โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

STA-TRUBB-NER-TEGH กอดคอวิ่ง! รับตัวเลขส่งออกยาง ก.ค.โตทะลัก 55%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 27 ส.ค. 2567 เวลา 09.22 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27 ส.ค.67) ราคาหุ้นกลุ่มยางพาราปรับตัวขึ้นตามราคายางพาราที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง นำโดย บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA ณ เวลา 15:59 น. ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 22.10 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 2.31% สูงสุดที่ระดับ 22.40 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 21.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 605.59 ล้านบาท

บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ณ เวลา 16:03 น. ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 4.96 บาท บวก 0.16 บาท หรือ 3.33% สูงสุดที่ระดับ 4.96 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 4.74 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 67.47 ล้านบาท

บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TRUBB ณ เวลา 16:04 น . ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 1.19 บาท บวก 0.05 บาท หรือ 4.39% สูงสุดที่ระดับ 1.23 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.15 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 28.41 ล้านบาท

บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH ณ เวลา 16:05 น. ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 3.64 บาท บวก 0.10 บาท หรือ 2.82% สูงสุดที่ระดับ 3.68 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 3.54 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 45.26 ล้านบาท

บล.เมย์แบงก์ ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(27 ส.ค.67) ว่า สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยตัวเลขส่งออกไทยเดือน ก.ค. ขยายตัวเด่น +15.2% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าค่ากลางที่ตลาดคาดการณ์ +6.95% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 25,720.6 ล้านเหรียญฯ

โดยสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรที่ขยายตัวเด่น นำโดย ยางพาราโต 55.4%, ไก่สูดและแปรรูปโต 13.6% ,อาหารทะเลกระป้องและแปรรูปโต 13.6% และอาหารสัตว์เลี้ยงโต 26.6%

ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัวเด่น นำโดย คอมพิวเตอร์-อุปกรณ์และส่วนประกอบโต 82.6%, ผลิตภัณฑ์ยางโต 13.8% และโทรศัพท์-อุปกรณ์-ส่วนประกอบ โต 34.1% ส่วนที่หดตัวนำโดย รถยนต์และส่วนประกอบลดลง 12.8%

สำหรับตลาดหลักขยายตัวเด่น 16.2% โดยตลาดสหรัฐฯโต 26.3% และจีนโต 9.9% ได้แรงหนุนจาก Demand กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และ ส่งออกสินค้าเกษตรได้ดีขึ้น จากอุปทานที่ชะลอลง ขณะที่ปัจจัยเสี่ยง คือ ค่าระวางเรือที่ยังสูง

ด้านสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือนก.ค.67 โดยการส่งออก มีมูลค่า 25,720.6 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 15.2% มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 5-8% และเป็นอัตราการขยายตัวที่สูงสุดในรอบ 28 เดือน นับตั้งแต่มี.ค.65

ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 27,093.8 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 13.1% ส่งผลให้ในเดือนก.ค. ไทยกลับมาขาดดุลการค้า 1,373.2 ล้านดอลลาร์ หลังจากที่เกินดุลการค้าในเดือนพ.ค.และ มิ.ย.ที่ผ่านมา

สำหรับในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ค.) การส่งออก มีมูลค่ารวม 171,010.6 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 3.8% การนำเข้า มีมูลค่ารวม 177,626.5 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 4.4% ทำให้ 7 เดือนแรกปีนี้ ไทยยังขาดดุลการค้า 6,615.9 ล้านดอลลาร์

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการ สนค. มั่นใจว่าการส่งออกของไทยในปี 67 นี้ จะอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1-2% และมีโอกาสสูงที่จะขยายตัวได้ในกรอบบน

"เราคงไม่ทบทวนเป้าที่ 1-2% และมองว่ามีโอกาสที่จะอยู่กรอบบนเป็นไปได้สูง" นายพูนพงษ์ ระบุ

ผู้อำนวยการ สนค. กล่าวว่า หากแยกประเภทการส่งออกเป็นรายกลุ่มสินค้า จะพบว่าในเดือนก.ค.นี้ มีการขยายตัวของการส่งออกในทุกกลุ่มสินค้า ทั้งสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร และสินค้าอุตสาหกรรม ดังนี้

-สินค้าเกษตร มีมูลค่าส่งออก 2,245.6 ล้านดอลลาร์ กลับมาขยายตัว 3.7% โดยสินค้าที่ขยายตัวดี ได้แก่ ยางพารา, ข้าว, ไก่สด แช่เย็นแช่แข็ง และแปรรูป

-สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร มีมูลค่าส่งออก 2,118.3 ล้านดอลลาร์ กลับมาขยายตัว 14.6% โดยสินค้าที่ขยายตัวดี ได้แก่ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์, อาหารสัตว์เลี้ยง, อาหารทะเลกระป๋อง-แปรรูป

-สินค้าอุตสาหกรรม มีมูลค่าส่งออก 20,254.2 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 15.6% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 โดยสินค้าที่ขยายตัวดี ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน, เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ, ผลิตภัณฑ์ยาง

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ปัจจัยสนับสนุนสำคัญของการส่งออกในเดือนก.ค. ได้แก่ การฟื้นตัวของความต้องการซื้อสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลก ตามการขยายตัวของเทคโนโลยีดิจิทัล และการส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญ ที่ได้รับประโยชน์ด้านราคาที่สูงขึ้นจากภาวะอุปทาน (Supply) ในตลาดโลกที่น้อยลง

อย่างไรก็ดี ยังคงมีปัจจัยกดดัน ได้แก่ ค่าระวางเรือของโลกในเดือนก.ค. สูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้า และสินค้าส่งออกสำคัญบางรายการ ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันของสินค้าใหม่ที่เข้ามาทดแทนสินค้าเดิมในตลาดโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ

ขณะที่การส่งออกไปตลาดสำคัญส่วนใหญ่ขยายตัวได้ดี ตามภาพรวมเศรษฐกิจคู่ค้าที่มีสัญญาณปรับดีขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดหลัก อาทิ สหรัฐฯ, จีน, อาเซียน (5), กลุ่ม CLMV และสหภาพยุโรป สำหรับตลาดส่งออกสำคัญที่ขยายตัวสูงสุด 10 อันดับแรกในเดือนก.ค.67 ได้แก่ อันดับ 1 สวิตเซอร์แลนด์ ขยายตัว 517.5% อันดับ 2 เอเชียใต้ ขยายตัว 29.5% อันดับ 3 สหรัฐฯ ขยายตัว 26.3% อันดับ 4 แคนาดา ขยายตัว 20.3% อันดับ 5 CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) ขยายตัว 19.8% อันดับ 6 อาเซียน (5) ขยายตัว 17.8% อันดับ 7 สหภาพยุโรป ขยายตัว 17.1% อันดับ 8 เกาหลีใต้ ขยายตัว 16.4% อันดับ 9 สหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ขยายตัว 13.3% และอันดับ 10 จีน ขยายตัว 9.9%

นายพูนพงษ์ กล่าวถึงแนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี 67 ว่า จะทยอยฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตามภาวะเศรษฐกิจและการค้าโลกที่กำลังปรับตัวดีขึ้น รวมถึงสัญญาณการฟื้นตัวของภาคการผลิตอุตสาหกรรมของโลก ขณะเดียวกัน คาดว่าการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลจะสนับสนุนสินค้าที่เกี่ยวเนื่องให้เติบโตตลอดทั้งปี

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่กดดันการส่งออก เช่น สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ และความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจและการค้า หลังการเลือกตั้งในหลายประเทศสำคัญ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

ด้านนายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก ยังมั่นใจว่า ภาพรวมการส่งออกของไทยในปีนี้ จะสามารถทำได้ตามเป้าหมายการขยายตัวที่ 1-2% ทั้งนี้ สถานการณ์ตู้คอนเทนเนอร์ยังมีเพียงพอ ซึ่งผู้ส่งออกสามารถเบาใจได้ในระดับหนึ่ง ขณะที่เรื่องเงินบาทแข็งค่านั้น ยอมรับว่าอาจมีผลกระทบกับคำสั่งซื้อใหม่ที่จะมีเข้ามาในช่วงปลายปีนี้ ถึงต้นปีหน้าอยู่บ้าง ซึ่งผู้ส่งออกต้องพิจารณาปัจจัยค่าเงินให้ดีก่อนตกลงทำสัญญาซื้อขายสินค้า

"เรารับคำสั่งซื้อล่วงหน้าไว้แล้ว ดังนั้นในช่วง ส.ค. ก.ย. ที่เราไป pitch ราคาไว้แล้ว อาจทำให้การทำกำไรลดลง เพราะดอลลาร์สหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว แต่สินค้า order ใหม่ที่กำลังเจรจาปลายปีนี้ ช่วง พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ผู้ส่งออกอาจต้องพิจารณาค่าเงิบาท ให้รอบคอบ ดูการแข่งขันเป็นอย่างไร ดังนั้น (เรื่องบาทแข็ง) จะมีผลในช่วงปลายปีสำหรับ order ที่เรากำลังเจรจากันอยู่มั่นใจส่งออกไทยโค้งสุดท้าย จะทำให้ทั้งปี บรรลุ 1-2% ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ " ประธาน สรท. ระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...