โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ชาวบ้านจากทั่วสารทิศ หลั่งไหลรดน้ำมนต์จากพระอาจารย์เอ๋ ศิษย์เอกหลวงพ่อทองเหลือ เกจิอาจารย์ดังแห่งเมืองลับแล

สยามนิวส์

เผยแพร่ 08 เม.ย. 2568 เวลา 04.53 น. • สยามนิวส์
ชาวบ้านจากทั่วสารทิศ หลั่งไหลรดน้ำมนต์จากพระอาจารย์เอ๋ ศิษย์เอกหลวงพ่อทองเหลือ เกจิอาจารย์ดังแห่งเมืองลับแล

วันที่ 8 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าที่วัดคลองกะพั้ว ต.บ้านโคน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ กำลังเป็นที่ฮือฮา เมื่อชาวบ้านจากทั่วสารทิศทั้งภายในจังหวัดและต่างจังหวัดแม้กระทั้งชาวต่างชาติต่างพากันเดินทางไปที่วัดคลองกะพั้ว เพื่อเข้ารับการอาบน้ำมนต์จาก 'พระอาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ สีละเตโช' หรือ"พระอาจารย์เอ๋"เจ้าอาวาสวัดคลองกะพั้ว ซึ่งเป็นศิษย์เอกและผู้สืบทอดวิชาทำน้ำมนต์อาบน้ำมนต์จาก พระครูสุนทรคุณวัฒน์” หรือ “หลวงพ่อทองเหลือ ปาลิโต” อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดังวัดท่าไม้เหนือ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดคลองกะพั้วตามคำบอกเล่าของชาวบ้าน เมื่อไปถึงสังเกตุบริเวณโดยรอบวัดจะพบเห็นผู้คนสายศรัทธาต่อองค์ท้าวเวสสุวรรณต่างพากันนำน้ำมันตะเกียงดอกกุหลาบสีแดง ธูปเทียนพากันเข้ากราบสักการะองค์ท้าวเวสสุวรรณองค์สีทอง ขนาดความสูง 19 เมตรและองค์ท้าวเวสสุวรรณขนาดความสูง 3 เมตร สีน้ำมันปู อธิฐานขอพรเรื่องสุขภาพขอโชคขอลาภ ซึ่งผู้สื่อข่าวได้สังเกตุเห็นที่บริเวณกระถางธูปได้มีตัวเลขจากการจุดธูปเสี่ยงทายเป็นจำนวนมาก จากนั้นจะพบว่า บนศาลาการเปรียญได้พบกับชาวบ้านต่างนั่งรอคิว ซึ่งมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เพื่อให้พระอาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ สีลเตโชหรือ"พระอาจารย์เอ๋"รดน้ำมนต์ให้เพื่อเพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้ชีวิต แคล้วคลาดปลอดภัย ซึ่งจะมีผู้ศรัทธาเข้าคิวรอรดน้ำมนต์ต่อวัน เป็นจำนวนมากและเป็นประจำทุกวัน

ชาวบ้านในพื้นที่เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ในแต่ละวันจะพบเห็นชาวบ้านและสายมูมักจะเดินทางมาให้พระอาจารย์เอ๋ รดน้ำมนต์ให้อยู่ทุกวัน แทบจะไม่มีวันหยุดนอกเสียจากวันพระที่พระอาจารย์เอ๋จะไม่ทำพิธีเกี่ยวกับรดน้ำมนต์ ชาวบ้านบางคนบอกว่า

ครั้งหนึ่งตนเองจะเดินทางไปที่จังหวัดตราด ก่อนไปได้มาให้พระอาจารย์เอ๋รดน้ำมนต์ให้ วันต่อมาตนเองให้เดินทางไปทำธุระที่จัวหวัดตราด รดเกิดอุบัติเหตุชนกัน 4 คันรวด ซึ่งคันอื่นได้รับบาดเจ็บทั้งหมด แต่ตนเองไม่เป็นอะไรเลย อีกรายเล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนชีวิตตนเองตกอับมาก ประกอบธุรกิจล้มเหลวจนแทบจะฆ่าตัวตาย ได้เดินทางมากราบไหว้ท้าวเวสสุวรรณที่วัดคลองกะพั้ว และได้ให้พระอาจารย์เอ๋รดน้ำมนต์ให้ ปรากฏว่าภายหลังจากรดน้ำมนต์กับพระอาจารย์ ไม่นานชีวิตพลิกพลันจากหน้ามือเป็นหลังมือ ธุรกิจการงานราบรื่น และอีกหลายๆเหตุการณ์ซึ่งทุกเหตุการณ์ทุกคนพูดเป็นเพราะได้รับคำชีแนะและการที่ได้รดน้ำมนต์กับพระอาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ สีลเตโชหรือพระอาจารย์เอ๋นั้นเอง

นายประสงค์ หาญประสูตร ชาวบ้านในพื้นที่บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ที่วัดคลองกะพั้ว ในแต่ละวันจะมีชาวบ้านจากทั่วสารทิศวันละเป็น 100 จะเดินทางมาให้พระอาจารย์ศักดิ์หรือพระอาจารย์เอ๋รดน้ำมนต์ให้เป็นประจำยิ่งโดยเฉพาะวันหยุดนักขัตฤกษ์ยิ่งมีมากเป็นเท่าตัวจนไม่มีที่จอดรถ เนื่องจากผู้คนที่เคยมารดน้ำมนต์จากพระอาจารย์เอ๋แล้วชีวิตดีขึ้นจึงมีการเล่าปากต่อปากจึงทำให้คนรู้จักไปทั่วสารทิศ

ทั้งนี้ พระอาจารย์เอ๋เป็นลูกศิษย์เอก พ่อทองเหลือ ปาลิโต” อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดังวัดท่าไม้เหนือ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์และได้ศึกษาวิชาการทำน้ำมนต์ “หลวงพ่อทองเหลือ และยังเคยร่ำเรียนวิชาการทำน้ำมนต์เมื่อครั้งเป็นฆารวาสกับครูบาอาจารย์ที่เขมรอีกด้วย

ภายหลังจากได้เรียนวิชาทำน้ำมนต์จากหลวงพ่อทองเหลือก็ได้นำวิชาอาคมที่ร่ำเรียนมา นำมาช่วยเหลือผู้คนที่ตกทุกข์ลำบากใจ ก็ช่วยให้หายหรือบรรเทาลงได้ ทั้งนี้บางรายแม้ไม่มาด้วยตนเองไม่ได้ ก็จะให้ญาตินำรูปถ่ายมาให้พระอาจารย์ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ต่อชะตา ชีวิตก็ดีขึ้น

ทางด้านพระอาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ สีละเตโชหรือพระอาจารย์เอ๋ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า วิชาอาคมการรดน้ำมนต์เป็นวิชาที่ร่ำเรียนมาจากครูบาอาจารย์เพื่อช่วยชีวิตคนให้มีกำลังใจมีที่พึ่ง ทั้งนี้ก็จะเป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่ที่จะต้องจดจำและควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัดก็คือการมีศิลธรรม ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท มีสติทุกเมื่อ

ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จ.อุตรดิตถ์ รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...