โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

GDP ไทย ไตรมาส 2/67 โต 2.3% ต่ำสุดในอาเซียน สภาพัฒน์ฯ คงเป้าทั้งปีขยายตัว 2.5%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 ส.ค. 2567 เวลา 14.39 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. 2567 เวลา 07.39 น.

GDP ไทย ไตรมาส 2 ปี 2567 โต 2.3% ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชน การอุปโภคภาครัฐบาล และ การส่งออก โดย GDP ไทย ไตรมาส 2/67 ยังขยายตัวต่ำสุดในอาเซียน สภาพัฒน์ฯ คงเป้าทั้งปี 67 ขยายตัว 2.5%

19 ส.ค. 2567 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทย ในไตรมาสที่สองของปี 2567 ขยายตัว 2.3% เร่งขึ้นจากการ 1.6% ในไตรมาสแรกของปี 2567 รวมครึ่งแรกของปี 2567 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 1.9% โดยรายละเอียดของภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2567 มีดังนี้

การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน ขยายตัว 4.0% ชะลอลงจาก 6.9% ในไตรมาสก่อน ด้ารการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคของรัฐบาลขยายตัว 0.3% ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลง 2.1% ในไตรมาสก่อนหน้า รวมครึ่งแรกของปี 2567 การอุปโภคบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 5.4% ขณะที่การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคของรัฐบาลลดลง 0.9%

การลงทุนรวมลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สาม 6.2% โดยการลงทุนภาคเอกชนลดลง 6.8% การลงทุนภาครัฐ ลดลง 4.3% เทียบกับการลดลง 27.7% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยการลงทุนของรัฐบาลลดลง 12.8% ขณะที่การลงทุนของรัฐวิสาหกิจขยายตัว 10.1%

สำหรับอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุนในไตรมาสนี้อยู่ที่ 24.0% สูงกว่าอัตราเบิกจ่าย 5.7% ในไตรมาสก่อนหน้า และ 19.0% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน รวมครึ่งแรกของปี 2567 การลงทุนรวมลดลง 5.1% โดยการลงทุนภาคเอกชนลดลง 0.9% และการลงทุนภาครัฐลดลง 16.7%

“การเบิกจ่ายภาครัฐในไตรมาสนี้ยังเป็นไม่ตรงเป้า แต่สัญญาณมีแนวโน้มดีขึ้นเพราะไตรมาสนี้ก็มีการเร่งตัวขึ้นประกอบกับมีโครงการที่ได้ทำการการผูกพันสัญญา ทำให้ครึ่งหลังของปี 2567 คาดว่าเบิกจ่ายได้ดีขึ้น ขณะที่งบ 68 ที่จะออกมาได้ตามกำหนด ทำให้คาดว่าไตรมาส 4 จะมีเม็ดเงินเบิกจ่ายลงทุนเพิ่มขึ้น”

GDP ไทย

ด้านการค้าระหว่างประเทศ การส่งออกสินค้า มีมูลค่า 73,315 ล้านดอลลาร์ สรอ. เพิ่มขึ้น 4.5% ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลง 1.1% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้น 2.7% ตามการขยายตัวของปริมาณการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตร

ขณะที่ราคาส่งออกเพิ่มขึ้น 1.7% ส่วนการนำเข้าสินค้ามีมูลค่า 67,777 ล้านดอลลาร์ สรอ. เพิ่มขึ้น 1.2% ชะลอลงจาก 3.3% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยปริมาณการนำเข้าที่กลับมาลดลง 0.9% ตามการลดลงของปริมาณการนำเข้าหมวดสินค้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง และสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่ราคานำเข้าขยายตัว 2.1% ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล 5.5 พันล้านดอลลาร์ สรอ. (203.1 พันล้านบาท) เทียบกับการเกินดุล 1.6 พันล้านดอลลาร์ สรอ. (58.6 พันล้านบาท) ในไตรมาสก่อน

ด้านภาคการท่องเที่ยว ในไตรมาสนี้มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวน 8.131 ล้านคน คิดเป็น 93.67% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19) ส่งผลให้มูลค่าบริการรับด้านการท่องเที่ยวในไตรมาสนี้อยู่ที่ 3.32 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 12 ที่ 38.6%

ส่วนการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวไทยขยายตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 10 ที่ 13.0% สร้างรายรับจากนักท่องเที่ยวชาวไทย จำนวน 2.45 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.9% ส่งผลให้ในไตรมาสนี้มีรายรับรวมจากการท่องเที่ยว 5.77 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.5%

เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ อัตราการว่างงานอยู่ที่ 1.07% สูงกว่า 1.01% ในไตรมาสก่อน และสูงกว่า 1.06% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ 0.7% และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยอยู่ที่ 0.4% ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 2.6 พันล้านดอลลาร์ สรอ. (93.7 พันล้านบาท) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2567 อยู่ที่ 224.3 พันล้านดอลลาร์ สรอ. และหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2567 มีมูลค่าทั้งสิ้น 11.54 ล้านล้านบาท คิดเป็น 63.5% ของ GDP

นายดนุชา เปิดเผยต่อว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ปี 2567 ที่ขยายตัวได้ 2.3% ยังเป็นการขยายตัวที่ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตได้มากที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียนคือ เวียดนาม โต 6.9% ฟิลิปินส์ 6.3% มาเลเซีย 5.9% อินโดนีเซีย 5.0% สิงคโปร์ 2.9%

นายดนุชา เปิดเผยว่า สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวได้ 2.5% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 2.3 – 2.8% จากเดิมช่วงคาดการณ์ที่ 2.0-3.0% โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจาก

(1) การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว

(2) การขยายตัวในเกณฑ์ดีของการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ

(3) การเพิ่มขึ้นของแรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ

(4) การกลับมาขยายตัวอย่างช้า ๆ ของการส่งออกสินค้าตามการฟื้นตัวของการค้าโลก

GDP ไทย

รายละเอียดของการประมาณการเศรษฐกิจในปี 2567 ในด้านต่าง ๆ มีดังนี้

1. การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย

(1) การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัว 4.5% ต่อเนื่องจากการขยายตัวในเกณฑ์สูง 7.1% ในปี 2566 เท่ากับประมาณการครั้งก่อน

(2) การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคภาครัฐบาล คาดว่าจะขยายตัว 1.7% ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลง 4.6% ในปี 2566 และเท่ากับการประมาณการครั้งก่อน สอดคล้องกับกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำ ปีงบประมาณ 2567 ที่เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณก่อนหน้า 7.3% รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำ ปีงบประมาณ 2568 ที่ 4.7%

2. การลงทุนรวมคาดว่าจะขยายตัว 0.1% ชะลอตัวลงจาก 1.2% ในปี 2566 โดย

(1) การลงทุนภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัว 0.3% ปรับลดลงจาก 3.2% ในการประมาณการครั้งก่อน และชะลอลงจาก 3.2% ในปี 2566 สอดคล้องกับการลดลงของการลงทุนในไตรมาสที่ 2 ที่ 6.8% ซึ่งทำให้การลงทุนภาคเอกชนในครึ่งแรกของปีลดลง 0.9%

(2) การลงทุนภาครัฐ คาดว่าจะลดลง 0.7% เทียบกับการลดลง 1.8% ในการประมาณการครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับให้สอดคล้องกับการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจที่สูงกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้

3. มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินดอลลาร์ สรอ. คาดว่าจะขยายตัว 2.0% เทียบกับการลดลง 1.5% ในปี 2566 เท่ากับการประมาณการครั้งที่ผ่านมา เมื่อรวมกับการส่งออกบริการซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าในการประมาณการครั้งที่ผ่านมาตามการปรับเพิ่มสมมติฐานรายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกสินค้าและบริการในปี 2567 มีแนวโน้มที่จะขยายตัว 4.9% เพิ่มขึ้นจาก 2.1% ในปี 2566 และเพิ่มขึ้นจาก 4.7% ในการประมาณการครั้งก่อน

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...