้นให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบในระยะยาว โดยโปรแกรมสุขภาพนี้จะดูแลกลุ่มคนเหล่านี้จนถึงปี 2090 นับเป็นระยะเวลา 90 ปีตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ขึ้น

.

มุมมองและความเชื่อของชาวอเมริกันที่มีต่อประเทศและศาสนาเปลี่ยนไป

.

มีการสำรวจออกมาว่าประชาชนมีความเชื่อมั่นในรัฐบาลเพิ่มขึ้นหลังจากการโจมตีของผู้ก่อการร้าย และมีความรู้สึกรักชาติเพิ่มขึ้น ประชาชนส่วนใหญ่ละทิ้งความแตกต่างทางการเมืองและหันมาชุมนุมเพื่อสนับสนุนสถาบันหลักของประเทศ ในปี 2544 พบว่าชาวอเมริกันเริ่มหันมานับถือศาสนามากขึ้น โดยจำนวนคนที่หันมานับถือศาสนาเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าเมื่อเปรียบเทียบจากแปดเดือนก่อน สาเหตุที่คนหันมานับถือศาสนามากขึ้นสืบเนื่องมาจากหลังประสบเหตุการณ์เลวร้าย ทำให้รู้สึกไม่มีที่พึ่งพิง โดดเดี่ยว ศาสนาสามารถเป็นที่พึ่งทางจิตใจและลดความวิตกกังวลลงได้   จะเห็นได้ว่ามุมมองและความเชื่อของประชาชนที่มีต่อประเทศและศาสนาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

.

ความปลอดภัยทางด้านขนส่งทางอากาศเข้มงวดมากขึ้น

.

หลายคนคงสงสัยว่าเพราะเหตุใดก่อนขึ้นเครื่องบินจึงต้องมีการตรวจตรา มีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด การทำสิ่งเหล่านี้เป็นมาตรการที่เข้มงวดเกินไปหรือเปล่า 

.

จากวิธีการก่อเหตุของผู้ก่อการร้ายที่ผ่านมา ผู้ก่อการร้ายมักเลือกสนามบินหรือบนเครื่องบินเป็นที่ก่อเหตุ เนื่องด้วยปัจจัยที่เอื้อต่อการประสานงานและทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง ประสบการณ์อันเลวร้ายทำให้สหรัฐอเมริกามีนโยบายและแนวทางที่หนาแน่นเพื่อป้องกันภัยคุกคามนี้ 

.

จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ผู้ก่อการร้ายพยายามหาช่องโหว่ต่างๆ เพื่อบรรลุแผนการ เช่น ในเดือนธันวาคม 2544 Richard Reid หรือที่รู้จักกันในนาม "มือระเบิดรองเท้า" พยายามที่จะระเบิดเครื่องบินโดยสาร หรือในปี 2549 เที่ยวบินจากสหราชอาณาจักรไปยังสหรัฐอเมริกา ผู้ก่อการร้ายมีแผนจะระเบิดเครื่องบินกลางอากาศโดยใช้ของเหลวที่ลักลอบนำเข้ามาเป็นส่วนผสมระเบิด แต่แผนการยังไม่ทันเริ่มก็ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวเสียก่อน แผนการของผู้ก่อการร้ายที่ตั้งไว้เพียงเป็นการคาดการณ์เท่านั้น ยังไม่ได้ระบุวัน เวลา และเที่ยวบินที่แน่ชัด แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ทำให้ TSA และนานาประเทศหวาดกลัวและคิดว่าภัยคุกคามนี้ควรมีมาตรการที่รัดกุมมารับรองเพื่อป้องกันสิ่งที่ไม่คาดคิด

.

TSA เผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงแรกของการพัฒนาและยกระดับความปลอดภัยการโดยสารโดยเครื่องบิน ทั้งปัญหาความล่าช้าในการใช้บริการสนามบินและช่องโหว่ต่างๆ ในกระบวนการคัดกรอง บางคนบอกว่ามาตรการนี้มีประโยชน์มากกว่าระบบรักษาความปลอดภัยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

.

ทำให้หลังจากนั้น TSA ได้ลงทุนจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระบบรักษาความปลอดภัยมาเพื่อปรับปรุงและให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่ในสนามบิน และมากไปกว่านั้น พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินยังจำเป็นต้องเรียนรู้หลักสูตรการรับมือกลุ่มก่อการร้าย เช่น วิธีการประนีประนอม การต่อรอง ซึ่งเป็นเกราะป้องกันสุดท้ายสำหรับการป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

.

จากเหตุก่อการร้าย 9/11 ไม่เพียงทำให้สหรัฐฯ ต้องยกระดับมาตรการความปลอดภัยการโดยสารทางอากาศ  ในขณะเดียวกันบทเรียนนี้ก็ทำให้ทั่วโลกเริ่มหันมาวิตก และให้ความสำคัญกับระบบความปลอดภัยจากการเดินทางโดยเครื่องบินมากขึ้น

.

จากตัวอย่างที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่เพียงแค่ส่งผลกระทบระยะสั้นต่อเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นของประเทศ แต่ยังคร่าชีวิตผู้คนนับพัน เป็นความสูญเสียที่ไม่อาจเรียกคืนได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังส่งผลต่อการใช้ชีวิตของผู้คนทางด้านร่างกายและจิตใจในระยะยาว ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่สร้างรอยร้าวไว้จนยากจะรื้อฟื้น มูลค่าความเสียหายทางธุรกิจ นับว่าส่งผลกระทบแทบจะทุกด้านเลยก็ว่าได้

.

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวอเมริกัน แต่ยังกระตุ้นให้คนทั่วโลกหันมาคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตมากขึ้น รักษาสุขภาพมากขึ้น เป็นบทเรียนและตัวอย่างที่ทำให้เรากลับมาฉุกคิดว่า จริงๆ แล้วเราจะใช้ชีวิตอย่างไรกับโลกที่เต็มไปด้วยการก่อสงครามที่ไม่รู้จบ โลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง และความไม่แน่นอนเช่นนี้

.

.

อ้างอิง

https://bit.ly/2VlpG0K

https://on.wsj.com/3n9qotv

https://on.wsj.com/3DOtJEl

https://pewrsr.ch/3h6lutq

https://on.cfr.org/3l0eLST

.

#missiontothemoon

#missiontothemoonpodcast

#society

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...