โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

TOP กำไรดูดีกว่าที่คิด!

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 22 ก.พ. 2568 เวลา 23.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

คุณค่าบริษัท

ช่วงปี 2567 หุ้นบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ถูกกดดันอย่างหนักจากการเลื่อนเปิดโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project : CFP) และนำมาสู่การขอเพิ่มเงินลงทุนก้อนโต เพื่อเดินหน้าโครงการ CFP ให้แล้วเสร็จ ซึ่งกำหนดวันชี้ชะตาในวันที่ 21 ก.พ. 2568 เพื่อขอมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น

แต่ก่อนจะถึงวันดังกล่าว TOP มีปัจจัยเชิงบวกจากการรายงานผลประกอบการในไตรมาส 4/2567 ที่มีกำไรสุทธิ 2,767 ล้านบาท เทียบกับในไตรมาส 4/2566 ที่มีกำไรสุทธิ 2,944 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 4,218 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2567 โดยมีรายได้จากการขาย 111,962 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับในไตรมาส 4/2566 ที่มีรายได้จากการขาย 115,336 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2567 ที่มีรายได้จากการขาย 110,018 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลงานที่ดีกว่านักวิเคราะห์คาดไว้

โดยกำไรที่ลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน หลัก ๆ จากการรับรู้ผลขาดทุนจากรายการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ในขณะที่ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน ตามแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันและน้ำมันดิบ (crack spread) ที่ดีขึ้น และการรับรู้กำไรสต๊อกน้ำมัน

ขณะที่ งบปี 2567 มีกำไรสุทธิ 9,959 ล้านบาท ลดลง 48.78% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 19,443 ล้านบาท และมีรายได้จากการขาย 455,857 ล้านบาท ลดลง 0.77% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้จากการขาย 459,402 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากกำไรขั้นต้นจากการกลั่นปรับลด เนื่องจากส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซิน น้ำมันอากาศยาน น้ำมันดีเซล กับราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวลดลง จากอุปทานที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากโรงกลั่นใหม่เริ่มดำเนินการ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในปี 2567 เทียบกับปี 2566 ปรับลดลง จากความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว ส่งผลให้รับรู้ขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน 5,913 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มีมุมมองเชิงบวกต่อ TOP ในระยะสั้น โดยบล.ดาโอ เชื่อว่าในไตรมาส 1/2568 จะเห็นกำไรที่อ่อนตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามค่าการกลั่นตลาดที่ลดลง และเชื่อว่า downside ต่อ crack spread ในปัจจุบันจะมีจำกัดแล้ว คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 ไว้เท่าเดิมที่ 9.8 พันล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน

โดยคาดว่าค่าการกลั่นทางบัญชี (accounting GRM) จะสูงขึ้นช่วยชดเชยกำไรจากรายการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานที่ลดลง ในขณะเดียวกันประเมินกำไรปี 2569 ที่ 1.06 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% ตาม market GRM ที่ดีขึ้น และขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันน้อยลง

ด้านบล.กรุงศรี มองTOP น่าสนใจลงทุนระยะยาว และมองมีโอกาสสูงที่ที่ประชุมฯ จะอนุมัติงบลงทุนส่วนเพิ่ม ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นให้ TOP บริหารโครงการก่อสร้าง CFP ได้ตามกำหนด และดำเนินการทางกฎหมายที่จำเป็นเพื่อรักษาประโยชน์ผู้ถือหุ้น ขณะที่แนวโน้มกำไรเติบโตต่อเนื่องในปี 2568 เนื่องจาก stock loss ลดลง และเปิดใช้ทุ่น SBM และเติบโตต่อเนื่องในปี 2569 จากการปิดซ่อมลดลง และ dividend yield อยู่ในระดับสูง

สำหรับการประเมินมูลค่า (Valuation) ปัจจุบันราคาหุ้น TOPซื้อขายกันที่ P/E ระดับ 5.94 เท่า เทียบกับ P/E ตลาดโดยรวมที่ระดับ 16.88 เท่า ถือว่าราคาซื้อขายต่ำกว่าตลาด สอดคล้องกับ P/BV ที่ระดับ 0.36 เท่า ก็ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาดที่ปัจจุบันซื้อขาย P/BV เฉลี่ยที่ 1.24 เท่า โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 29.87 บาท จากราคาต่ำสุด 21 บาท และราคาสูงสุด 41 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...