โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

7 THINGS WE LOVE ABOUT THE RITZ PARIS โรงแรมหรูใจกลางปารีสที่เชื่อมโยงกับวงการแฟชั่น

THE STANDARD

อัพเดต 30 มี.ค. 2568 เวลา 08.07 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. 2568 เวลา 08.07 น. • thestandard.co
7 THINGS WE LOVE ABOUT THE RITZ PARIS โรงแรมหรูใจกลางปารีสที่เชื่อมโยงกับวงการแฟชั่น

ท่ามกลางความงดงามของมหานครปารีส ที่ซึ่งความหรูหราและความทรงจำทางประวัติศาสตร์ผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว หนึ่งในสถานที่ชวนเราฝันถึงจะต้องมีชื่อของโรงแรม The Ritz Paris โรงแรมนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักผ่อนที่มีชื่อเสียงในด้านงานบริการชั้นเลิศ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสง่างามที่สะท้อนถึงศิลปะการใช้ชีวิตของเหล่าชนชั้นสูง ซึ่งได้ต้อนรับบุคคลสำคัญ ศิลปิน และผู้ทรงอิทธิพลจากทั่วโลกมานับไม่ถ้วน

เหนือจากการสร้างความประทับใจในฐานะโรงแรมหรูระดับโลก The Ritz Paris ยังได้สร้างปรากฏการณ์อันน่าทึ่ง ด้วยการเป็นจุดเชื่อมโยงกับเรื่องราวทางวัฒนธรรมและแฟชั่นมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่การเป็นบ้านของบุคคลผู้เป็นตำนานอย่าง Coco Chanel และ Anna Wintour ไปจนถึงการจัดแฟชั่นโชว์สุดอลังการของ CHANEL และการร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นชื่อดังอย่าง Frame

THE STANDARD POP จึงอยากพาทุกคนไปย้อนรอย 7 เรื่องราวเบื้องหลังโรงแรมซึ่งเป็นที่พักในฝันของนักเดินทางทั่วโลก ตั้งแต่วันเปิดฉากที่ฝังรากลึกในใจกลางกรุงปารีส ไปจนถึงเรื่องราวของบุคคลสำคัญที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในโรงแรมแห่งนี้ และมรดกวัฒนธรรมที่ถูกถ่ายทอดผ่านประสบการณ์การพักผ่อนที่ไม่เหมือนใคร เพื่อให้คุณได้สัมผัสเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของ The Ritz Paris อย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

HISTORICAL LOCATION

The Ritz Paris แห่งนี้ตั้งอยู่ที่หมายเลข 15 จัตุรัส Place Vendôme หนึ่งในจัตุรัสที่สวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดในกรุงปารีส รายล้อมไปด้วยร้านค้าลักชัวรีแบรนด์ชั้นนำและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย โรงแรมแห่งนี้เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 1898 โดย César Ritz เจ้าของฉายา King of Hoteliers and Hotelier to Kings ผู้ถูกยกย่องให้เป็นบิดาแห่งการโรงแรมด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกลและความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ประสบการณ์การบริการที่เหนือระดับ ทำให้ The Ritz Paris กลายเป็นโรงแรมแรกในยุโรปที่นำเสนอนวัตกรรมล้ำสมัยอย่างห้องน้ำส่วนตัว โทรศัพท์ และไฟฟ้าในทุกห้องพัก ซึ่งดึงดูดแขกผู้มีชื่อเสียงจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นราชวงศ์ นักการเมือง นักเขียน ดาราภาพยนตร์ และนักร้อง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ของปารีสในฐานะเมืองแห่งแฟชั่นและวัฒนธรรม

นอกจากชื่อเสียงเรื่องความหรูหราเหนือชั้นแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังเป็นแหล่งบันทึกช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อโรงแรมถูกกองทัพนาซีเข้ายึดครอง และกลายเป็นสำนักงานใหญ่ของหนึ่งในกลุ่มผู้นำทางทหารอย่าง Hermann Göring ซึ่งถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาที่มืดมน แต่หลังผ่านพ้นสงครามไป The Ritz Paris ก็สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและรักษาความสง่างามท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม ด้วยการสามารถกลับคืนสู่สถานะโรงแรมหรูหราอีกครั้งนั่นเอง

ANNA WINTOUR APPROVES

บุคคลที่มีอิทธิพลสูงสุดในวงการแฟชั่นที่มีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับโรงแรมแห่งนี้นั่นคือ Anna Wintour บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Vogue อเมริกา ผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังการกำหนดเทรนด์แฟชั่นระดับโลก ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่ขึ้นชื่อของเธอก็คือการวางมาตรฐานสูงและความเข้มงวด ที่ไม่ได้จำกัดเพียงเรื่องแฟชั่นเท่านั้น แต่รวมถึงไลฟ์สไตล์ในทุกๆ มิติ โดยมีรายงานว่าจากตารางงานที่แน่นขนัดและไลฟ์สไตล์ที่เต็มไปด้วยความหรูหรา ทำให้ทุกครั้งที่เธอเดินทางมา Paris Fashion Week นั้น Anna Wintour จึงเลือกพักที่ The Ritz Paris เพียงแห่งเดียวเท่านั้น อีกทั้งยังใช้เป็นสถานที่จัดงานสังสรรค์พบปะผู้คนสำคัญในวงการแฟชั่น ด้วยเหตุผลด้านความเพียบพร้อมของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบาย การบริการแบบ Personalized การตกแต่งที่ไม่ฉูดฉาดแต่สมบูรณ์แบบ รวมไปถึงความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยระดับสูง ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงคุณภาพ ความหรูหรา และเอกลักษณ์ของโรงแรมแห่งนี้ ที่ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายเสมือนพักอาศัยในบ้านเลยทีเดียว

The Ritz Paris โรงแรมหรูใจกลางกรุงปารีสที่มีความเชื่อมโยงอันแน่นแฟ้นกับวงการแฟชั่นระดับโลก ตั้งแต่ Coco Chanel จนถึงแฟชั่นโชว์ระดับไฮเอนด์

COCO CHANEL SUITE

สำหรับเหล่าคอแฟชั่นคงรู้กันดีว่า Coco Chanel ดีไซเนอร์ชื่อดังนั้นมีอพาร์ตเมนต์สุดหรูที่ 31 Rue Cambon อยู่แล้ว แต่ The Ritz Paris ที่อยู่ตรงข้ามกลับเป็นสถานที่ที่เธอเลือกนอนทุกวันในห้องหมายเลข 302 เป็นระยะเวลากว่า 34 ปี จนกระทั่งเสียชีวิตลงในห้องพักนี้เมื่อปี ค.ศ. 1971 ซึ่งในเวลาต่อมา ค.ศ. 2012 โรงแรม Ritz Paris ได้ปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ ห้องสวีทของ Chanel จึงถูกย้ายลงมาหนึ่งชั้น กลายเป็นห้องหมายเลข 202 เพื่อให้สามารถมองเห็นวิวของ Place Vendôme และ Vendôme Column ที่เป็นแรงบันดาลใจของงานดีไซน์ฝาขวดน้ำหอม CHANELNo. 5 ทรงแปดเหลี่ยมได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงยังร่วมมือกับ Karl Lagerfeld ดีไซเนอร์ระดับตำนานและอดีตครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ CHANELในการสร้างสรรค์พื้นที่ทั้ง 188 ตารางเมตรของห้องสวีทนี้ขึ้นใหม่ให้สะท้อนถึงโลกของ Chanel ทุกย่างก้าว เพื่อให้ผู้เข้าพักได้รับประสบการณ์และสัมผัสบรรยากาศตามแบบฉบับของตำนานแห่งวงการแฟชั่นอย่างแท้จริง

FRAME COLLABORATION

ความลักชัวรีเหนือระดับไม่ได้หยุดอยู่เพียงตัวโรงแรมเท่านั้น The Ritz Paris ยังได้จับมือกับ FRAME แบรนด์แฟชั่นจากลอสแอนเจลิส หยิบยกเอาแรงบันดาลใจจากความสง่างามและความคลาสสิกของโรงแรมมาถ่ายทอดผ่านคอลเล็กชันพิเศษ FRAME x Ritz Paris และนำโลโก้ของโรงแรมมาผสมผสานกับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ FRAME โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำเสนอความเป็นปารีสและความหรูหราของ The Ritz Paris ให้กับผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นทั่วโลก โดยหลังจากเผยโฉมคอลเล็กชันแรกออกมาในเดือนกันยายน ค.ศ. 2021 ประกอบด้วยเสื้อผ้าและแอ็กเซสซอรีคุณภาพสูงทั้งหมด 22 ชิ้น และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจนทำให้มีการขยายไลน์สินค้า และออกไอเท็มใหม่ๆ เช่น ชุดนอน, ชุดวอร์ม, สนีกเกอร์ หรือไอเท็มสำหรับเด็กและสัตว์เลี้ยง เป็นคอลเล็กชันลิมิเต็ดสำหรับแต่ละปี ที่ทำให้ผู้สวมใส่ได้สัมผัสความสง่างามแบบปารีเซียงและความชิคแบบอเมริกันไปพร้อมกัน

The Ritz Paris โรงแรมหรูใจกลางกรุงปารีสที่มีความเชื่อมโยงอันแน่นแฟ้นกับวงการแฟชั่นระดับโลก ตั้งแต่ Coco Chanel จนถึงแฟชั่นโชว์ระดับไฮเอนด์

CHANEL MÉTIERS D’ART SHOW

สายสัมพันธ์ระหว่าง The Ritz Paris และ CHANEL ยังคงดำเนินเรื่อยมาอย่างแน่นแฟ้นกว่าหลายทศวรรษ โดยหนึ่งหมุดหมายที่ตอกย้ำความสำคัญของสถานที่แห่งนี้ให้คนทั่วโลกได้เห็นอีกครั้งนั่นคือแฟชั่นโชว์คอลเล็กชัน CHANEL 2016/17 Métiers d’art ที่ Karl Lagerfeld ได้เลือกโรงแรมนี้เป็นฉากหลังนำเสนอผลงานประจำซีซันภายใต้ชื่อ Paris Cosmopolite นำเอาสไตล์ของ Café Society มาเป็นแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดบรรยากาศของสาวปารีเซียงแทรกด้วยลุคของหนุ่มๆ ที่มาพบปะกันในแต่ละช่วงเวลาที่ The Ritz Paris กลายเป็นผลงานดีไซน์กว่า 78 ลุค ที่มีไอเท็มเด่นมากมาย เช่น แจ็กเก็ตเข้ารูปและโค้ตผ้าทวีด สเวตเตอร์ปักลาย กางเกงสไตล์ Capri และชุดเดรสกลางคืน นำโดยแบรนด์แอมบาสเดอร์สาวอย่าง Lily-Rose Depp, Alice Dellal, Georgia-May Jagger และเจ้าของฉายา CHANEL DUO อย่าง Pharrell Williams และ Cara Delevingne ที่ทยอยเดินออกมาท่ามกลางเสียงดนตรีสไตล์ Synth-Pop และ Disco เรียกได้ว่าเป็นโชว์ที่สะท้อนความประณีตและความชำนาญของสตูดิโอ Métiers d’art ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ให้ความรู้สึกทั้งหรูหรา สนุกสนาน เย้ายวน แต่ยังสง่างามตามแบบฉบับของ CHANEL

CULINARY LEGACY

การบริการชั้นเลิศและดีไซน์หรูหราอันเป็นเอกลักษณ์อาจเป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนรู้จัก The Ritz Paris แต่สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่รักจากผู้คนทั่วโลกคือมรดกทางวัฒนธรรมด้านอาหารที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความพิถีพิถัน เริ่มตั้งแต่วันเปิดตัวที่ César Ritz ผู้ก่อตั้งโรงแรม ได้ร่วมมือกับ Auguste Escoffier เชฟระดับตำนานในยุคนั้น เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การรับประทานอาหารให้เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับนักชิมและผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสเลิศ ซึ่งนับเป็นการวางรากฐานให้กับมรดกทางอาหารของทางโรงแรมเอง และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการอาหารในโรงแรมหรู

ในปัจจุบันร้านอาหารมิชลินสตาร์ของที่นี่อย่าง Espadon ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ดีที่สุดในปารีส มีชื่อเสียงในด้านอาหารทะเลสดใหม่และอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิมที่ผสมผสานกับเทคนิคสมัยใหม่ รวมไปถึงบาร์ Hemingway ที่ได้รับการตั้งชื่อตาม Ernest Hemingway นักเขียนชื่อดังผู้เป็นแขกประจำของโรงแรม บาร์แห่งนี้มีชื่อเสียงในด้านค็อกเทลสูตรพิเศษและบรรยากาศที่เป็นกันเอง ซึ่งนับว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แขกทุกคนได้รับประสบการณ์บนโต๊ะอาหารสุดพิเศษ และลิ้มรสชาติที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณอันน่าจดจำระหว่างการพักผ่อนนั่นเอง

THE HOTEL TODAY

ภายหลังโรงแรมปิดทำการเพื่อปรับปรุงครั้งใหญ่เป็นเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012-2016 ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของโรงแรมในปัจจุบันอย่างมาก และเป็นห้วงเวลาที่ประสบการณ์การเข้าพักได้ถูกยกระดับให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ทั้งด้านระบบเทคโนโลยีต่างๆ และงานบริการที่ใส่ใจในรายละเอียด ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาเสน่ห์และความเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของโรงแรมไว้ เช่น สถาปัตยกรรมยุค Belle Époque เฟอร์นิเจอร์โบราณ และงานศิลปะ ซึ่งทำให้ในปัจจุบัน The Ritz Paris ยังคงถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุดในโลกจากนิตยสารและเว็บไซต์ท่องเที่ยวหลายแห่งแม้เวลาจะล่วงเลยจากจุดเริ่มต้นมาเกินกว่าศตวรรษ และเป็นที่ดึงดูดใจบุคคลสำคัญและผู้เข้าพักจากทั่วโลกที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนที่ไม่เหมือนใคร ตลอดจนเป็นสถานที่ที่รวบรวมเรื่องราวทางวัฒนธรรมไว้ให้ผู้คนได้พบเห็นเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...