โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“KT-IGF-R” กระจายลงทุน “3 สินทรัพย์” ตลาดสหรัฐ... ตอบโจทย์การสร้าง “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2568 เวลา 02.54 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว”กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว”จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar”ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม Foreign Investment Allocation” ที่เน้นลงทุน “3 หลักทรัพย์” ที่จดทะเบียนในสหรัฐ คือ1) หุ้นสามัญ, 2) ตราสารหนี้ และ 3) หุ้นกู้แปลงสภาพ สัดส่วนตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน
“ตลาดสหรัฐ” ไม่ได้มีแค่ “หุ้น” เท่านั้น ยังมี “ตลาดตราสารหนี้” ที่มีความหลากหลายและมีความลึกที่สุดของโลก
โดยในส่วนของ “ตราสารหนี้สหรัฐ” เองจากดอกเบี้ยที่ยังทรงตัวสูงและมีโอกาสที่ดอกเบี้ยจะปรับลงได้ในอนาคตก็ยังทำให้เป็นอีกสินทรัพย์ที่น่าสนใจ แม้ในปีนี้ “หุ้นสหรัฐ” อาจจะดูไม่สดใสเท่าไรนักก็ตาม
ดังนั้น โอกาสการลงทุนในสหรัฐเองก็มีความหลากหลาย หากไปแบบ “กระจายการลงทุน” ก็เป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนผสมต่างประเทศ” ที่เน้นลงทุนในตลาดสหรัฐที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง Morningstar” มาฝากกัน

KT-IGF-R” ลงทุนแบบผสม ใน “3 สินทรัพย์” ตลาดสหรัฐ

สำหรับกองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้ชื่อว่า KT-IGF-R: กองทุนเปิดเคแทม อินคัม แอนด์ โกรท ฟันด์ ชนิดขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ บริหารจัดการโดย ‘บลจ.กรุงไทย’ มีความเสี่ยง “ระดับ 5”(เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) จัดตั้งเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2557 เน้นลงทุน “3 หลักทรัพย์” ที่จดทะเบียนในสหรัฐ คือ1) หุ้นสามัญ, 2) ตราสารหนี้ และ 3) หุ้นกู้แปลงสภาพ ผ่านกองทุนหลัก ‘Allianz Income and Growth AM USD’ ที่บริหารจัดการโดย Allianz Global Investors Luxembourg S.A.ทั้งนี้สัดส่วนระหว่างหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงได้ตามที่ผู้จัดการกองทุนรวมหลักเห็นสมควร

หน้าตาพอร์ต…สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” และ “หุ้นเติบโต”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง KT-IGF-R มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 เม.ย. 25) นั้น มีการจัดสรรการลงทุนไปในสินทรัพย์ต่างๆ ประกอบไปด้วย

- High Yield Bond 32.5%
- Convertibles Bond 32.0%
- Equities30.8%
โดย 5 หลักทรัพย์ที่ลงทุนมากสุด 4 อันดับแรกเป็นหุ้น ได้แก่ 1) NVIDIA CORP 2.06%,2) APPLE INC 1.96%,3) MICROSOFT CORP 1.66% และ4) AMAZON.COM INC 1.13% ส่วนอันดับ5) เป็นตราสารหนี้ของ WELLS FARGO & COMPANY 1.02% ตามลำดับ”

“ในแง่ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกอง ‘KT-IGF-R’ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนนั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 25) เฉลี่ยอยู่ที่ 4.64% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด -2.86% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของความผลการดำเนินงานจะเฉลี่ยอยู่ที่ 10.52% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 11.13% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีการลงทุนมักมีความเสี่ยงเช่นเดียวกันโดยในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -23.42%

เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” 10,000 บาท และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1,000 บาท เท่านั้น

ส่วนนักลงทุนที่สนใจกองทุนได้มีเงื่อนไขการลงทุน “ขั้นต่ำในครั้งแรก” 10,000 บาท และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 1,000 บาท ในส่วนการขายคืนนั้นสามารถทำได้อย่างอิสระโดยไม่มีกำหนดทั้งในด้านมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำ (อย่างไรก็ตาม กรณีรับซื้อคืนแบบอัตโนมัติ” จะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่เกินปีละ 12 ครั้ง) โดยจะมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 3วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน (T+3)

ทั้งนี้หากไม่พูดถึงช่องทางการซื้อขายกองทุนก็คงไม่ได้ ซึ่งผู้ลงทุนสามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง สาขาธนาคารกรุงไทยและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆ หรือช่องทางออนไลน์ผ่าน ผ่านระบบ Internet Trading : KTAM SMART TRADE (www.ktam.co.th)
สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนใน “ตลาดสหรัฐ” และไม่อยากจะโฟกัสหรือจำกัดเฉพาะแค่ใน “หุ้น” เท่านั้น การกระจายลงทุนในสินทรัพย์อื่นเพิ่มเติมเช่น “ตราสารหนี้” ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เพราะทุกอย่างที่ “Donald Trump” ก็เพื่อให้สหรัฐกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งในทุกมิตินั่นเอง
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...