"หัวปลี" กินแล้วดี กินง่าย ประโยชน์เยอะ
"กล้วย" พืชสารพัดประโยชน์ ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้แทบจะทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็น ลำต้น ใบ ผล หน่อหรือแม้กระทั่งดอกอย่าง "ปลีกล้วย" หรือ "หัวปลี" ซึ่งถือเป็นสมุนไพรไทย ที่อยู่คู่กับแม่ลูกอ่อนมาตั้งแต่โบราณ หัวปลีนั้นมีสรรพคุณที่โดดเด่น ที่ช่วยบำรุงน้ำนมแม่ได้เป็นอย่างดี เพราะในหัวปลีมีแคลเซียมสูง โปรตีน ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินซี เบต้าแคโรทีน เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะช่วยลดน้ำตาลในเลือด แก้โรคกระเพาะอาหาร และยังบำรุงเลือดได้ดีอีกด้วย ด้วยสรรพคุณนี้เองจึงเหมาะกับคุณแม่หลังคลอด เมื่อรับประทานหัวปลีแล้วก็จะช่วยบำรุงน้ำนมให้สามารถเลี้ยงลูกได้นาน ๆ นั่นเอง และปัจจุบันจะเห็นว่าในต่างประเทศกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ทำให้ราคาปลีกล้วยในต่างประเทศนั้นสูงถึงกิโลกรัมละ 1,000 บาท หรืออยู่ที่ประมาณ 6-8 ยูโรเลยทีเดียว
หากพูดถึงเมนูต่าง ๆ ที่ได้จากหัวปลี เราก็คงจะนึกถึง ยำหัวปลีกุ้งสด แกงเลียงหัวปลี หัวปลีต้มกะทิ ทอดมันหัวปลี ห่อหมก และที่จะเห็นกันอยู่บ่อย ๆ ก็คือผักเคียงที่กินคู่กับผัดไทย ซึ่งถือว่าเข้ากันได้เป็นอย่างดี เราจะเห็นว่าหัวปลี สามารถรับประทานได้ทั้งแบบสุกและแบบสด แต่ในการนำหัวปลีมาทำอาหารนั้น สิ่งหนึ่งจะทำให้ดูแล้วไม่น่ารับประทานซักเท่าไหร่ นั่นก็คือสี หลังจากที่เราทำการผ่า หรือหั่นแล้วสีของหัวปลีจะคล้ำ ดังนั้นเพื่อให้สีของหัวปลีดูขาวนวลน่ารับประทาน ก่อนนำไปทำอาหาร หลังจากหั่นหรือผ่าเรียบร้อยแล้ว ควรแช่ด้วยน้ำมะนาว หรือ น้ำส้มสายชูผสมกับน้ำให้เจือจาง ก็จะสามารถช่วยทำให้หัวปลีนั้นดูน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น
และสำหรับใครที่มองว่าการนำหัวปลีมาทำอาหารยุ่งยากหลายวิธี ก็สามารถจะทำเป็นน้ำหัวปลีเก็บไว้ดื่ม
ก็จะช่วยให้บริโภคหัวปลีได้ง่ายขึ้น ประโยชน์และคุณค่าทางสารอาหารยังอยู่ครบ และไม่เพียงแค่ดีต่อแม่ลูกอ่อนเท่านั้น ผู้หญิงทุกเพศทุกวัยก็กินได้เพราะหัวปลีมีสารอาหารที่ช่วยบำรุงธาตุ บำรุงเลือด บำรุงผิว ทำให้ผิวสวย มีเลือดฝาด มีน้ำมีนวล แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ และยังมีแคลเซียมที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงอีกด้วย ซึ่งวิธีการทำน้ำหัวปลีก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่นำหัวปลีที่ได้มาแช่ด้วยน้ำเกลือประมาณ 5 นาที จากนั้นนำไปต้มจนสุก แล้วนำมาหั่นเป็นฝอย ปั่นให้ละเอียด กรองด้วยผ้าขาวบาง คั้นเอาแต่น้ำ ก็จะทำให้เราได้น้ำหัวปลีสด ๆ และสามารถปรุงรสชาติให้ดื่มง่ายขึ้น ด้วยน้ำผึ้ง หรือ น้ำตาลทรายและเกลือตามใจชอบ หรือจะเพิ่มคุณค่าทางอาหารด้วยการใส่ธัญพืชต่าง ๆ เข้าไปก็จะทำให้การดื่มน้ำหัวปลีนั้นมีประโยชน์และมีคุณค่าเพิ่มมากขึ้นค่ะ และปัจจุบันมีวิธีที่ง่ายยิ่งกว่า เพราะสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทำการศึกษาวิจัย นำปลีกล้วยมาแปรรูป จนกลายเป็น "ปลีกล้วยอัดเม็ด" ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งน่าจะเหมาะสำคัญสังคมไทยในยุคปัจจุบันที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว พกพาง่าย รับประทานง่ายไม่ยุ่งยาก ปลีกล้วยอัดเม็ด ผลิตขึ้นมาหลายสูตร ไม่ว่าจะเป็น สูตรต้นตำรับ สูตรผสมขิง สูตรผสมกะเพรา และสูตรเสริมวิตามินซี หากใครสนใจสามารถสอบถามไปได้เลยที่ 09-1853-3066
ไม่เพียงแค่นั้น ปลีกล้วย ยังถูกนำไปใช้ทางการเกษตร ทั้งเพื่อเป็นฮอร์โมนบำรุงพืช ทำให้พืชผักเจริญเติบโตดีบำรุงทั้งต้นและดอก และยังสามารถช่วยป้องกันและกำจัดโรคพืชได้อีกด้วย และไม่ใช่แค่ปลีกล้วยเท่านั้นที่นำมาใช้ประโยชน์ได้นานับประการ น้ำยางจากปลีกล้วย หลังจากที่เกษตรกรตัดปลีกล้วยนั้น มีประโยชน์อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะสามารถนำมากำจัดเชื้อราที่เกิดกับพืชได้เป็นอย่างดี หากสังเกตุดี ๆ หลังจากที่เราตัดปลีกล้วย ก้านปลีกล้วยจะมีน้ำยางไหลออกมา เราสามารถนำถุงหรือภาชนะอื่น ๆ รองเอาน้ำยางนั้นมาใช้ประโยชน์ได้ ด้วยการนำน้ำยางนั้นไปผสมกับเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 แล้วหมักทิ้งไว้ 1 คืน หลังจากนั้น นำน้ำยางที่หมักเรียบร้อยแล้ว มาใช้ 3 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 5 ลิตร แล้วนำไปฉีดพ่น ต้นพืช ใบพืชที่มีปัญหาการระบาดของโรคราดำ ราขาว อย่างเช่น ราขาวที่เกิดกับเงาะ ราดำที่เกิดกับมะม่วง ราขาวฝรั่ง รวมถึงราทุกชนิด ฉีดทุก ๆ 5-7 วัน ก็จะช่วยลดความรุนแรงของโรคได้ และยังสามารถกำจัดเพลี้ยได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
เรียบเรียงโดย : ทีมงานรักบ้านเกิดดอทคอม