‘คิวพี’ เปิดปากครั้งแรก! ร่ำไห้สำนึกผิด เตรียมบวชให้ 2 ผู้เสียชีวิต
The Bangkok Insight
อัพเดต 20 ส.ค. 2567 เวลา 00.59 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2567 เวลา 00.56 น. • The Bangkok Insight‘คิวพี’ เปิดปากครั้งแรก! ร่ำไห้สำนึกผิด เตรียมบวชให้ 2 ผู้เสียชีวิต และพร้อมที่จะเยียวยากับญาติผู้เสียชีวิตพร้อมรับผิดชอบทุกอย่าง
จากกรณีเรือเจ็ตสกีของ นายชินดนัย หรือ คิวพี นักแสดงละครซีรีส์ วัย 21 ปี พุ่งชนเรือหางยาวข้ามฟากจนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย และ เสียชีวิตอีก 2 ราย กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่ ต.บางกระเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ตั้งแต่ช่วงกลางดึกวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา
- แดนนี่ ศรีภิญโญ หรือ เจ๊ตุ่ม ระเบิดเถิดเทิง ใช้ชีวิตเรียบง่าย แต่แฮปปี้
- ‘อั้ม พัชราภา’ สมเป็นนางเอกตัวแม่ ต่อสัญญาช่อง 7 รับจุก ๆ 20 ล้านบาท
- เพจดังใบ้ พิธีกรดังยืมเงิน ตั๊ก-หน่อย เป็นใคร แง้มสาเหตุให้ด้วย!?
‘คิวพี’ เปิดปากครั้งแรก! ร่ำไห้สำนึกผิด เตรียมบวชให้ 2 ผู้เสียชีวิต
ล่าสุด (19 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่าคิวพี เดินทางเข้าให้ปากคำกับทางกรมเจ้าท่าสาขาสมุทรปราการตั้งแต่ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา จากนั้นเดินทางมายังสถานีตำรวจภูธรพระประแดง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนและให้ปากคำเพิ่มเติม พร้อมทั้งรับทราบแนวทางที่อาจจะถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดี คือ ไม่มีใบนายท้ายเรือ และเตรียมแจ้ง ข้อกล่าวหาประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
บรรยากาศภายในห้องประชุมชั้นสามของสภ.พระประแดง มีทางด้าน พันตำรวจเอก ประภาส มั่งคั่ง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะตัวแทนผู้บังคับการและผู้ดูแลการสืบสวนสอบสวนในคดีนี้นั่งเป็นประธานในที่ประชุม และนอกจากจะมีพนักงานสอบสวนทีมบูรณาการ และทางด้านคุณพ่อรวมถึงตัวคิวพีและสื่อมวลชนหลายแขนงอยู่ในห้องประชุมด้วย
โดย คิวพี หรือ นายชินดนัย อายุ 21 ปี คนขับ ได้เล่าให้ฟังว่า ตนเองอยากจะขอโทษกับญาติของผู้เสียชีวิตกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตนเองไม่ได้มีเจตนาหรือความตั้งใจที่จะให้เกิดขึ้นแบบนี้ ตนเองไม่ได้มีเจตนา และมีความตั้งใจที่จะบวชอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตและพร้อมที่จะเยียวยากับญาติผู้เสียชีวิตพร้อมรับผิดชอบทุกอย่าง
ในวันที่เกิดเหตุตนเองได้เข้ามาในพื้นที่ย่านพระประแดงและไม่ทราบว่ามีการเดินเรือข้ามฟาก ตนเองไม่ค่อยได้ขับเจ็ตสกีมาเล่นในพื้นที่พระประแดง ส่วนใหญ่จะขับในบึงปิด ซึ่งในคืนที่เกิดเหตุเจ็ตสกีชนเรือหางยาวข้ามฟากนั้นตนเองยอมรับว่ามองไม่เห็น
โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นดังนี้ ตนเองได้ขับเรือเจ็ตสกีมากับเพื่อนอีก 1 ลำ ซึ่งเขาแซงและนำผมไป แต่เขาเห็นและสามารถหักหลบได้โดยพ้นช่วงท้ายเรือ เมื่อมาถึงลำของตนเอง มาจังหวะที่ระยะ 1 เมตรสุดท้าย ซึ่งทำให้มองไม่เห็นและไม่ทันแล้วจึงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร
ส่วนก่อนเกิดเหตุตนเองไม่ได้กินเหล้าหรือเบียร์มาส่วนภาพที่มีการถือรูปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ซึ่งเป็นรูปเก่าที่เก็บไว้ถ่ายเล่น ๆ ตนเองมองไม่เห็นแสงไฟบนเรือของคุณลุงประยูร ที่เสียชีวิต ส่วนแสงสว่างกลางแม่น้ำก็ไม่สามารถทำให้ตนเองมองเห็นเรือหางยาวข้ามฟากได้ในระยะไกล แต่เจ็ตสกีที่ตนเองขับวันนั้นมีไฟเป็นลักษณะ Daylight
และหลังจากนี้ตนเองคิดว่าจะไม่ขับเจ็ตสกีอีกแล้ว ตั้งใจว่าจะเลิกขับซิ่ง หลังจากนี้ตนเองจะไปร่วมพิธีงานศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย และมีความตั้งใจที่จะบวช เพื่อขออโหสิกรรมกับผู้เสียชีวิต เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองยอมรับว่าเกิดจากความประมาท ตนเองอยากจะฝากถึงผู้ที่ขับเจ็ตสกีว่าอยากขับในเวลากลางคืน สุดท้ายหนีตนเองอยากจะขอโทษกับญาติผู้เสียชีวิตแต่ไม่รู้จะใช้ คำขอโทษอย่างไรดี
ด้าน พ่อของคิวพี เปิดใจบอกว่าทั้งตนเองทั้งคิวพีและรวมไปถึงครอบครัว รู้สึกเสียใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ รู้สึกสำนึกผิดในเรื่องที่เกิดขึ้น วันเกิดเหตุตนเองยอมรับว่ามาด้วย แต่มาคนละลำกับน้องคิวพี คืนวันเกิดเหตุน้องออกมาก่อนกับเพื่อน ส่วนตัวเองหลังจากเช็กบิลเสร็จก็ตามออกมา มาถึงน้องก็ชนแล้ว
ตอนชนตนเองไม่เห็นเหตุการณ์ แต่ก็พยายามขับเรือวนหาผู้บาดเจ็บ จนกระทั่งแน่ใจว่าไม่เจอจึงช่วยลากเรือเข้ามาที่ท่าน้ำ ในเรื่องของความรับผิดชอบตนเองในฐานะพ่อของน้อง ก็พร้อมที่จะรับผิดชอบและเยียวยาผู้ที่ได้เสียหายอย่างเต็มที่ ส่วนตัวของน้องคิวพีเองก็รู้สึกเสียใจและสำนึกผิด สภาพจิตใจย่ำแย่
หลังจากเป็นข่าวออกไป ก็ทำให้มีผลกระทบต่างตามมาหลายด้าน ตนเองอยากขอโอกาสสังคม ให้อภัยทางครอบครัวของตนเองโดยเฉพาะน้องคิวพี ซึ่งไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ตนเองในฐานะพ่อยอมรับผิดที่เป็นส่วนหนึ่งที่อบรมสั่งสอนลูกไม่ดีจนเกิดความประมาทขึ้นในครั้งนี้
ส่วนทางครอบครัวหรือญาติผู้เสียชีวิตยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันตั้งแต่เกิดเรื่อง ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการเข้าให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ก็ตั้งใจจะไปร่วมงานและพูดคุยกับทางครอบครัว โดยในวันนี้จะให้ทางอาของคิวพี่ไปร่วมงานศพ ที่จังหวัดสมุทรสาครก่อนแล้วดูเยียวยาเบื้องต้นก่อน ส่วนตนเองกับคิวพีตั้งใจจะไปที่ลพบุรีก่อนเพื่อพูดคุยและเยียวยา กับครอบครัวผู้เสียชีวิตของนางสาวปาริฉัตร ในเบื้องต้น
ด้าน พันตำรวจเอกประภาส มั่งคั่ง รองผู้บังคับการภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า วันนี้ทางคุณพ่อน้องคิวพี ตั้งใจจะไปร่วมพิธีงานศพ ของคุณลุงประยูร ที่จังหวัดสมุทรสาคร และนางสาวปริฉัตรที่จังหวัดลพบุรี แต่เนื่องด้วยติดภารกิจต้องสอบปากคำ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ กับทางกรมเจ้าท่าคุณพ่อของน้องจึงมอบหมายให้คุณอา ที่จังหวัดสมุทรสาครเพื่อจะไปเจรจาและเยียวยาญาติผู้เสียชีวิตตามสมควรในเบื้องต้น
ในส่วนของจังหวัดลพบุรี ทางครอบครัว ของน้องก็จะไปเยียวยากับทางญาติผู้เสียชีวิตด้วยเช่นเดียวกันให้เต็มที่และเป็นที่น่าพอใจ ส่วนการสอบสวนก็จะดำเนินการต่อไปที่ สภ.พระประแดง พร้อมที่จะเร่งรัด การสอบสวนและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ในส่วนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บข้อมูลและดำเนินการไปค่อนข้างมากแล้ว จึงมาขอชี้แจงให้ท่านสื่อมวลชนฟังส่วนในเรื่องของน้องคิวพี ก็พร้อมที่จะขอโทษกับสังคม พร้อมทั้งน้อมรับการกระทำที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่ได้ทำลงไป
ขอบคุณ : ch3plus
- ‘ขวัญ อุษามณี’ สวย เก่งครบเครื่อง ขึ้นแท่น ดร.ป้ายแดง จบปริญญาเอก
- ส่องโมเมนต์ นนกุล ทำหน้าที่ผู้ปกครองให้ น้องปีใหม่ แทน แอฟ ทักษอร
- เบียร์ แฟนโอ๋ ภัคจีรา โพสต์แคปชั่นเด็ด! แฟน ๆ แห่คอมเมนต์พรึ่บ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เปิดสีหน้า ‘คิวพี’ เข้าพบกรมเจ้าท่าฯ หลังขี่เจ็ตสกีชนเรือหางยาว
- พิธีกร-นางงามสายลุย เผยเหตุการณ์สุดระทึก! หวิดแท้งลูกคนที่ 3
- คุณหนูหมื่นล้าน เชื่อ! ยูทูบเบอร์ดัง คือรักแท้ เหมือนเจอจิ๊กซอว์ที่หล่นหาย
ติดตามเราได้ที่