มาดามแป้ง หลั่งน้ำตาเข้ารับงานบริหารบอลพร้อมปัญหารุม - ยันไล่เบี้ยเอาคืนจากชุดเก่า
มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ นายกบอลไทยหลั่งน้ำตาระบายความอัดอั้นเข้ามาบริหารพร้อมงบขาดดุล - ย้ำชัดไล่เบี้ยเอาคืนจากบอร์ดชุดเก่า
มาดามแป้ง นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แถลงสรุปผลงานหลังผ่าน 1 ปีในการดำรงตำแหน่ง ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม
โดยมาดามแป้งได้กล่าวถึงผลงานของสมาคมฯ ในรอบปีที่ผ่านมา ทั้งในส่วนของทีมชาติและการบริหารงาน ซึ่งได้รับรางวัลจากสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ให้รับรางวัลสมาคมกีฬายอดเยี่ยมระดับไดมอนด์ ซึ่งนางนวลพรรณยืนยันว่ารางวัลนี้เป็นเครดิตของสภากรรมการชุดตัวเอง ไม่เกี่ยวข้องกับชุดเก่าของอดีตนายกสมาคมคนเก่าแต่อย่างใด
จากนั้นมาดามแป้ง ได้ใช้โอกาสนี้ในการชี้แจงแนวทางดำเนินการหลังจากที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีลิขสิทธิ์และสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ ระหว่างบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โดยให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ชดใช้ค่าเสียหายแก่ บมจ.สยามสปอร์ตฯ เป็นเงิน 360 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น
มาดามแป้ง กล่าวว่า หลังจากเข้ามาได้มีการตั้งทีมงานตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของสมาคมฯ พบว่ามีเงินอยู่แค่ 27 ล้านบาทเศษและมีหนี้สินอีกราวๆ 132 ล้านบาท แถมสมาคมชุดเก่ายังทำสัญญากู้ยืมเงินจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) 5 ล้านเหรียญ (ราว 155 ล้านบาท) ซึ่งต้องใช้หนี้คืนโดยตัดออกจากเงินสนับสนุนประจำปี ปีละ 1.250 ล้านเหรียญสหรัฐ ออกไปปีละ 5 แสนเหรียญ ถึง 10 ปี (2566-2575) ด้วยกัน
นางนวลพรรณ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นสัญญาสิทธิประโยชน์กับแพลนบี สมาคมเดิมต่อเอาไว้จนถึงปี 2571 ซึ่งตนไม่อยากให้เกิดปัญหาเดียวกับที่เกิดขึ้นกับสยามสปอร์ต จึงมีการเจรจาปรับสัญญาใหม่ให้สมาคมฯ ได้สิทธิประโยชน์มากขึ้น ลดรายได้ของแพลนบีลง และดึงสิทธิบางอย่างกลับมาเป็นของสมาคม นอกจากนี้ยังมีการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดจากต่างประเทศคืนกลับมา ทว่ามีสิ่งที่ไม่สามารถซื้อคืนกลับมาได้ก็คือ Data Analysis (การวิเคราะห์ข้อมูล) เพื่อนำข้อมูลไปสู่ Betting Live (การพนันออนไลน์) ซึ่งขายให้กับบริษัทจากมาเลเซียไป ไม่สามารถซื้อคืนได้
“นอกจากนี้ยังมีเรื่องของนายกคนเก่าได้รับเงินเดือนจากสมาคมและไทยลีกเดือนละ 1 ล้านบาท ซึ่งการกีฬาแห่งประเทศไทยทำการตรวจสอบแล้วพบว่าต้องคืนให้สมาคมฯ 32 ล้านบาท แต่เท่าที่ตรวจหลักฐานยังไม่ได้รับคืนมาแต่อย่างใด ก็จะต้องไปตามเงินก้อนนี้คืนมาเช่นกัน” มาดามแป้งกล่าว
มาดามแป้ง กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องของสยามสปอร์ต ที่ต้องชดใช้ 360 ล้านบาทและดอกเบี้ยที่ตอนนี้คำนวณแล้วน่าจะราวๆ 200 ล้านบาท เป็นเรื่องที่ทางสมาคมฯ ต้องรับผิดชอบ อย่างไรก็ตามจากการศึกษาประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์ มาตรา 76 สามารถฟ้องไล่เบี้ยคืนจากผู้ที่ทำให้เกิดความเสียหายได้ ฉะนั้นตนได้ตัดสินใจจะนำเรื่องนี้เข้าการประชุมสภากรรมการเฉพาะกิจ เพื่อขอความเห็นชอบในการฟ้องร้องคืนจากชุดเก่า
“เราจะปล่อยให้สมาคมฯ ที่ถือสิทธิทีมชาติทุกชุด ไทยลีกทุกชุด ล้มละลายหรือโดนยึดทรัพย์ไม่ได้ เราทนเห็นทุกอย่างล้มลงต่อหน้าไม่ได้เด็ดขาด” มาดามแป้งกล่าวทั้งน้ำตา
ประมุขลูกหนังไทย กล่าวอีกว่า เงินจำนวนนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะชำระใจทันที ก็จะเข้าไปพบนายระวิ โหลทอง ผู้ก่อตั้งสยามสปอร์ต เพื่อขอเจรจาไกล่เกลี่ย และเคารพคำตัดสินศาล เชื่อว่าสยามกีฬาซึ่งมีคุณูปการกับวงการฟุตบอลไทย น่าจะมีการทางออกร่วมกันได้
มาดามแป้ง ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้คณะตรวจสอบทรัพย์สินยังได้พบประเด็นสำคัญ ในคดีที่สมาคมฯ ฟ้องกลับสยามกีฬา แต่คดีนี้ถูกศาลอุทธรณ์ยกฟ้องและศาลฎีกาไม่รับตีความ ทว่าในข้อตกลงที่จ่ายให้กับทนายความนั้น ตั้งไว้ที่ศาลชั้นต้น 7.5 แสนบาท และเพิ่มในชั้นอุทธรณ์กับฎีกาชั้นละ 3 แสนบาท ทว่ากลับจ่ายไปทั้งหมด 30 ล้านบาท จึงมองว่าอาจจะมีผลประโยชน์แอบแฝงอะไรกับเงินก้อนนี้ ฉะนั้นก็จะดำเนินการเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับสมาคมฯ
“แป้งเข้ามาไม่ได้อยากเป็นศัตรูกับใคร แต่การทำนี้เพื่อผลประโยชน์สมาคมล้วนๆ ได้คุยกับนายเนวิน ชิดชอบ ก็บอกแค่ขอให้ทำให้ถูกต้อง และไม่ให้เอาเงินตัวเองมาจ่ายคืนเท่านั้น ส่วนนายปวิณ ภิรมย์ภักดี ก็เห็นชอบด้วย”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มาดามแป้ง หลั่งน้ำตาเข้ารับงานบริหารบอลพร้อมปัญหารุม - ยันไล่เบี้ยเอาคืนจากชุดเก่า
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th