โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สิงคโปร์ ฮับผลิตยาแห่งใหม่ บริษัทยาแห่ทุ่มเงินทุน มุ่งขยายธุรกิจไปทั่วเอเชีย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 ส.ค. 2567 เวลา 16.34 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2567 เวลา 01.00 น.

สิงคโปร์ กลายเป็นศูนย์กลางผลิตยา บริษัทยายักษ์ใหญ่ระดับโลก ระดมเม็ดเงินลงทุนสร้างโรงงาน มุ่งขยายธุรกิจไปทั่วเอเชีย ชี้เอเชียประชากรสูงอายุเร็ว ความต้องการยาพุ่ง

วันที่ 5 สิงหาคม 2567 สำนักข่าวนิกเกอิเอเชีย รายงานว่า บริษัทยารายใหญ่ระดับโลกหลายแห่งจากทุ่มเงินลงทุนในสิงคโปร์ ด้วยความตั้งใจใช้เป็นฐานเพื่อขยายธุรกิจไปทั่วเอเชีย ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ประชากรเข้าสูงสังคมสูงอายุเร็วที่สุดในโลก และเป็นภูมิภาคที่มีความเสี่ยงโรคมะเร็งสูง

เอเชียมีผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมาก โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าในปี 2565 สัดส่วนผู้ประชากรที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งในเอเชียสูงถึง 49.2% เมื่อเทียบกับทั่วโลกที่ 56.1% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะประชากรสูงอายุ โดย จำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้ความต้องการการรักษามะเร็งเพิ่มขึ้น

ข้อมูลการสำรวจโรคมะเร็งทั่วโลกของ WHO ณ ปี 2565 พบว่า อัตราความเสี่ยงเกิดโรคมะเร็งในประชากรอายุต่ำกว่า 75 ปี ในกลุ่มประเทศอาเซียน

  • สิงคโปร์ 20%
  • ฟิลิปปินส์ 17%
  • ไทย 15%
  • เวียดนาม 15%
  • มาเลเซีย 10%
  • อินโดนีเซีย 10%

ข้อมูลจากคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) ระบุว่า ในปี 2565 ประชากรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป อยู่ที่ 13.6% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 25% ภายในปี 2593

นักวิเคราะห์ชี้ว่า การเลือกลงทุนในสิงคโปร์ เป็นเพราะมีข้อได้เปรียบภาษี และมีเงินอุดหนุนแก่บริษัทต่าง ๆ มากกว่าพื้นที่อื่น ๆ ในเอเชีย ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างมากสำหรับบริษัทเวชภัณฑ์และเภสัชกรรม

ตั้งแต่ปี 2543 สิงคโปร์มุ่งเน้นที่จะดึงดูดอุตสาหกรรมชีวการแพทย์ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การผลิตขั้นสูงของประเทศ ด้วยการเสนอแรงจูงใจและเงินอุดหนุนจำนวนมาก สิงคโปร์ยังได้พัฒนาศูนย์วิจัยและพัฒนา เช่น Biopolis สำหรับบริษัทชีวการแพทย์ หน่วยงาน และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในการวิจัยยา

ในช่วงต้นปี 2567 โนวาร์ทิส (Novartis) บริษัทยาของสวิตเซอร์แลนด์ได้ประกาศลงทุน 256 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายโรงงานเภสัชชีวภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มพูนห่วงโซ่อุปทานทั่วเอเชีย

ด้านแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ประกาศแผนการสร้างโรงงานผลิตยาแห่งแรกในสิงคโปร์ ด้วยเม็ดเงินลงทุน 1.5 พันล้านดอลลาร์เมื่อเดือน พ.ค. และคาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ภายในปี 2572 โดยโรงงานนี้เป็นความเคลื่อนไหวที่มุ่งเป้าไปที่ตลาดเกิดใหม่ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดของบริษัท โดยในปี 2566 รายได้ของ AstraZeneca จากตลาดเกิดใหม่ ไม่นับรวมรายได้ในจีนและรายได้จากวัคซีนและยารักษาโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบเป็นรายปี

โรงงานใหม่ของ AstraZeneca จะมุ่งเน้นไปที่การผลิต Antibody-Drug Conjugate (ADC) หรือ ซึ่งเป็นยาต้านมะเร็งกลุ่มที่มีที่มุ่งเป้าไปที่เซลล์มะเร็งโดยเฉพาะ และมีแนวโน้มช่วยลดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อดีที่แข็งแรง โดย ADC ถือเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดยาต้านมะเร็ง และมีความเป็นไปได้ที่จะมาแทนที่การรักษาแบบเดิมเนื่องจากมีความแม่นยำในการกำหนดเป้าหมายไปที่เซลล์มะเร็ง

ขณะที่ ไฟเซอร์ (Pfizer) บริษัทยายักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ได้เปิดโรงงานมูลค่า 740 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทางตะวันตกของสิงคโปร์เมื่อเดือนก.ค. เพื่อผลิตส่วนผสมสำคัญสำหรับยารักษาโรคมะเร็ง ยาแก้ปวด และยาปฏิชีวนะ

นายไมค์ แม็กเดอร์ม็อตต์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดหาทั่วโลก ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของโรงงานแห่งนี้ในการขยายขีดความสามารถในการผลิตของบริษัทไฟเซอร์ ขณะที่นางแจ็คเกอลีน โปห์ กรรมการผู้จัดการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ (EDB) กล่าวว่า การลงทุนครั้งล่าสุดของบริษัท Pfizer ช่วยเสริมสร้างสถานะของสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ชั้นนำ

สิงคโปร์เป็นเมืองหลวงด้านชีวการแพทย์ของโลก โดยเป็นที่ตั้งโรงงานบริษัทชีวเภสัชชั้นนำ 7 แห่ง โรงงานเหล่านี้ผลิตยาหลากหลายชนิด รวมถึงส่วนผสมที่ออกฤทธิ์ ยาชีวภาพ และเซลล์บำบัด และข้อมูลจาก EDB ระบุว่า ภาคส่วนนี้มีแรงงานมากกว่า 9,000 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากช่วงต้นปี 2543

นอกจากนี้แล้ว อุตสาหกรรมชีวการแพทย์ยังเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจสิงคโปร์ โดยในปี 2565 อุตสาหกรรมนี้มีส่วนสนับสนุนผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) 2.3% และผลิตยามูลค่าเกือบ 3.9 หมื่นล้านดอลลาร์สิงคโปร์ออกสู่ตลาดโลก

ทั้งนี้ การเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมในสิงคโปร์นั้นขับเคลื่อนโดยความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของเมืองรัฐแห่งนี้สำหรับบริษัทต่าง ๆ ที่ขยายเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย

อ้างอิง : asia.nikkei.com

📌อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วอาเซึยน ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...