โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ระบบสุดยอดความขี้เกียจ

นิยาย Dek-D

อัพเดต 26 พ.ค. 2567 เวลา 02.38 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2567 เวลา 02.38 น. • LuChen
เจมส์ ชายหนุ่มอายุ 18 ปีย่าง 19 ปีนักศึกษามหาลัยแห่งหนึ่งทางอีสานตอนใต้ที่มีนิสัยขี้เกียจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขาขี้เกียจมากถึงมากที่สุดจนระบบสุดยอดความขี้เกียจนั้นต้องเลือกเขามาเป็นโฮสต์เจ้าของระบ

ข้อมูลเบื้องต้น

เจมส์ชายหนุ่มนักศึกษามหาลัยปีหนึ่งที่กำลังนอนขี้เกียจอยู่บนที่นอนในหอพัก โดยในวันนี้เขานั้นมีเรียนแต่เขาไม่ไปเพราะความขี้เกียจของเขา

แต่ในขณะที่เขากำลังนอนเล่นดูทีวีและเปิดโทรศัพท์เลื่อนดูกระดานฟีดในแอปพลิเคชั่นสื่อสังคมออนไลน์อยู่นั้น อยู่ๆในหัวของเขาก็มีเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น

[ดิง! ระบบทำการอัพโหลดเสร็จสิ้น ยินดีต้อนรับโฮสต์เข้าสู่ระบบสุดยอดความขี้เกียจ]

“อะไร เกิดอะไรขึ้น อย่าบอกนะว่านี่คือระบบในตำนานที่ว่า”

เจมส์ที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบก็ลุกพรวดพราดขึ้นยืน ก่อนที่จะพูดกับตนเองด้วยความตื่นเต้น

…………………………..

ตัวละคร

พระเอก เจมส์ อายุ 18 ปีย่าง 19 ปี เป็นนักศึกษามหาลัยปี 1 ของมหาลัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รหัส 66XXXXXXXX คณะวิศวกรรมศาสตร์

ระบบสุดยอดความขี้เกียจ

“เฮ้ย! ไอ้เจมส์อยู่ไหนวะ ทำไมไม่มาเรียน”

“อยู่ห้องน่ะ พอดีรู้สึกไม่สบายนิดหน่อย ตอนนี้เหนื่อยและง่วงมาก ขอนอนพักก่อนนะ ถ้าลาได้ลาอาจารย์ให้ด้วย”

ไม่รอให้เพื่อนปฏิเสธตัวของเจมส์ก็วางสายและเปลี่ยนช่องทีวี ก่อนที่จะเปิดโน้ตบุ๊กของตัวเองขึ้นมาแล้วเริ่มที่จะหาหนังดู

แต่เลื่อนไปสักพักเขาก็หาหนังที่จะดูไม่ได้และขี้เกียจที่จะดูหนังแล้วเขาเลยเปลี่ยนไปฟังเพลง ซึ่งก็เหมือนเดิมเพราะเลือกเพลงไม่ได้และขี้เกียจเลือกแล้วสุดท้ายเขาก็ไม่ได้ทำอะไรเพราะความขี้เกียจเลยเลือกที่จะนอนดีกว่า

โดยเขานั้นไม่ได้นอนเพราะพิษไข้แต่อย่างใดเพราะเขานั้นไม่ได้เป็นไข้เลยสักนิด ส่วนเรื่องที่บอกว่าเป็นไข้กับเพื่อนไปนั้นก็เพราะว่าขี้เกียจไปเรียนเลยเลือกที่จะโกหกออกไปนั่นเอง

ซึ่งเรื่องนี้เพื่อนๆนั้นก็รู้อยู่ว่าเจมส์นั้นขี้เกียจมาเรียนก็เท่านั้นแต่ที่โทรตามเพราะเป็นเพื่อนสนิทและอาจารย์บอกให้โทรตามเพื่อนที่ยังไม่มาเรียนให้มาเรียนเนื่องจากท้ายคาบมีสอบ

ถ้าเกิดว่าไม่มาสอบจะเสียคะแนนไปทันที 5 คะแนนซึ่ง 5 คะแนนนี่ถือว่าเยอะมากเลยทีเดียวแต่แน่นอนว่าด้วยความขี้เกียจของเจมส์เขาจึงไม่ได้สนใจคะแนนเลยด้วยซ้ำและเขาไม่คิดว่าตนเองจะเรียนจบคณะนี้อยู่แล้ว

แม้แต่คณะอื่นเขาก็ไม่ได้คิดว่าตนเองนั้นจะเรียนจบเช่นกัน ที่เขามาเรียนนี่ก็เพราะพ่อแม่บอกให้เรียนเพียงเท่านั้น

ส่วนฐานะทางครอบครัวที่บ้านของเจมส์นั้นก็ไม่ได้ถือว่าดีมากแต่ก็ไม่ได้เลวร้านอะไร การอยู่ทั้งปีแบบไม่ฟุ่มเฟือยจึงไม่ใช้ปัญหาใหญ่อะไรที่ต้องทำให้คิดหนัก

แน่นอนว่าการไม่ฟุ่มเฟือยเลยก็คงเป็นไปไม่ได้เพราะทุกคนต่างก็มีของที่อยากได้ซึ่งเจมส์ก็เช่นกัน

ถึงอย่างนั้นก็โชคดีอยู่อยากหนึ่งที่เจมส์นั้นอยากได้ก็จริงแต่เขาดันขี้เกียจเกินไปที่จะไปทำอะไรเพื่อมันแม้แต่การขอพ่อแม่หรือเอาแต่ใจเรียกร้องขอสิ่งที่อยากได้เขาก็ไม่ทำเพราะเขาขี้เกียจเกินไปที่จะทำสิ่งเหล่านั้น

ด้วยเหตุนี้เองในสายตาคนอื่นเจมส์ออกจะดูประหลาดอยู่บ้างที่มีนิสัยขี้เกียจจนเกินไปแบบนี้

[ดิง!]

ในขณะที่เจมส์กำลังนอนเล่นอยู่นั้นอยู่ดีๆเขาก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นซึ่งในตอนแรกเขานึกว่าเสียงแจ้งเตือนที่เขาได้ยินนั้นดังออกมาจากโทรศัพท์ของเขา

แต่พอเจมส์เอาโทรศัพท์ของเขาขึ้นมาดูเขากลับเห็นว่าไม่มีการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชั่นโชว์อยู่บนหน้าจอของเขา

เห็นแบบนั้นเจมส์ก็รู้สึกงุนงงเล็กน้อยก่อนที่จะไม่สนใจเพราะคิดว่าตนเองหูฝาดไปเองหรือไม่ก็หลอนไปเองมากกว่า

[ดิง! แจ้งเตือนการการติดตั้งระบบสุดยอดความขี้เกียจ]

[กำลังทำการติดตั้ง เมื่อติดตั้งเสร็จระบบจะแจ้งเตือนอีกครั้งคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงโดยประมาณ]

“นั่นใครน่ะ”

เจมส์ที่อยู่ๆก็ได้ยินเสียงคนพูดดังขึ้นมาให้ตัวเขาได้ยินก็ได้แต่ตะโกนถามขึ้นด้วยความสงสัย แต่เมื่อนึกย้อนกลับไปคิดดูดีๆเสียงที่เขาได้ยินมันกลับไม่ใช่เสียงที่ดังอยู่ข้างนอกแต่เป็นเสียงที่ดังขึ้นอยู่ในหัวของเขานั่นเอง

“เสียงดังในหัว ระบบอย่างนั้นเหรอ อย่าบอกนะว่าเป็นระบบในตำนานอย่างที่เขาว่ากัน”

เจมส์ที่คิดไปคิดมาและนึกถึงเรื่องระบบที่เขาเคยอ่านในนิยายออนไลน์หรือหนังสือนิยายนั้นก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แสดงความตื่นเต้น

ก่อนที่หลังจากนั้นเขาจะเฝ้ารอให้เวลาล่วงเลยผ่านไปจนครบ 1 ชั่วโมงตามที่เขาได้ยินเสียงแจ้งเตือนเพื่อที่เขานั้นจะได้รู้ว่าตนเองฝันไปหรือไม่

[ดิง! การติดตั้งระบบเสร็จสิ้น]

[สวัสดีโฮสต์ ยินดีที่ได้รู้จัก ก่อนอื่นระบบขอแนะนำตัวก่อนว่าระบบคือระบบสุดยอดความขี้เกียจ คนที่จะเป็นเจ้าของระบบได้นั้นถูกคัดเลือกมาเป็นอย่างดีว่าต้องเป็นคนที่สามารถนอนอยู่บนที่นอนไม่ว่าจะหลับหรือตื่นอยู่ก็ตามได้นานกว่า 2,000 ชั่วโมงภายในระยะเวลา 3 เดือน]

[นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขอีกมากมายซึ่งระบบไม่สามารถบอกได้ แต่โปรดมั่นใจว่าตอนนี้โฮสต์นั้นคือเจ้าของระบบแล้ว]

หลังจากผ่านไปครบ 1 ชั่วโมงเจมส์ก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในหัวซึ่งเป็นเสียงแจ้งเตือนของระบบที่แจ้งเตือนตัวของเจมส์ว่าระบบนั้นติดตั้งเสร็จสิ้นแล้วแถมยังอธิบายรายละเอียดต่าง ๆอีกด้วย

เจมส์ที่นั่งฟังจนจบก็ไม่ได้ข้อสรุปมากมายอะไรนักนอกจากว่าตลอด 3 เดือนที่ผ่านมานั้นเขานอนอยู่บนเตียงมากกว่าใช้ชีวิตข้างนอก

ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องจริงเพราะอาหารที่เจมส์กินนั้นก็เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วยเท่านั้น ทำให้เขาไม่ต้องออกจากห้องไปซื้ออาหารแต่อย่างใด

จะมีที่จะต้องออกจากห้องไปก็แค่จัดการเรื่องบางอย่างหรือไปซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาเตรียมไว้ก็เท่านั้นนอกจากนั้นก็ไม่ทำอะไรเลย

ส่วนภายในห้องของเจมส์นั้นก็ถือว่าสะอาดอยู่เพราะเขานั้นเก็บเป็นที่เป็นทางและเอาขยะออกไปทิ้งทุกๆวันซึ่งนี่เป็นสิ่งเดียวที่เจมส์ทำอยู่ทุกๆวันไม่ขาด

โดยสาเหตุที่เขาทำอย่างนี้ได้ก็เพราะความขี้เกียจเนื่องจากถ้าเขาปล่อยให้ห้องรกก็ต้องเก็บและการเก็บห้องที่รกมันใช้เวลานานซึ่งมันรบกวนเวลานอนเล่นบิดขี้เกียจของเขา

ทำให้นี่เลยเป็นสิ่งเดียวที่เจมส์ทำอยู่เป็นกิจวัตรประจำวันนอกจากกินและนอนนั่นเอง

กลับมาที่ปัจจุบันหลังจากที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้วตัวของเจมส์เองก็ตั้งตารอภารกิจที่เขาจะได้รับทันที แต่ตั้งตารอไปได้สักพักเขาก็ล้มเลิกความคิดนี้ไปเนื่องด้วยความขี้เกียจของเขาทำให้เขานั้นไม่คิดที่จะไปทำภารกิจแต่อย่างใด

[โฮสต์ไม่ต้องคิดมากเรื่องภารกิจ ภารกิจที่ระบบมอบให้จะตอบสนองความขี้เกียจของโฮสต์แน่นอน]

เหมือนกับว่ารู้ความคิดของเจมส์ตัวของระบบก็ได้พูดถึงเรื่องภารกิจออกมาก่อนที่จะมอบภารกิจให้กับเจมส์

[ดิง! แจ้งเตือนภารกิจ]

[ภารกิจใหม่ นอนอยู่บนเตียง 3 ชั่วโมง รางวัลภารกิจ เงิน 10,000 บาท บทลงโทษ ไม่มี]

เจมส์ที่กำลังขี้เกียจทำภารกิจอยู่นั้นและยังคงไม่เชื่อในสิ่งที่ระบบบอกแต่อย่างใด จนเมื่อมาเห็นเนื้อหาภารกิจตัวของเจมส์ก็เริ่มที่จะเชื่อแล้วว่าระบบนั้นไม่ได้หลอกเขา

“โอเคเลยถ้าแบบนี้ นอนอยู่บนเตียง 3 ชั่วโมงไม่ใช่ปัญหา”

เจมส์เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนที่หลังจากนั้นเขาจะนอนหลับไป 3 ชั่วโมงกว่าถึงจะตื่นขึ้นมา โดยหลังจากที่ตื่นขึ้นมาเขาก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

[ดิง! แจ้งเตือนภารกิจสำเร็จ รางวัลถูกส่งมอบเรียบร้อย]

หลังจากเสียงแจ้งเตือนจากระบบจบลงเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ของเจมส์ก็ดังขึ้น ซึ่งเจมส์ที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก่อนที่จะเห็นว่ามีแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีจำนวน 10,000 บาทจริงๆ

“ระบบ ไม่ใช่ว่าไม่รู้นะ น่าจะไม่ต่างจากนิยายที่เคยอ่านแต่ว่าฉันอยากจะถามอยู่ดีว่าเงินนี่จะมีปัญหาไหม”

[แน่นอนว่าไม่มีปัญหา เรื่องเงินที่โอนเข้าบัญชีหรือรางวัลที่โฮสต์จะได้ต่อจากนี้ไปล้วนแล้วแต่ถูกทำอย่างถูกกฎหมายของทุกประเทศบนโลกนี้ทั้งสิ้น แถมยังเป็นเงินที่ถูกหักภาษีแล้วเรียบร้อย เพราะฉะนั้นโฮสต์ไม่ต้องกังวลเลยสักนิด]

ได้ยินแบบนั้นเจมส์ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนที่เขาจะมีความสุขไปกับเงินที่ได้และต้องการที่จะซื้อของที่เขาอยากได้อย่างเช่นเครื่องเล่นเกมหรือไม่ก็คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องใหม่ที่สามารถเล่นเกมได้

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มีเงินอยู่แค่ 10,000 บาทกับอีก 300 บาทที่เป็นเงินของเขาเองที่เหลือค้างอยู่ในบัญชี ส่วนเงินสดนั้นเขาเหลือเพียง 50 บาทเพียงเท่านั้น

ซึ่งเงินจำนวนแค่นี้ซื้อสิ่งที่เขาอยากจะได้ไม่ได้แน่นอนถ้าเป็นมือ 1 ละก็นะ แต่ด้วยความขี้เกียจของเจมส์และความเบื่อง่ายของเขาทำให้เขารู้ตัวดีว่าตนเองเล่นไม่ได้นานหรอกเพราะฉะนั้นเขาจึงตัดสินใจซื้อมือ 2 มาก็พอ

คิดได้ดังนั้นเจมส์ก็รีบทำตามความคิดของเขาทันทีโดยที่เขานั้นไม่จำเป็นต้องหาข้อมูลมากแค่เข้าไปในแอปพลิเคชั่นซื้อขายออนไลน์ก่อนที่จะเลือกร้านที่แอปพลิเคชั่นแนะนำแล้วกดสั่งซื้อทันที

“ระบบ มีภารกิจอะไรอีกไหม”

เมื่อเห็นว่าเงินตัวเองร่อยหรอลงไปแล้วเจมส์จึงรีบสอบถามระบบเพื่อที่เขาจะได้มีเงินใช้เพิ่มขึ้นทันที

[ดิง! แจ้งเตือนภารกิจใหม่]

[ภารกิจใหม่ ให้คนมาอาบน้ำให้ 1 ครั้ง รางวัลภารกิจ 50,000 บาท บทลงโทษ โฮสต์จะไม่สามารถอาบน้ำได้ 1 เดือนหากทำภารกิจไม่สำเร็จ]

ได้ยินเสียงแจ้งเตือนของภารกิจทางด้านเจมส์ก็ชะงักไปทันที เพราะภารกิจนี้เป็นภารกิจที่ออกจะน่าเขินอายอยู่บ้างสำหรับชายโสดอย่างเขา

“เอ่อ ระบบ แบบนี้มันดูออกจะ……”

[โฮสต์ไม่ต้องคิดมาก ให้แฟนของโฮสต์มาอาบให้ก็จบ หรือไม่ก็ยอมไม่อาบน้ำ 1 เดือนเท่านั้น]

“แต่ฉันไม่มีแฟน”

[ถ้าอย่างนั้นโฮสต์ก็แค่ไม่อาบน้ำ 1 เดือนก็พอ]

เจมส์ที่ได้ยินแบบนั้นก็ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี และถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนที่ขี้เกียจแต่อย่างน้อยๆเขาก็ยังอาบน้ำวันล่ะ 1 ครั้ง

ซึ่งเขาเคยไม่ลองไม่อาบน้ำแล้วใน 1 วันแต่เขาอยู่ไม่ได้จริงๆ เพราะฉะนั้นการที่จะไม่อาบน้ำ 1 เดือนนี้เป็นไปไม่ได้สำหรับเขาแน่นอน

แต่จะให้เขาทำตามที่ระบบบอกมันก็ยังไงๆอยู่เพราะเขานั้นไม่มีแฟนและจะให้เพื่อนผู้ชายมาอาบให้ก็ยังไงๆอยู่

ตืดๆ!!!

ในขณะที่เจมส์กำลังคิดหนักอยู่นั้นโทรศัพท์ของเขานั้นก็มีคนโทรเข้ามา ซึ่งคนที่โทรเข้ามานั้นก็ไม่ใช่ใครเป็นเพื่อนของเขาที่โทรมาเมื่อเช้าเพื่อตามเขาไปเรียนนั่นเอง

“ว่าไงไอ้บิ๊ก ขอบคุณมากสำหรับวันนี้ที่ลาให้”

“ลากับผีนิ แกก็รู้ว่าต้องใช้ใบรับรองแพทย์ ลาไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้นแกไปหาซื้อใบรับรองแพทย์มาเลย”

“เออๆ ไม่ใช่ปัญหา ว่าแต่แกโทรมาแค่เรื่องนี้ใช่ไหม”

“ไม่ใช่ แกจำสัญญาที่เราคุยกันได้ไหม”

“สัญญาอะไรอย่างนั้นเหรอ”

ภารกิจสำเร็จ

“สัญญาอะไรอย่างนั้นเหรอ”

เจมส์เอ่ยถามบิ๊กด้วยความงุนงงและไม่เข้าใจ เนื่องจากว่าเขาลืมจริงๆว่าตนเองสัญญาอะไรไว้กับบิ๊กกันแน่

“วันนี้เราจะไปเปิดประสบการณ์กันยังไงล่ะ”

“เปิดประสบการณ์อะไร”

“ไปอาบน้ำที่อาบอบนวดยังไงล่ะ”

“อะไรนะ”

เมื่อได้ยินคำพูดของบิ๊กทางด้านเจมส์ก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะนึกได้ว่าเขานั้นสัญญาแบบนั้นกับบิ๊กไว้จริงๆ แถมเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เจมส์ปฏิเสธบิ๊กยังได้เก็บเงินกับเจมส์ไปแล้วด้วย

โดยราคาที่บิ๊กเก็บไปจากเจมส์นั้นคือ 500 บาทส่วนเงินที่เหลือนั้นบิ๊กจะเป็นคนออกให้เอง

“ไปอาบอบนวดยังไงล่ะแกสัญญาไว้แล้วนะอย่าลืม”

“ไม่ลืมๆ แต่เขาไปกันแต่กลางวันแบบนี้เลยเหรอ”

“ไม่รู้สิ แต่ไปก่อนดีกว่าถ้าไม่เปิดก็หานั่งเล่นที่ร้านเกมรอ”

“เออ ๆ ได้ ขออาบน้ำก่อน”

เจมส์ตกลงอย่างว่าง่ายซึ่งการตอบตกลงของเจมส์นั้นก็สร้างความงุนงงให้กับบิ๊กเป็นอย่างมาก เนื่องจากบิ๊กนั้นคิดไว้แล้วว่าเจมส์ต้องปฏิเสธแน่นอนและเขาก็ได้เตรียมคำหว่านล้อมมามากมาย

แต่เจมส์กลับตอบตกลงโดยง่ายเสียอย่างนั้นทำให้บิ๊กคิดว่าเจมส์อาจจะเป็นไข้จริงๆ พอป่วยแล้วสมองกลับกลายเป็นคนไม่ขี้เกียจแล้ว

ส่วนทางด้านเจมส์นั้นที่เขาตอบตกลงก็เพราะโอกาสที่จะทำภารกิจสำเร็จมาอยู่ตรงหน้าแล้ว เพราะฉะนั้นเขาต้องรีบคว้าเอาไว้

ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดว่าเขานั้นต้องไปคนเดียวเขาคงไม่มีทางไปในที่แบบนี้แน่นอน แต่ไม่ใช่เพราะว่าเขาเขินอายอย่างเดียวถึงไม่ไป เขานั้นขี้เกียจด้วยเลยไม่ไปนั่นเอง

เวลาล่วงเลยผ่านไปอีก 1 ชั่วโมงตอนนี้เจมส์ก็เตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว ส่วนบิ๊กก็ขับรถมาถึงหน้าหอพักของเจมส์แล้วเช่นกัน

“เสร็จยัง ฉันมาถึงแล้วนะ”

“เสร็จๆแล้วๆ กำลังลงไป”

หลังจากที่บิ๊กมาถึงที่หอพักของเจมส์ก็รีบโทรหาเจมส์ทันที ซึ่งตัวของเจมส์ก็รับสายก่อนที่หลังจากนั้นพวกเขาทั้ง 2 คนก็มาเจอกันแล้วจึงออกเดินทางกัน

การเดินทางในครั้งนี้พวกเขาเดินทางด้วยรถยนต์ของบิ๊ก ซึ่งนี่เป็นรถของพ่อของบิ๊กไม่ใช่รถของบิ๊กแต่อย่างใด

เมื่อทั้ง 2 คนออกจากหอพักมาก็ใช้เวลาประมาณอีกเกือบ 1 ชั่วโมงก่อนที่จะมาถึงอาบอบนวดในที่สุด โดยหลังจากที่มาถึงทั้ง 2 คนตอนนี้นั้นรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก หัวใจของพวกเขานั้นเต้นแรงราวกับว่าจะกระเด้งกระดอนออกมาจากหน้าอกของพวกเขาอย่างไรอย่างนั้น

“มั่นใจนะ”

เจมส์เอ่ยถามบิ๊กอีกครั้งซึ่งบิ๊กก็พยักหน้ารับก่อนที่จะเลี้ยวรถเข้าไปข้างใน ซึ่งเมื่อเลี้ยวรถเข้าไปก็มีพนักงานรักษาความปลอดภัยคอยโบกรถอำนวยความสะดวกให้

“จอดตรงนี้เลยครับ จอดเลยครับ”

บิ๊กที่เห็นแบบนั้นก็ขับรถไปจอดตามที่พนักงานรักษาความปลอดภัยบอก จนเมื่อจอดรถเสร็จเขาก็นำเงินออกมา 100 บาทเพื่อมอบให้พนักงานรักษาความปลอดภัย

ด้านพนักงานรักษาความปลอดภัยก็รับเงินจำนวน 100 บาทมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะรีบพาเจมส์กับบิ๊กเข้าไปข้างใน

“ลูกค้า 2 คน หนุ่ม ๆ เอ๊าะ ๆ”

หลังจากที่เข้ามาที่ด้านในของร้านแล้วพนักงานรักษาความปลอดภัยก็รีบพูดขึ้น ซึ่งทางด้านพนักงานที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์ที่ได้ยินคำพูดของพนักงานรักษาความปลอดภัยก็พยักหน้ารับก่อนที่จะหันไปมองเจมส์กับบิ๊ก

ส่วนตัวของพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เห็นว่าพนักงานที่เคาน์เตอร์รับลูกค้าแล้วก็เดินออกจากร้านไปประจำลานจอดรถเช่นเคย

“สวัสดีจ้ะน้อง มากัน 2 คนใช่ไหมจ้ะ”

“ครับ”

“ต้องการบริการแบบไหนอย่างนั้นเหรอ อาบอบนวดหรืออาบอบนาบ”

“อาบอบนวดครับ”

“โอเคจ้ะ”

พนักงานต้อนรับเมื่อได้ยินคำตอบของบิ๊กก็พยักหน้ารับก่อนที่จะยกหูโทรศัพท์ที่อยู่ที่เคาน์เตอร์ขึ้นแล้วโทรออกหาใครบางคน

ส่วนเจมส์กับบิ๊กตอนนี้นั้นภายนอกเหมือนจะสงบแต่ภายในใจนั้นเต้นแรงเป็นอย่างมาก แถมฝามือของพวกเขานั้นยังชุ่มไปด้วยเหงื่อซึ่งพวกเขาพยายามที่จะซ่อนมันเอาไว้

แต่ถึงอย่างนั้นตัวของพนักงานที่เคาน์เตอร์ก็มองออกอยู่ดี ก่อนที่หลังจากนั้นไม่นานก็ได้มีพนักงาน 2 คนมาพาตัวของเจมส์กับบิ๊กเข้าไปในห้องอาบน้ำ

“ตามน้องๆพนักงานของเราเข้าไปได้เลยนะจ้ะ ส่วนบริการต้องการอะไรก็บอกน้องเขาได้เลยนะ”

ได้ยินแบบนั้นเจมส์กับบิ๊กก็พยักหน้ารับก่อนที่จะเดินตามพนักงาน 2 คนที่มานำทางพวกเขาไปทันที โดยสถานที่แรกนั้นเป็นห้องอาบน้ำซึ่งที่นี่พวกเขาต้องอาบเอง

ก่อนที่หลังจากอาบเสร็จพนักงานก็ไปลงอ่างแล้วพนักงานทั้ง 2 คนที่เดินนำพวกเขามาก็มาอาบให้ที่อ่าง ซึ่งเจมส์ก็ไม่รู้ว่าปกติมันเป็นอย่างนี้ไหม

แต่ในเมื่อพนักงานทั้ง 2 คนทำแบบนี้ให้กับเขาและบิ๊กทำให้เจมส์ไม่ได้คิดมากอะไร ซึ่งในความจริงสิ่งที่พนักงานทั้ง 2 คนทำนั้นเป็นบิ๊กที่เลือกโปรแกรมเองทั้งสิ้น

ก่อนที่หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วพนักงานทั้ง 2 คนก็พาเจมส์กับบิ๊กไปต่อที่ห้องอบซาวน่า จนเมื่ออบเสร็จค่อยเข้าห้องนวดเป็นขึ้นตอนสุดท้าย

โดยเจมส์นั้นไม่ได้สนใจอะไรเลยในตอนนี้นอกจากเสียงแจ้งเตือนของระบบ เพราะทันทีที่อาบน้ำเสร็จเสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นทันที

[ดิง! แจ้งเตือนภารกิจสำเร็จ ของรางวัลถูกส่งมอบเป็นที่เรียบร้อย]

เจมส์ที่ได้ยินแบบนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะหยิบโทรศัพท์มาเปิดดูได้เพราะโทรศัพท์ไม่ได้อยู่กับเขาแต่อยู่ในล็อกเกอร์ตรงหน้าทางเข้าห้องอาบน้ำนั่นเอง

ผ่านไป 2 ชั่วโมงหลังจากที่เข้ามาในอาบอบนวดซึ่งกิจกรรมทุกๆอย่างก็เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“โอ้ย! สบายตัว”

“สบายตัวทำไมต้องร้องโอ้ยด้วยล่ะ”

“นี่ไอ้เจมส์อย่ามากวนได้ไหม ว่าแต่เป็นยังไงมาอาบอบนวดครั้งแรก”

“พูดอย่างกับแกไม่ใช่ครั้งแรก”

“เออนั่นแหละ ว่าแต่รู้สึกยังไง รู้สึกดีใช่ไหมเห็นแกยิ้มแฉ่งเชียว”

“แน่นอน แต่ฉันไม่ได้รู้สึกดีเพราะเรื่องนั้นหรอก ไปกินชาบูปะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง”

“นี่แกไข้ขึ้นสมองจนสมองกลับจริงๆใช่ไหม ทั้งยอมมาอาบอบนวดง่ายๆทั้งชวนฉันไปกินชาบูแบบนี้”

บิ๊กเอ่ยถามด้วยความสงสัยพร้อมกับเอาหลังมือไปแตะที่หน้าผากของเจมส์ ซึ่งเจมส์ที่เห็นแบบนั้นก็ปัดออกอย่างรวดเร็ว

“จะกินไม่กิน ถ้าไม่กินก็กลับ”

“เออ กินๆ”

หลังจากนั้นทั้ง 2 คนก็พากันไปกินชาบูที่ร้านเดิมที่พวกเขาเคยกินประจำ แต่ในขณะที่กำลังกินอยู่นั้นทางด้านบิ๊กก็ได้รับสายโทรศัพท์พ่อของเขา

“คับพ่อ”

บิ๊กตอบรับได้เพียงคำเดียวเท่านั้นก่อนที่จะหน้าเปลี่ยนสี แล้วหลังจากนั้นเขาก็หันหน้าไปหาเจมส์พร้อมกับยิ้มแห้งๆ

“เอ่อ….เจมส์ ฉันต้องกลับบ้านด่วนว่ะ ฉันคงไม่ได้ไปส่งแกแล้ว”

“เกิดอะไรขึ้น แต่เรื่องไปส่งไม่ต้องคิดมากเดี๋ยวฉันกลับเองได้ไม่มีปัญหา”

“ขอโทษด้วยจริงๆ พอดีพ่อกับแม่ของฉันทะเลาะกันเรื่องที่พ่อของฉันเข้าอาบอบนวดแล้วแม่ของฉันเห็น”

หลังจากนั้นบิ๊กก็ไม่ได้เล่าอะไรต่อแต่เจมส์ก็เข้าใจได้ว่าแม่ของบิ๊กน่าจะเข้าใจผิดจนเกิดเป็นเรื่องราวขึ้นมา เพราะคนที่เข้าอาบอบนวดเป็นบิ๊กไม่ใช่พ่อของเขา

หลักฐานก็คือรถที่บิ๊กใช้เดินทางในวันนี้นั่นเอง ซึ่งหลังจากที่เข้าใจตรงกันแล้วบิ๊กก็ขอตัวกลับไปที่บ้านของเขาก่อน ส่วนตัวของเจมส์ก็นั่งทานชาบูต่อและจ้องมองไปที่ภารกิจใหม่ของระบบ

[ดิง! แจ้งเตือนภารกิจใหม่]

[ภารกิจใหม่ กลับหอพักด้วยหนทางที่สบายที่สุดเพื่อแสดงออกถึงความขี้เกียจของโฮสต์ รางวัลภารกิจ ทักษะวิชาแคลคูลัส 1 บทลงโทษ โดนริบเงิน 50,000 บาท]

เจมส์ที่เห็นเนื้อหาภารกิจก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว เงิน 50,000 บาทที่เขาพึ่งได้มากำลังจะถูกริบไปทั้งๆที่เขาพึ่งได้มาเมื่อไม่นานมานี้เอง

แบบนี้เขาไม่มีทางยอมแน่นอนเพราะฉะนั้นเขาจะต้องหาทางกลับหอด้วยวิธีที่สะดวกสบายมากที่สุดเท่านั้น

คิดอยู่นานสองนานระหว่างนั้นก็กินไปด้วยจนในที่สุดเจมส์ก็เห็นรถรับจ้างอยู่หน้าร้านชาบู เห็นแบบนั้นเจมส์ก็ตัดสินใจเดินออกจากร้านไปทันที

“ลุงครับช่วยไปส่งผมที่หอพักหน่อยได้ไหมครับผมให้ 1,000 บาท”

หลังจากที่เดินออกมาแล้วเจมส์ก็พูดกับลุงคนขับรถตู้วีไอพีทันที ซึ่งทางด้านลุงคนขับรถตู้เมื่อได้ยินคำพูดของเจมส์ก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไปก่อนที่จะมองหน้าของเจมส์ด้วยความสงสัย

“ให้จริงเหรอ ว่าแต่หอพักอยู่ที่ไหน”

“ให้จริงครับ อยู่แถวมหาลัย UB ครับ”

“โอเคตกลง”

เมื่อเห็นว่าเจมส์นั้นจะให้เงินจริงๆทางด้านลุงเจ้าของรถก็ตอบตกลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเจมส์ที่เห็นแบบนั้นก็รีบกลับเข้าไปจ่ายเงินในร้านทันที

“เอ่อ ผมขอจ่ายเงินแล้วเอาเงินสดให้ผมหน่อยได้ไหมครับ”

“ได้ค่ะ เท่าไหร่คะ”

“สัก 1,000 บาท ไม่สิ 2,000 บาทดีกว่าครับ”

“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา”

ก่อนที่หลังจากนั้นเจมส์จะโอนเงินไป 2,700 บาท แล้วเขาก็ได้เงินสดมา 2,000 บาทตามที่ต้องการ

โดยหลังจากที่ได้เงินและจัดการเรื่องค่าชาบูเรียบร้อยเจมส์ก็เดินไปที่รถตู้ก่อนที่หลังจากนั้นจะมอบเงินให้คุณลุงไป 1,000 บาท

ทางด้านคุณลุงที่เห็นเงินก็ยิ้มออกมาก่อนที่จะรับเงินมาจากเจมส์แล้วพาเจมส์ขึ้นรถตู้ของเขา แล้วหลังจากนั้นลุงก็พาเจมส์เดินทางกลับหอด้วยรถตู้วีไอพีสุดหรูที่มีเพียงเจมส์เท่านั้นที่นั่งอยู่คนเดียวบนเบาะปรับไฟฟ้าที่มีฟังก์ชันนวดและให้ความเย็นสบายอยู่ด้วย

เวลาล่วงเลยผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมงในที่สุดเจมส์ก็กลับมาถึงหอพักของเขา ซึ่งเมื่อมาถึงหอพักเขาก็ได้มอบเงินให้กับลุงอีก 1,000 บาท

“ลุงขับดีมาก ผมขอเบอร์หน่อยได้ไหม เผื่อว่าผมอยากไปไหนหรือผมอยู่ในตัวเมืองอีกผมจะให้คุณลุงมาส่ง”

“ได้เลย”

คุณลุงที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาพร้อมกับมอบเบอร์ของตนเองให้กับเจมส์ก่อนที่เขานั้นจะจากไป ส่วนเจมส์ก็เดินกลับขึ้นหอพักของตัวเองด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนภารกิจของระบบว่าเขาทำมันสำเร็จแล้ว

ผมขี้เกียจ

หลังจากที่กลับมาถึงหอพักทางด้านเจมส์ก็รีบสำรวจตัวเองทันที เนื่องจากเขานั้นสงสัยว่าระบบจะมอบทักษะวิชาแคลคูลัส 1 ให้เขายังไง

“ระบบ นายจะส่งมอบรางวัลให้ฉันยังไง”

[เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ระบบจะส่งข้อมูลองค์ความรู้เกี่ยวกับแคลคูลัส 1 เข้าสู่สมองของโฮสต์เองตอนที่โฮสต์กำลังนอนหลับ]

“อย่างนั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหา ว่าแต่ภารกิจต่อไปคืออะไรอย่างนั้นเหรอ”

[ไม่มีแล้ว สำหรับโฮสต์ในตอนนี้สามารถรับภารกิจสุดยอดความขี้เกียจได้ 3 ครั้งต่อวันเพียงเท่านั้น]

“อ้อ โอเค ถ้าอย่างนั้นฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม”

[เชิญโฮสต์ถามได้เลยระบบพร้อมตอบคำถาม แต่ระบบจะตอบแค่คำถามที่ระบบตอบได้เพียงเท่านั้น คำถามไหนที่ระบบตอบไม่ได้หรือไม่เกี่ยวข้องกับระบบ ทางระบบขออนุญาตไม่ตอบคำถาม]

“โอเค เรื่องที่ฉันจะถามก็มีอยู่ว่า ภารกิจที่ระบบออกให้นั้นเกี่ยวข้องกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับฉันในช่วงเวลาต่อมาใช่ไหม”

[เรื่องนั้นทั้งใช่และไม่ใช่ ที่บอกว่าใช่และไม่ใช่ก็เพราะว่าเนื้อหาภารกิจนั้นทั้งขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นกับโฮสต์หรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ ทุกๆอย่างขึ้นอยู่กับการสุ่มของภารกิจซึ่งตัวของระบบมีหน้าที่แค่แจ้งเตือนภารกิจให้กับโฮสต์เพียงเท่านั้น]

[ส่วนเรื่องรางวัลนั้นก็แน่นอนอยู่แล้วว่าขึ้นอยู่กับการสุ่มไม่เกี่ยวกับระบบแต่อย่างใด ระบบนั้นไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าโฮสต์จะได้รางวัลเป็นอะไรแต่ระบบจะกำหนดตัวรางวัลเพื่อไม่ให้รางวัลที่โฮสต์ได้ต่ำไปหรือสูงเกินไปนั่นเอง]

“เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่มีอะไรจะถามแล้ว”

เจมส์ที่ได้รับฟังคำตอบจากระบบก็หมดคำถามไปในทันทีเพราะระบบนั้นตอบคำถามออกมาครอบคลุมสิ่งที่เขาอยากจะรู้ทั้งหมด

[ระบบเข้าใจแล้ว แต่ถ้าเกิดโฮสต์มีข้อสงสัยอะไรโฮสต์สามารถถามระบบได้ตลอดเวลา]

“โอเค”

เมื่อคุยกับระบบเสร็จเจมส์ก็คิดว่าจะนอนเลยเพราะถึงยังไงเขาก็อิ่มแล้ว น้ำก็อาบแล้วเขาคงไม่อาบอีกเพราะถ้าอาบอีกวันนี้เขาคงอาบน้ำไปมากถึง 3 รอบแน่ๆ

ก่อนที่หลังจากนั้นเวลาจะล่วงเลยผ่านไปอีกหลายวัน โดยในหลายวันนี้เจมส์ก็ได้รับภารกิจจากระบบวันละ 3 ภารกิจไม่ขาดไม่เกิด

ซึ่งภารกิจที่ได้นั้นก็ส่งเสริมความขี้เกียจของเจมส์อย่างเต็มที่ อย่างการทำความสะอาดห้องจากที่เจมส์นั้นต้องทำเองก็เปลี่ยนมาจ้างแม่บ้านแทน

โดยแม่บ้านจะรับจ้างทำความสะอาดห้องให้กับเจมส์อาทิตย์ละ 500 บาทซึ่งตัวของแม่บ้านนั้นจะมาอาทิตย์ละครั้ง นอกจากนี้ยังมีพนักงานร้านซักอบรีดที่ได้เงินพิเศษจากการขึ้นมารับเสื้อผ้าหรืออะไรก็ตามที่เจมส์ต้องการซักถึงห้อง

และเจมส์ก็เสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้อาทิตย์ละ 200 บาทไม่รวมค่าซักอบรีด ไม่ใช่แค่นั้นยังมีเรื่องที่เจมส์ต้องไปเรียนแต่ระบบนั้นบอกให้เจมส์นอนอยู่ห้องและได้ทักษะความรู้วิชาที่เขาจะต้องไปเรียน

แน่นอนว่าภารกิจทุกภารกิจเจมส์จัดการทำตามอย่างว่าง่ายและทุกภารกิจก็สำเร็จอย่างสวยงาม

ส่วนเรื่องการไม่ไปเรียนนั้นเจมส์ก็ได้ฝากเพื่อนอย่างบิ๊กเพื่อลา หรือไม่ก็ไปตกลงกับอาจารย์อย่างลับๆด้วยการจ่ายเงินเพื่อให้เขานั้นแค่ไม่ต้องไปเรียนแต่ก็ยังมีสิทธิ์สอบ ไม่ต้องติด F ตั้งแต่ยังไม่สอบปลายภาค

เรื่องนี้ตอนแรกอาจารย์หลายท่านก็ไม่เห็นด้วย แต่เมื่อเงินมันมีจำนวนมากและเรื่องพวกนี้ก็ง่ายๆไม่เหลือบ่ากว่าแรงจึงทำให้เหล่าอาจารย์ยอมให้เจมส์มีสิทธิ์สอบ

การกระทำนี้ดูเหมือนจะไม่ถูกต้องแต่ในสายตาอาจารย์คนไม่มาเรียนอย่างเจมส์ไม่น่าจะสอบผ่านได้ เพราะฉะนั้นพวกเขาเลยปล่อยให้เจมส์สอบนั่นเอง

แต่ถ้าเจมส์ยัดเงินให้กับพวกเขาเพื่อให้ตัวเองสอบผ่านแน่นอนว่าเหล่าอาจารย์ไม่มีทางยอมให้เจมส์จ่ายเงินให้กับพวกเขาแน่นอน

[ดิง! แจ้งเตือนภารกิจใหม่]

[ภารกิจใหม่ การเดินห้างสรรพสินค้าแบบคนขี้เกียจ รางวัลภารกิจ รถ MCD รุ่น G คลาส บทลงโทษ นกเขาไม่ขัน]

ในเช้าวันหนึ่งที่สดใสหลังจากที่เจมส์ตื่นขึ้นมาเขาก็ได้รับเสียงแจ้งเตือนของระบบ ซึ่งเมื่อดูบทลงโทษของภารกิจแล้วนั้นตัวของเจมส์ถึงกับต้องเอามือไปกุมที่ระหว่างขาของตัวเองพร้อมกับรู้สึกเสียวสันหลังอย่างบอกไม่ถูก

“เกิดอะไรขึ้นระบบ ทำไมบทลงโทษมันรุนแรงขนาดนี้ แล้วอีกอย่างการเดินห้างสรรสินค้าแบบคนขี้เกียจคืออะไร”

เจมส์ได้แต่ถามระบบด้วยความสงสัย เนื่องจากว่าถึงแม้เขานั้นจะขี้เกียจแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เข้าใจว่าการเดินห้างสรรพสินค้าแบบคนขี้เกียจเป็นยังไง

[เรื่องนั้นโฮสต์ต้องหาทางเอาเอง ส่วนระบบมีหน้าที่ประเมินว่าโฮสต์นั้นเดินห้างสรรพสินค้าแบบคนขี้เกียจจริงหรือไม่แค่นั้น ถ้าระบบเห็นว่าโฮสต์สามารถทำได้ภารกิจก็จะสำเร็จ]

“แล้วแบบไหนถึงเรียกว่าทำได้จริง”

[โฮสต์ต้องคิดเอาเอง ระบบมีหน้าที่แค่ประเมินเท่านั้น]

“รู้แล้ว แต่ช่วยบอกหน่อยเถอะว่าต้องทำถึงขั้นไหนแบบไหนยังไง”

[เรื่องนั้นก็ต้องให้ถึงขั้นสุดจนที่ว่าทุกๆคนต่างกันพากันคิดในใจว่าไอ้หมอนี่มันทำอะไรของมัน]

ได้ยินคำตอบของระบบเจมส์ก็ได้แต่อ้าปากค้างพร้อมกับคิดว่าสิ่งที่ระบบบอกนั้นไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลยสักนิด

ก่อนที่หลังจากนั้นเขาจะเลิกสนใจระบบเนื่องจากว่าต่อให้เค้นถามไปยังไงๆเขาก็มั่นใจว่าเขาคงไม่สามารถได้คำตอบที่ดูจะเป็นรูปธรรมจากระบบแน่นอน

สุดท้ายเจมส์ก็ได้แต่มานั่งคิดกับตัวเองขณะที่กำลังใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าทำความสะอาดช่องปากของเขาอยู่ โดยไอ้เจ้าแปรงนี้นั้นได้มาจากภารกิจของเจมส์

ซึ่งจะบอกว่าได้มาจากภารกิจแต่มันก็ไม่ใช่รางวัลของภารกิจแต่อย่างใด แต่มันเป็นตัวภารกิจเองที่ให้เจมส์ซื้อแปรงสีฟันไฟฟ้ามาเพื่อที่ตัวของเจมส์จะไม่ต้องออกแรงแปรงฟันเองก็เท่านั้น

หลังจากคิดอยู่นานจนแปรงฟันเสร็จตัวของเจมส์ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าเขาจะทำยังไงดี แต่โชคดีที่เขาเหลือบไปเห็นทีวีที่เขาเปิดทิ้งไว้เนื่องจากขี้เกียจปิดตั้งแต่เมื่อคืน

โดยในทีวีนั้นกำลังฉายละครเรื่องหนึ่งอยู่ซึ่งตัวละครเอกในเรื่องตอนนี้กำลังเดินห้างสรรพสิ้นค้าแต่ก็คงบอกว่าเดินไม่ได้เนื่องจากเขานั่งอยู่กับที่และให้ร้านมาหาเอง

ตัวละครเอกนั่งอยู่ที่จุดพักกึ่งกลางของห้างก่อนที่จะให้พนักงานแต่ละร้านมาเสนอขายสินค้าให้กับเขา เห็นแบบนั้นเจมส์ก็ได้ไอเดียขึ้นมาทันที

แต่มันก็ต้องพังลงอย่างรวดเร็วเพราะจำนวนเงินที่เขามีอยู่นั้นไม่ไปในทิศทางเดียวกันกับสิ่งที่เขาต้องการกระทำ

ในละครตัวละครเองใช้เงินไปหลาย 10 ล้านบาทแต่เจมส์ตอนนี้มีเงินอยู่ประมาณ 7-8 แสนบาทเพียงเท่านั้น และก็เป็นไปไม่ได้ที่เนมจะใช้จ่ายเงินทั้งหมดนี้เพราะถ้าเขาใช้จ่ายหมดเงิน 7-8 แสนเขาคงจะไม่มีที่เก็บของที่ซื้อมากันพอดี

“เอาไงดี”

เจมส์คิดกับตัวเองก่อนที่จะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเขาแค่ทำคล้ายๆกันแต่ไม่ต้องเหมือนกันเป๊ะๆก็ได้

“เอาแบบนี้แล้วกัน”

คิดได้ดังนั้นเจมส์ก็รีบอาบน้ำก่อนที่จะโทรเรียกลุงคนขับรถตู้วีไอพีให้มารับเขาเพื่อที่จะไปห้างสรรพสินค้าเพื่อทำตามภารกิจของระบบทันที

เวลาล่วงเลยผ่านไปประมาณ 40 นาทีในที่สุดเจมส์ก็มาถึงที่ห้างสรรพสินค้าตามที่ต้องการ โดยสาเหตุที่มาถึงเร็วกว่าครั้งที่เข้าเมืองมากับบิ๊กนั้นเป็นเพราะว่าคุณลุงคนขับรถตู้พามาเส้นรอบเมืองซึ่งติดไฟแดงไม่กี่ครั้งก็ถึง

ซึ่งถ้าถามว่าทำไมถึงเลือกที่จะมาเส้นนี้ทั้งๆที่มันไกลกว่าเส้นที่ตัดผ่านตัวเมืองนั้นก็เป็นเพราะว่าห้างสรรพสินค้ามันอยู่เส้นรอบเมืองนั่นเอง นอกจากนี้แล้วยังหนีรถติดอีกด้วย

“ถึงแล้ว”

“ขอบคุณมากครับลุง เดี๋ยวลุงรอผมสักครู่นะครับ ไม่สิ ลุงเข้าไปด้วยกันเลยดีกว่าเดี๋ยวผมจ้างลุงต่อ”

ได้ยินแบบนั้นลุงคนขับรถตู้ก็ไม่ปฏิเสธก่อนที่หลังจากนั้นเมื่อจอดรถเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้ง 2 คนก็เดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้า โดยคุณลุงนั้นเดินตามเจมส์มาติดๆ

โดยหลังจากที่เดินตามเจมส์มาสักพักคุณลุงก็ได้แต่สงสัยว่าเจมส์นั้นจะซื้ออะไรเพราะเจมส์ไม่สนใจร้านที่เดินผ่านเลยเอาแต่มุ่งตรงไปตรงกลางของห้างสรรพสินค้าอย่างเดียว

“นี่พ่อหนุ่ม เอ็งจะซื้ออะไรอย่างนั้นเหรอ ทำไมลุงไม่เห็นเอ็งสนใจร้านที่พวกเราเดินผ่านมาเลยสักร้าน”

“ไม่รู้เหมือนกันครับ ตอนนี้ยังไม่ได้คิด”

เจมส์เอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม ซึ่งคุณลุงคนขับรถตู้ก็ได้แต่สงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมตัวของเจมส์ถึงบอกมาว่าอย่างนั้น

ก่อนที่หลังจากนั้นเมื่อพวกเขาเดินมาจนถึงตรงกึ่งกลางของห้างสรรพสินค้าเจมส์ก็หาที่นั่งทันที ส่วนคุณลุงก็ไม่ได้นั่งแต่ยืนมองเจมส์ด้วยความสงสัยว่าเจมส์จะทำอะไรต่อไป

“คุณลุงผมจ้างคุณลุง 3,000 บาทไปหาคนมาสัก 10 คน ค่าจ้างคนละ 1,000 บาท”

“หาคนมาทำไม”

“มาช่วยผมซื้อของ”

“มาช่วยเอ็งซื้อของเนี่ยนะ ทำไมเอ็งไม่ซื้อเอง”

“ผมขี้เกียจ ลุงไม่ต้องถามมากหรอกแค่หาคนมาตามที่ผมบอกก็พอลุงก็จะได้เงินไปเลย 3,000 บาทแล้ววันนี้ลุงจะทำเงินได้ 5,000 บาทเป็นอย่างน้อยเลยนะ”

“โอเค”

เมื่อได้ยินจำนวนเงินคุณลุงก็ได้แต่จำใจยอมทำตามที่เจมส์บอกด้วยรอยยิ้มทั้งๆที่ยังงุนงงอยู่แต่ก็ช่วยไม่ได้การที่ได้เงินมา 5,000 บาทใน 1 วันโดยที่ไม่ต้องทำงานหนักนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

แม้กระทั่งต่อให้ทำงานหนักแค่ไหนก็เป็นเรื่องยากจนเกินไปที่จะหาเงินได้ 5,000 บาทใน 1 วันแบบนี้

ก่อนที่หลังจากนั้นเวลาก็ล่วงเลยผ่านไปประมาณ 20 นาทีในที่สุดคุณลุงก็หาคนมาจนครบตามที่เจมส์บอกไว้ซึ่งก็คือ 10 คน

“ครบแล้ว”

“โอเคครับ ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาเริ่มงานกันเลย”

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...