โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ตลท. เกาะติดเจรจาภาษีทรัมป์ ยันมีมาตรการรับมือตลาดผันผวน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 10.45 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 10.26 น.
อัสสเดช คงสิริ

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เกาะติดเจรจาภาษีการค้า รับมีผลกระทบเศรษฐกิจ-ตลาดหุ้นไทย ย้ำข้อดีประกาศเลื่อนกำหนดเป็นวันที่ 1 ส.ค. 2568 ทำให้ไทยมีเวลาเตรียมความพร้อม แนะนักลงทุนตั้งสติ-ดูข้อมูลทางการให้เพียงพอ ยันหากสถานการณ์ผันผวนมีเครื่องมือ-มาตรการรองรับ แต่ใช้บ่อยอาจจะไม่ดี เผยการใช้เกณฑ์ Call margin-Forced sell เป็นการบริหารความเสี่ยงโบรกเกอร์ ยืนยันไม่ได้เอื้อนักลงทุนรายใด

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า นโยบายภาษีสินค้านำเข้า (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐ และล่าสุดได้มีการประกาศเลื่อนบังคับใช้จากวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เป็นวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ยอมรับว่ามีผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย เนื่องจากหากอัตราภาษีเทียบกับคู่แข่งของไทยสูงกว่า จะส่งผลให้ธุรกิจบางเซ็กเตอร์อาจจะลำบาก แต่หากไทยต่ำกว่าถือเป็นเรื่องที่ดี อย่างไรก็ดี จะต้องรอติดตามข่าวจากทางการที่ชัดเจนอีกครั้ง

“มาตรการของเราที่มีอยู่จะรีแอกต์ตลอดเวลาอาจจะลำบาก เพราะเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงทุกวัน แต่เราต้องตั้งสติฟังข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะข้อมูลจากทางการ ส่วนมาตรการเราก็มีกลไกรองรับตลาดอยู่แล้วหากมีความผันผวนเกิดขึ้น ซึ่งแต่ละเซ็กเตอร์ก็คงต้องรอดูว่าจะมีผลต่อเซ็กเตอร์ไหน และตัดสินใจลงทุน แต่เท่าที่ฟังรองนายกรัฐมนตรีดูโทนไปในทางที่ดี แต่ก็คงต้องรอสหรัฐ”

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร และโครงการกลยุทธ์ ตลาดหลักทรัพย์ (ตลท.) กล่าวว่า ภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์ฯ เดือนมิถุนายน 2568 ดัชนีหุ้นไทยติดลบ 5.2% จากปัจจัยภายในและภายนอก ทั้งเรื่องสงครามการค้า ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน รวมถึงปัจจัยภายในประเทศ ทั้งเรื่องความขัดแย้งกัมพูชาและไทย รวมถึงประเด็นความไม่แน่นอนทางการเมือง

หากมองไปข้างหน้ายังมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อดัชนีตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะประเด็นการเจรจาอัตราภาษีนำเข้าสินค้า (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยแน่นอน ส่วนผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยหรือบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ใน ตลท.นั้น เบื้องต้นผลกระทบโดยตรงกับรายได้ บจ.อาจจะน้อย แต่อาจต้องติดตามดูผลทางอ้อมด้านอื่นด้วย แต่เชื่อว่าผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยจะไม่รุนแรงนัก เนื่องจากตลาดได้รับรู้ไปแล้ว

อย่างไรก็ดี จะเห็นว่าสหรัฐได้มีการเลื่อนกำหนดเส้นตายจากวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เป็นวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี โดยไทยจะได้มีเวลาเตรียมความพร้อมในการทำข้อมูลเจรจา ประกอบกับก่อนหน้ามี 2-3 ประเทศที่มีการเจรจาไปแล้ว เช่น สหราชอาณาจักร จีน และเวียดนาม ซึ่งเป็นข้อดีที่ไทยจะสามารถคาดการณ์และเป็นตัวอย่างรูปแบบโมเดลในการเจรจา กรณีที่แย่ที่สุด หรือดีที่สุด จะเป็นอย่างไรที่ไทยนำมาเป็นตัวอย่างหรือไอเดียได้

ส่วนประเด็นที่มีกระแสสหรัฐจะมีการเรียกเก็บภาษี Tariffs กับกลุ่มประเทศ BRICS เพิ่มเติมอีก 10% ซึ่งจะส่งผลให้ไทยโดนภาษีอัตรา 46% นั้น มองว่าอาจจะต้องรอฟังข้อมูลชัดเจนจากทางการอีกที อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ด้งกล่าว เพราะตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลออกมาชัดเจน

สำหรับมาตรการและเครื่องมือในการรองรับความผันผวนของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น จะเห็นว่า ตลท.มีเครื่องมือพร้อมอยู่แล้ว แต่หากผู้ลงทุนมีข้อมูลเพียงพอและไม่ตื่นตระหนกก็ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือ แต่หากมีข้อมูลไม่เพียงพอ เช่น ในช่วงที่มีการประกาศขึ้นภาษี Tariffs ในครั้งแรกเดือนเมษายนที่ผ่านมา ตลท.ก็มีเครื่องที่พร้อมจะใช้ โดยมาตรการจะมีการดูแลในทุกระดับ

“ประเด็นเจรจาการค้ากับสหรัฐยังคงต้องติดตาม แต่จะเห็นว่าทางการได้ให้ข้อมูลเป็นระยะ ๆ ซึ่งข้อดีคือ การเลื่อนวันจาก 9 ก.ค. มาเป็นวันที่ 1 ส.ค. 68 จะทำให้เรามีเวลาเตรียมตัวและมีตัวอย่างประเทศที่เจรจาก่อนหน้า แต่บทบาทของเราคือ ไม่ให้คนตื่นตระหนก และมั่นใจว่าได้ข้อมูลที่เพียงพอ ซึ่งเรื่องภาษียังไม่จบ ยังคงต้องติดตามต่อใกล้ชิด”

สำหรับภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนมิถุนายน 2568 โดย ณ 30 มิถุนายน 2568 SET Index ปิดที่ 1,089.56 จุด ปรับลดลง 5.2% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับลดลงมากกว่าตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ในภูมิภาค ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2568 ปรับลดลง 22.2%

มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 39,663 ล้านบาท หรือลดลง 10.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่ 41,856 ล้านบาท ลดลง 7.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ เดือนมิถุนายน 2568 มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายใน mai 1 หลักทรัพย์ ได้แก่ บมจ. นูทริชั่น โปรเฟส (NUT)

ด้านนายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานกฎหมายและ บริหารกิจกรรมเพื่อสังคม ตลท. กล่าวในช่วง “SET Zooom in : บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และการดำเนินการของตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อเกิด Market Disruption” ว่าจากกรณีที่มีข่าวว่า ตลท.มีมาตรการชั่วคราวในช่วงที่ผ่านมาได้เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มบางกลุ่มหรือไม่ เช่น กรณี บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC นั้น ยืนยันว่าการดำเนินมาตรการต่าง ๆ ไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนักลงทุนรายใดรายหนึ่ง

ทั้งนี้ เรื่องการบังคับขายหุ้น (Forced Sell) เป็นหน้าที่ของโบรกเกอร์ที่จะต้องดำเนินการบริหารความเสี่ยงกับลูกค้าเมื่อเข้าหลักเกณฑ์ ทั้งการเรียกเงินวางหลักประกัน (Margin) หรือการ Forced Sell โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ตลท. ซึ่ง ตลท.มีหน้าที่ตรวจสอบให้โบรกเกอร์ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ หากไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดและมีโทษปรับตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

“เรามีกลไกทำงานที่ชัดเจนในการ Post Audit ไม่ได้เกี่ยวกับ ตลท.ที่จะเอื้อให้บริษัทใดบริษัทหนึ่ง ซึ่งโบรกฯ มีหน้าที่บริหารจัดการความเสี่ยงของตัวเอง เช่น หลักประกันลดลงไปต่ำถึงระดับ Call Margin ที่ 35% หรือเมื่อหลักประกันลดต่ำถึงระดับที่ต้อง Forced Sell ที่ 25% ซึ่งหากโบรกฯไม่ยอมปฏิบัติตาม เราก็จะลงโทษสมาชิก”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตลท. เกาะติดเจรจาภาษีทรัมป์ ยันมีมาตรการรับมือตลาดผันผวน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...