ระบบสุดยอดความขี้เกียจ
ข้อมูลเบื้องต้น
เจมส์ชายหนุ่มนักศึกษามหาลัยปีหนึ่งที่กำลังนอนขี้เกียจอยู่บนที่นอนในหอพัก โดยในวันนี้เขานั้นมีเรียนแต่เขาไม่ไปเพราะความขี้เกียจของเขา
แต่ในขณะที่เขากำลังนอนเล่นดูทีวีและเปิดโทรศัพท์เลื่อนดูกระดานฟีดในแอปพลิเคชั่นสื่อสังคมออนไลน์อยู่นั้น อยู่ๆในหัวของเขาก็มีเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น
[ดิง! ระบบทำการอัพโหลดเสร็จสิ้น ยินดีต้อนรับโฮสต์เข้าสู่ระบบสุดยอดความขี้เกียจ]
“อะไร เกิดอะไรขึ้น อย่าบอกนะว่านี่คือระบบในตำนานที่ว่า”
เจมส์ที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบก็ลุกพรวดพราดขึ้นยืน ก่อนที่จะพูดกับตนเองด้วยความตื่นเต้น
…………………………..
ตัวละคร
พระเอก เจมส์ อายุ 18 ปีย่าง 19 ปี เป็นนักศึกษามหาลัยปี 1 ของมหาลัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รหัส 66XXXXXXXX คณะวิศวกรรมศาสตร์
ระบบสุดยอดความขี้เกียจ
“เฮ้ย! ไอ้เจมส์อยู่ไหนวะ ทำไมไม่มาเรียน”
“อยู่ห้องน่ะ พอดีรู้สึกไม่สบายนิดหน่อย ตอนนี้เหนื่อยและง่วงมาก ขอนอนพักก่อนนะ ถ้าลาได้ลาอาจารย์ให้ด้วย”
ไม่รอให้เพื่อนปฏิเสธตัวของเจมส์ก็วางสายและเปลี่ยนช่องทีวี ก่อนที่จะเปิดโน้ตบุ๊กของตัวเองขึ้นมาแล้วเริ่มที่จะหาหนังดู
แต่เลื่อนไปสักพักเขาก็หาหนังที่จะดูไม่ได้และขี้เกียจที่จะดูหนังแล้วเขาเลยเปลี่ยนไปฟังเพลง ซึ่งก็เหมือนเดิมเพราะเลือกเพลงไม่ได้และขี้เกียจเลือกแล้วสุดท้ายเขาก็ไม่ได้ทำอะไรเพราะความขี้เกียจเลยเลือกที่จะนอนดีกว่า
โดยเขานั้นไม่ได้นอนเพราะพิษไข้แต่อย่างใดเพราะเขานั้นไม่ได้เป็นไข้เลยสักนิด ส่วนเรื่องที่บอกว่าเป็นไข้กับเพื่อนไปนั้นก็เพราะว่าขี้เกียจไปเรียนเลยเลือกที่จะโกหกออกไปนั่นเอง
ซึ่งเรื่องนี้เพื่อนๆนั้นก็รู้อยู่ว่าเจมส์นั้นขี้เกียจมาเรียนก็เท่านั้นแต่ที่โทรตามเพราะเป็นเพื่อนสนิทและอาจารย์บอกให้โทรตามเพื่อนที่ยังไม่มาเรียนให้มาเรียนเนื่องจากท้ายคาบมีสอบ
ถ้าเกิดว่าไม่มาสอบจะเสียคะแนนไปทันที 5 คะแนนซึ่ง 5 คะแนนนี่ถือว่าเยอะมากเลยทีเดียวแต่แน่นอนว่าด้วยความขี้เกียจของเจมส์เขาจึงไม่ได้สนใจคะแนนเลยด้วยซ้ำและเขาไม่คิดว่าตนเองจะเรียนจบคณะนี้อยู่แล้ว
แม้แต่คณะอื่นเขาก็ไม่ได้คิดว่าตนเองนั้นจะเรียนจบเช่นกัน ที่เขามาเรียนนี่ก็เพราะพ่อแม่บอกให้เรียนเพียงเท่านั้น
ส่วนฐานะทางครอบครัวที่บ้านของเจมส์นั้นก็ไม่ได้ถือว่าดีมากแต่ก็ไม่ได้เลวร้านอะไร การอยู่ทั้งปีแบบไม่ฟุ่มเฟือยจึงไม่ใช้ปัญหาใหญ่อะไรที่ต้องทำให้คิดหนัก
แน่นอนว่าการไม่ฟุ่มเฟือยเลยก็คงเป็นไปไม่ได้เพราะทุกคนต่างก็มีของที่อยากได้ซึ่งเจมส์ก็เช่นกัน
ถึงอย่างนั้นก็โชคดีอยู่อยากหนึ่งที่เจมส์นั้นอยากได้ก็จริงแต่เขาดันขี้เกียจเกินไปที่จะไปทำอะไรเพื่อมันแม้แต่การขอพ่อแม่หรือเอาแต่ใจเรียกร้องขอสิ่งที่อยากได้เขาก็ไม่ทำเพราะเขาขี้เกียจเกินไปที่จะทำสิ่งเหล่านั้น
ด้วยเหตุนี้เองในสายตาคนอื่นเจมส์ออกจะดูประหลาดอยู่บ้างที่มีนิสัยขี้เกียจจนเกินไปแบบนี้
[ดิง!]
ในขณะที่เจมส์กำลังนอนเล่นอยู่นั้นอยู่ดีๆเขาก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นซึ่งในตอนแรกเขานึกว่าเสียงแจ้งเตือนที่เขาได้ยินนั้นดังออกมาจากโทรศัพท์ของเขา
แต่พอเจมส์เอาโทรศัพท์ของเขาขึ้นมาดูเขากลับเห็นว่าไม่มีการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชั่นโชว์อยู่บนหน้าจอของเขา
เห็นแบบนั้นเจมส์ก็รู้สึกงุนงงเล็กน้อยก่อนที่จะไม่สนใจเพราะคิดว่าตนเองหูฝาดไปเองหรือไม่ก็หลอนไปเองมากกว่า
[ดิง! แจ้งเตือนการการติดตั้งระบบสุดยอดความขี้เกียจ]
[กำลังทำการติดตั้ง เมื่อติดตั้งเสร็จระบบจะแจ้งเตือนอีกครั้งคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงโดยประมาณ]
“นั่นใครน่ะ”
เจมส์ที่อยู่ๆก็ได้ยินเสียงคนพูดดังขึ้นมาให้ตัวเขาได้ยินก็ได้แต่ตะโกนถามขึ้นด้วยความสงสัย แต่เมื่อนึกย้อนกลับไปคิดดูดีๆเสียงที่เขาได้ยินมันกลับไม่ใช่เสียงที่ดังอยู่ข้างนอกแต่เป็นเสียงที่ดังขึ้นอยู่ในหัวของเขานั่นเอง
“เสียงดังในหัว ระบบอย่างนั้นเหรอ อย่าบอกนะว่าเป็นระบบในตำนานอย่างที่เขาว่ากัน”
เจมส์ที่คิดไปคิดมาและนึกถึงเรื่องระบบที่เขาเคยอ่านในนิยายออนไลน์หรือหนังสือนิยายนั้นก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แสดงความตื่นเต้น
ก่อนที่หลังจากนั้นเขาจะเฝ้ารอให้เวลาล่วงเลยผ่านไปจนครบ 1 ชั่วโมงตามที่เขาได้ยินเสียงแจ้งเตือนเพื่อที่เขานั้นจะได้รู้ว่าตนเองฝันไปหรือไม่
[ดิง! การติดตั้งระบบเสร็จสิ้น]
[สวัสดีโฮสต์ ยินดีที่ได้รู้จัก ก่อนอื่นระบบขอแนะนำตัวก่อนว่าระบบคือระบบสุดยอดความขี้เกียจ คนที่จะเป็นเจ้าของระบบได้นั้นถูกคัดเลือกมาเป็นอย่างดีว่าต้องเป็นคนที่สามารถนอนอยู่บนที่นอนไม่ว่าจะหลับหรือตื่นอยู่ก็ตามได้นานกว่า 2,000 ชั่วโมงภายในระยะเวลา 3 เดือน]
[นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขอีกมากมายซึ่งระบบไม่สามารถบอกได้ แต่โปรดมั่นใจว่าตอนนี้โฮสต์นั้นคือเจ้าของระบบแล้ว]
หลังจากผ่านไปครบ 1 ชั่วโมงเจมส์ก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในหัวซึ่งเป็นเสียงแจ้งเตือนของระบบที่แจ้งเตือนตัวของเจมส์ว่าระบบนั้นติดตั้งเสร็จสิ้นแล้วแถมยังอธิบายรายละเอียดต่าง ๆอีกด้วย
เจมส์ที่นั่งฟังจนจบก็ไม่ได้ข้อสรุปมากมายอะไรนักนอกจากว่าตลอด 3 เดือนที่ผ่านมานั้นเขานอนอยู่บนเตียงมากกว่าใช้ชีวิตข้างนอก
ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องจริงเพราะอาหารที่เจมส์กินนั้นก็เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วยเท่านั้น ทำให้เขาไม่ต้องออกจากห้องไปซื้ออาหารแต่อย่างใด
จะมีที่จะต้องออกจากห้องไปก็แค่จัดการเรื่องบางอย่างหรือไปซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาเตรียมไว้ก็เท่านั้นนอกจากนั้นก็ไม่ทำอะไรเลย
ส่วนภายในห้องของเจมส์นั้นก็ถือว่าสะอาดอยู่เพราะเขานั้นเก็บเป็นที่เป็นทางและเอาขยะออกไปทิ้งทุกๆวันซึ่งนี่เป็นสิ่งเดียวที่เจมส์ทำอยู่ทุกๆวันไม่ขาด
โดยสาเหตุที่เขาทำอย่างนี้ได้ก็เพราะความขี้เกียจเนื่องจากถ้าเขาปล่อยให้ห้องรกก็ต้องเก็บและการเก็บห้องที่รกมันใช้เวลานานซึ่งมันรบกวนเวลานอนเล่นบิดขี้เกียจของเขา
ทำให้นี่เลยเป็นสิ่งเดียวที่เจมส์ทำอยู่เป็นกิจวัตรประจำวันนอกจากกินและนอนนั่นเอง
กลับมาที่ปัจจุบันหลังจากที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้วตัวของเจมส์เองก็ตั้งตารอภารกิจที่เขาจะได้รับทันที แต่ตั้งตารอไปได้สักพักเขาก็ล้มเลิกความคิดนี้ไปเนื่องด้วยความขี้เกียจของเขาทำให้เขานั้นไม่คิดที่จะไปทำภารกิจแต่อย่างใด
[โฮสต์ไม่ต้องคิดมากเรื่องภารกิจ ภารกิจที่ระบบมอบให้จะตอบสนองความขี้เกียจของโฮสต์แน่นอน]
เหมือนกับว่ารู้ความคิดของเจมส์ตัวของระบบก็ได้พูดถึงเรื่องภารกิจออกมาก่อนที่จะมอบภารกิจให้กับเจมส์
[ดิง! แจ้งเตือนภารกิจ]
[ภารกิจใหม่ นอนอยู่บนเตียง 3 ชั่วโมง รางวัลภารกิจ เงิน 10,000 บาท บทลงโทษ ไม่มี]
เจมส์ที่กำลังขี้เกียจทำภารกิจอยู่นั้นและยังคงไม่เชื่อในสิ่งที่ระบบบอกแต่อย่างใด จนเมื่อมาเห็นเนื้อหาภารกิจตัวของเจมส์ก็เริ่มที่จะเชื่อแล้วว่าระบบนั้นไม่ได้หลอกเขา
“โอเคเลยถ้าแบบนี้ นอนอยู่บนเตียง 3 ชั่วโมงไม่ใช่ปัญหา”
เจมส์เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนที่หลังจากนั้นเขาจะนอนหลับไป 3 ชั่วโมงกว่าถึงจะตื่นขึ้นมา โดยหลังจากที่ตื่นขึ้นมาเขาก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
[ดิง! แจ้งเตือนภารกิจสำเร็จ รางวัลถูกส่งมอบเรียบร้อย]
หลังจากเสียงแจ้งเตือนจากระบบจบลงเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ของเจมส์ก็ดังขึ้น ซึ่งเจมส์ที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก่อนที่จะเห็นว่ามีแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีจำนวน 10,000 บาทจริงๆ
“ระบบ ไม่ใช่ว่าไม่รู้นะ น่าจะไม่ต่างจากนิยายที่เคยอ่านแต่ว่าฉันอยากจะถามอยู่ดีว่าเงินนี่จะมีปัญหาไหม”
[แน่นอนว่าไม่มีปัญหา เรื่องเงินที่โอนเข้าบัญชีหรือรางวัลที่โฮสต์จะได้ต่อจากนี้ไปล้วนแล้วแต่ถูกทำอย่างถูกกฎหมายของทุกประเทศบนโลกนี้ทั้งสิ้น แถมยังเป็นเงินที่ถูกหักภาษีแล้วเรียบร้อย เพราะฉะนั้นโฮสต์ไม่ต้องกังวลเลยสักนิด]
ได้ยินแบบนั้นเจมส์ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนที่เขาจะมีความสุขไปกับเงินที่ได้และต้องการที่จะซื้อของที่เขาอยากได้อย่างเช่นเครื่องเล่นเกมหรือไม่ก็คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องใหม่ที่สามารถเล่นเกมได้
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มีเงินอยู่แค่ 10,000 บาทกับอีก 300 บาทที่เป็นเงินของเขาเองที่เหลือค้างอยู่ในบัญชี ส่วนเงินสดนั้นเขาเหลือเพียง 50 บาทเพียงเท่านั้น
ซึ่งเงินจำนวนแค่นี้ซื้อสิ่งที่เขาอยากจะได้ไม่ได้แน่นอนถ้าเป็นมือ 1 ละก็นะ แต่ด้วยความขี้เกียจของเจมส์และความเบื่อง่ายของเขาทำให้เขารู้ตัวดีว่าตนเองเล่นไม่ได้นานหรอกเพราะฉะนั้นเขาจึงตัดสินใจซื้อมือ 2 มาก็พอ
คิดได้ดังนั้นเจมส์ก็รีบทำตามความคิดของเขาทันทีโดยที่เขานั้นไม่จำเป็นต้องหาข้อมูลมากแค่เข้าไปในแอปพลิเคชั่นซื้อขายออนไลน์ก่อนที่จะเลือกร้านที่แอปพลิเคชั่นแนะนำแล้วกดสั่งซื้อทันที
“ระบบ มีภารกิจอะไรอีกไหม”
เมื่อเห็นว่าเงินตัวเองร่อยหรอลงไปแล้วเจมส์จึงรีบสอบถามระบบเพื่อที่เขาจะได้มีเงินใช้เพิ่มขึ้นทันที
[ดิง! แจ้งเตือนภารกิจใหม่]
[ภารกิจใหม่ ให้คนมาอาบน้ำให้ 1 ครั้ง รางวัลภารกิจ 50,000 บาท บทลงโทษ โฮสต์จะไม่สามารถอาบน้ำได้ 1 เดือนหากทำภารกิจไม่สำเร็จ]
ได้ยินเสียงแจ้งเตือนของภารกิจทางด้านเจมส์ก็ชะงักไปทันที เพราะภารกิจนี้เป็นภารกิจที่ออกจะน่าเขินอายอยู่บ้างสำหรับชายโสดอย่างเขา
“เอ่อ ระบบ แบบนี้มันดูออกจะ……”
[โฮสต์ไม่ต้องคิดมาก ให้แฟนของโฮสต์มาอาบให้ก็จบ หรือไม่ก็ยอมไม่อาบน้ำ 1 เดือนเท่านั้น]
“แต่ฉันไม่มีแฟน”
[ถ้าอย่างนั้นโฮสต์ก็แค่ไม่อาบน้ำ 1 เดือนก็พอ]
เจมส์ที่ได้ยินแบบนั้นก็ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี และถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนที่ขี้เกียจแต่อย่างน้อยๆเขาก็ยังอาบน้ำวันล่ะ 1 ครั้ง
ซึ่งเขาเคยไม่ลองไม่อาบน้ำแล้วใน 1 วันแต่เขาอยู่ไม่ได้จริงๆ เพราะฉะนั้นการที่จะไม่อาบน้ำ 1 เดือนนี้เป็นไปไม่ได้สำหรับเขาแน่นอน
แต่จะให้เขาทำตามที่ระบบบอกมันก็ยังไงๆอยู่เพราะเขานั้นไม่มีแฟนและจะให้เพื่อนผู้ชายมาอาบให้ก็ยังไงๆอยู่
ตืดๆ!!!
ในขณะที่เจมส์กำลังคิดหนักอยู่นั้นโทรศัพท์ของเขานั้นก็มีคนโทรเข้ามา ซึ่งคนที่โทรเข้ามานั้นก็ไม่ใช่ใครเป็นเพื่อนของเขาที่โทรมาเมื่อเช้าเพื่อตามเขาไปเรียนนั่นเอง
“ว่าไงไอ้บิ๊ก ขอบคุณมากสำหรับวันนี้ที่ลาให้”
“ลากับผีนิ แกก็รู้ว่าต้องใช้ใบรับรองแพทย์ ลาไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้นแกไปหาซื้อใบรับรองแพทย์มาเลย”
“เออๆ ไม่ใช่ปัญหา ว่าแต่แกโทรมาแค่เรื่องนี้ใช่ไหม”
“ไม่ใช่ แกจำสัญญาที่เราคุยกันได้ไหม”
“สัญญาอะไรอย่างนั้นเหรอ”
ภารกิจสำเร็จ
“สัญญาอะไรอย่างนั้นเหรอ”
เจมส์เอ่ยถามบิ๊กด้วยความงุนงงและไม่เข้าใจ เนื่องจากว่าเขาลืมจริงๆว่าตนเองสัญญาอะไรไว้กับบิ๊กกันแน่
“วันนี้เราจะไปเปิดประสบการณ์กันยังไงล่ะ”
“เปิดประสบการณ์อะไร”
“ไปอาบน้ำที่อาบอบนวดยังไงล่ะ”
“อะไรนะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของบิ๊กทางด้านเจมส์ก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะนึกได้ว่าเขานั้นสัญญาแบบนั้นกับบิ๊กไว้จริงๆ แถมเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เจมส์ปฏิเสธบิ๊กยังได้เก็บเงินกับเจมส์ไปแล้วด้วย
โดยราคาที่บิ๊กเก็บไปจากเจมส์นั้นคือ 500 บาทส่วนเงินที่เหลือนั้นบิ๊กจะเป็นคนออกให้เอง
“ไปอาบอบนวดยังไงล่ะแกสัญญาไว้แล้วนะอย่าลืม”
“ไม่ลืมๆ แต่เขาไปกันแต่กลางวันแบบนี้เลยเหรอ”
“ไม่รู้สิ แต่ไปก่อนดีกว่าถ้าไม่เปิดก็หานั่งเล่นที่ร้านเกมรอ”
“เออ ๆ ได้ ขออาบน้ำก่อน”
เจมส์ตกลงอย่างว่าง่ายซึ่งการตอบตกลงของเจมส์นั้นก็สร้างความงุนงงให้กับบิ๊กเป็นอย่างมาก เนื่องจากบิ๊กนั้นคิดไว้แล้วว่าเจมส์ต้องปฏิเสธแน่นอนและเขาก็ได้เตรียมคำหว่านล้อมมามากมาย
แต่เจมส์กลับตอบตกลงโดยง่ายเสียอย่างนั้นทำให้บิ๊กคิดว่าเจมส์อาจจะเป็นไข้จริงๆ พอป่วยแล้วสมองกลับกลายเป็นคนไม่ขี้เกียจแล้ว
ส่วนทางด้านเจมส์นั้นที่เขาตอบตกลงก็เพราะโอกาสที่จะทำภารกิจสำเร็จมาอยู่ตรงหน้าแล้ว เพราะฉะนั้นเขาต้องรีบคว้าเอาไว้
ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดว่าเขานั้นต้องไปคนเดียวเขาคงไม่มีทางไปในที่แบบนี้แน่นอน แต่ไม่ใช่เพราะว่าเขาเขินอายอย่างเดียวถึงไม่ไป เขานั้นขี้เกียจด้วยเลยไม่ไปนั่นเอง
เวลาล่วงเลยผ่านไปอีก 1 ชั่วโมงตอนนี้เจมส์ก็เตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว ส่วนบิ๊กก็ขับรถมาถึงหน้าหอพักของเจมส์แล้วเช่นกัน
“เสร็จยัง ฉันมาถึงแล้วนะ”
“เสร็จๆแล้วๆ กำลังลงไป”
หลังจากที่บิ๊กมาถึงที่หอพักของเจมส์ก็รีบโทรหาเจมส์ทันที ซึ่งตัวของเจมส์ก็รับสายก่อนที่หลังจากนั้นพวกเขาทั้ง 2 คนก็มาเจอกันแล้วจึงออกเดินทางกัน
การเดินทางในครั้งนี้พวกเขาเดินทางด้วยรถยนต์ของบิ๊ก ซึ่งนี่เป็นรถของพ่อของบิ๊กไม่ใช่รถของบิ๊กแต่อย่างใด
เมื่อทั้ง 2 คนออกจากหอพักมาก็ใช้เวลาประมาณอีกเกือบ 1 ชั่วโมงก่อนที่จะมาถึงอาบอบนวดในที่สุด โดยหลังจากที่มาถึงทั้ง 2 คนตอนนี้นั้นรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก หัวใจของพวกเขานั้นเต้นแรงราวกับว่าจะกระเด้งกระดอนออกมาจากหน้าอกของพวกเขาอย่างไรอย่างนั้น
“มั่นใจนะ”
เจมส์เอ่ยถามบิ๊กอีกครั้งซึ่งบิ๊กก็พยักหน้ารับก่อนที่จะเลี้ยวรถเข้าไปข้างใน ซึ่งเมื่อเลี้ยวรถเข้าไปก็มีพนักงานรักษาความปลอดภัยคอยโบกรถอำนวยความสะดวกให้
“จอดตรงนี้เลยครับ จอดเลยครับ”
บิ๊กที่เห็นแบบนั้นก็ขับรถไปจอดตามที่พนักงานรักษาความปลอดภัยบอก จนเมื่อจอดรถเสร็จเขาก็นำเงินออกมา 100 บาทเพื่อมอบให้พนักงานรักษาความปลอดภัย
ด้านพนักงานรักษาความปลอดภัยก็รับเงินจำนวน 100 บาทมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะรีบพาเจมส์กับบิ๊กเข้าไปข้างใน
“ลูกค้า 2 คน หนุ่ม ๆ เอ๊าะ ๆ”
หลังจากที่เข้ามาที่ด้านในของร้านแล้วพนักงานรักษาความปลอดภัยก็รีบพูดขึ้น ซึ่งทางด้านพนักงานที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์ที่ได้ยินคำพูดของพนักงานรักษาความปลอดภัยก็พยักหน้ารับก่อนที่จะหันไปมองเจมส์กับบิ๊ก
ส่วนตัวของพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เห็นว่าพนักงานที่เคาน์เตอร์รับลูกค้าแล้วก็เดินออกจากร้านไปประจำลานจอดรถเช่นเคย
“สวัสดีจ้ะน้อง มากัน 2 คนใช่ไหมจ้ะ”
“ครับ”
“ต้องการบริการแบบไหนอย่างนั้นเหรอ อาบอบนวดหรืออาบอบนาบ”
“อาบอบนวดครับ”
“โอเคจ้ะ”
พนักงานต้อนรับเมื่อได้ยินคำตอบของบิ๊กก็พยักหน้ารับก่อนที่จะยกหูโทรศัพท์ที่อยู่ที่เคาน์เตอร์ขึ้นแล้วโทรออกหาใครบางคน
ส่วนเจมส์กับบิ๊กตอนนี้นั้นภายนอกเหมือนจะสงบแต่ภายในใจนั้นเต้นแรงเป็นอย่างมาก แถมฝามือของพวกเขานั้นยังชุ่มไปด้วยเหงื่อซึ่งพวกเขาพยายามที่จะซ่อนมันเอาไว้
แต่ถึงอย่างนั้นตัวของพนักงานที่เคาน์เตอร์ก็มองออกอยู่ดี ก่อนที่หลังจากนั้นไม่นานก็ได้มีพนักงาน 2 คนมาพาตัวของเจมส์กับบิ๊กเข้าไปในห้องอาบน้ำ
“ตามน้องๆพนักงานของเราเข้าไปได้เลยนะจ้ะ ส่วนบริการต้องการอะไรก็บอกน้องเขาได้เลยนะ”
ได้ยินแบบนั้นเจมส์กับบิ๊กก็พยักหน้ารับก่อนที่จะเดินตามพนักงาน 2 คนที่มานำทางพวกเขาไปทันที โดยสถานที่แรกนั้นเป็นห้องอาบน้ำซึ่งที่นี่พวกเขาต้องอาบเอง
ก่อนที่หลังจากอาบเสร็จพนักงานก็ไปลงอ่างแล้วพนักงานทั้ง 2 คนที่เดินนำพวกเขามาก็มาอาบให้ที่อ่าง ซึ่งเจมส์ก็ไม่รู้ว่าปกติมันเป็นอย่างนี้ไหม
แต่ในเมื่อพนักงานทั้ง 2 คนทำแบบนี้ให้กับเขาและบิ๊กทำให้เจมส์ไม่ได้คิดมากอะไร ซึ่งในความจริงสิ่งที่พนักงานทั้ง 2 คนทำนั้นเป็นบิ๊กที่เลือกโปรแกรมเองทั้งสิ้น
ก่อนที่หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วพนักงานทั้ง 2 คนก็พาเจมส์กับบิ๊กไปต่อที่ห้องอบซาวน่า จนเมื่ออบเสร็จค่อยเข้าห้องนวดเป็นขึ้นตอนสุดท้าย
โดยเจมส์นั้นไม่ได้สนใจอะไรเลยในตอนนี้นอกจากเสียงแจ้งเตือนของระบบ เพราะทันทีที่อาบน้ำเสร็จเสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นทันที
[ดิง! แจ้งเตือนภารกิจสำเร็จ ของรางวัลถูกส่งมอบเป็นที่เรียบร้อย]
เจมส์ที่ได้ยินแบบนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะหยิบโทรศัพท์มาเปิดดูได้เพราะโทรศัพท์ไม่ได้อยู่กับเขาแต่อยู่ในล็อกเกอร์ตรงหน้าทางเข้าห้องอาบน้ำนั่นเอง
ผ่านไป 2 ชั่วโมงหลังจากที่เข้ามาในอาบอบนวดซึ่งกิจกรรมทุกๆอย่างก็เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“โอ้ย! สบายตัว”
“สบายตัวทำไมต้องร้องโอ้ยด้วยล่ะ”
“นี่ไอ้เจมส์อย่ามากวนได้ไหม ว่าแต่เป็นยังไงมาอาบอบนวดครั้งแรก”
“พูดอย่างกับแกไม่ใช่ครั้งแรก”
“เออนั่นแหละ ว่าแต่รู้สึกยังไง รู้สึกดีใช่ไหมเห็นแกยิ้มแฉ่งเชียว”
“แน่นอน แต่ฉันไม่ได้รู้สึกดีเพราะเรื่องนั้นหรอก ไปกินชาบูปะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง”
“นี่แกไข้ขึ้นสมองจนสมองกลับจริงๆใช่ไหม ทั้งยอมมาอาบอบนวดง่ายๆทั้งชวนฉันไปกินชาบูแบบนี้”
บิ๊กเอ่ยถามด้วยความสงสัยพร้อมกับเอาหลังมือไปแตะที่หน้าผากของเจมส์ ซึ่งเจมส์ที่เห็นแบบนั้นก็ปัดออกอย่างรวดเร็ว
“จะกินไม่กิน ถ้าไม่กินก็กลับ”
“เออ กินๆ”
หลังจากนั้นทั้ง 2 คนก็พากันไปกินชาบูที่ร้านเดิมที่พวกเขาเคยกินประจำ แต่ในขณะที่กำลังกินอยู่นั้นทางด้านบิ๊กก็ได้รับสายโทรศัพท์พ่อของเขา
“คับพ่อ”
บิ๊กตอบรับได้เพียงคำเดียวเท่านั้นก่อนที่จะหน้าเปลี่ยนสี แล้วหลังจากนั้นเขาก็หันหน้าไปหาเจมส์พร้อมกับยิ้มแห้งๆ
“เอ่อ….เจมส์ ฉันต้องกลับบ้านด่วนว่ะ ฉันคงไม่ได้ไปส่งแกแล้ว”
“เกิดอะไรขึ้น แต่เรื่องไปส่งไม่ต้องคิดมากเดี๋ยวฉันกลับเองได้ไม่มีปัญหา”
“ขอโทษด้วยจริงๆ พอดีพ่อกับแม่ของฉันทะเลาะกันเรื่องที่พ่อของฉันเข้าอาบอบนวดแล้วแม่ของฉันเห็น”
หลังจากนั้นบิ๊กก็ไม่ได้เล่าอะไรต่อแต่เจมส์ก็เข้าใจได้ว่าแม่ของบิ๊กน่าจะเข้าใจผิดจนเกิดเป็นเรื่องราวขึ้นมา เพราะคนที่เข้าอาบอบนวดเป็นบิ๊กไม่ใช่พ่อของเขา
หลักฐานก็คือรถที่บิ๊กใช้เดินทางในวันนี้นั่นเอง ซึ่งหลังจากที่เข้าใจตรงกันแล้วบิ๊กก็ขอตัวกลับไปที่บ้านของเขาก่อน ส่วนตัวของเจมส์ก็นั่งทานชาบูต่อและจ้องมองไปที่ภารกิจใหม่ของระบบ
[ดิง! แจ้งเตือนภารกิจใหม่]
[ภารกิจใหม่ กลับหอพักด้วยหนทางที่สบายที่สุดเพื่อแสดงออกถึงความขี้เกียจของโฮสต์ รางวัลภารกิจ ทักษะวิชาแคลคูลัส 1 บทลงโทษ โดนริบเงิน 50,000 บาท]
เจมส์ที่เห็นเนื้อหาภารกิจก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว เงิน 50,000 บาทที่เขาพึ่งได้มากำลังจะถูกริบไปทั้งๆที่เขาพึ่งได้มาเมื่อไม่นานมานี้เอง
แบบนี้เขาไม่มีทางยอมแน่นอนเพราะฉะนั้นเขาจะต้องหาทางกลับหอด้วยวิธีที่สะดวกสบายมากที่สุดเท่านั้น
คิดอยู่นานสองนานระหว่างนั้นก็กินไปด้วยจนในที่สุดเจมส์ก็เห็นรถรับจ้างอยู่หน้าร้านชาบู เห็นแบบนั้นเจมส์ก็ตัดสินใจเดินออกจากร้านไปทันที
“ลุงครับช่วยไปส่งผมที่หอพักหน่อยได้ไหมครับผมให้ 1,000 บาท”
หลังจากที่เดินออกมาแล้วเจมส์ก็พูดกับลุงคนขับรถตู้วีไอพีทันที ซึ่งทางด้านลุงคนขับรถตู้เมื่อได้ยินคำพูดของเจมส์ก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไปก่อนที่จะมองหน้าของเจมส์ด้วยความสงสัย
“ให้จริงเหรอ ว่าแต่หอพักอยู่ที่ไหน”
“ให้จริงครับ อยู่แถวมหาลัย UB ครับ”
“โอเคตกลง”
เมื่อเห็นว่าเจมส์นั้นจะให้เงินจริงๆทางด้านลุงเจ้าของรถก็ตอบตกลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเจมส์ที่เห็นแบบนั้นก็รีบกลับเข้าไปจ่ายเงินในร้านทันที
“เอ่อ ผมขอจ่ายเงินแล้วเอาเงินสดให้ผมหน่อยได้ไหมครับ”
“ได้ค่ะ เท่าไหร่คะ”
“สัก 1,000 บาท ไม่สิ 2,000 บาทดีกว่าครับ”
“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา”
ก่อนที่หลังจากนั้นเจมส์จะโอนเงินไป 2,700 บาท แล้วเขาก็ได้เงินสดมา 2,000 บาทตามที่ต้องการ
โดยหลังจากที่ได้เงินและจัดการเรื่องค่าชาบูเรียบร้อยเจมส์ก็เดินไปที่รถตู้ก่อนที่หลังจากนั้นจะมอบเงินให้คุณลุงไป 1,000 บาท
ทางด้านคุณลุงที่เห็นเงินก็ยิ้มออกมาก่อนที่จะรับเงินมาจากเจมส์แล้วพาเจมส์ขึ้นรถตู้ของเขา แล้วหลังจากนั้นลุงก็พาเจมส์เดินทางกลับหอด้วยรถตู้วีไอพีสุดหรูที่มีเพียงเจมส์เท่านั้นที่นั่งอยู่คนเดียวบนเบาะปรับไฟฟ้าที่มีฟังก์ชันนวดและให้ความเย็นสบายอยู่ด้วย
เวลาล่วงเลยผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมงในที่สุดเจมส์ก็กลับมาถึงหอพักของเขา ซึ่งเมื่อมาถึงหอพักเขาก็ได้มอบเงินให้กับลุงอีก 1,000 บาท
“ลุงขับดีมาก ผมขอเบอร์หน่อยได้ไหม เผื่อว่าผมอยากไปไหนหรือผมอยู่ในตัวเมืองอีกผมจะให้คุณลุงมาส่ง”
“ได้เลย”
คุณลุงที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาพร้อมกับมอบเบอร์ของตนเองให้กับเจมส์ก่อนที่เขานั้นจะจากไป ส่วนเจมส์ก็เดินกลับขึ้นหอพักของตัวเองด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนภารกิจของระบบว่าเขาทำมันสำเร็จแล้ว
ผมขี้เกียจ
หลังจากที่กลับมาถึงหอพักทางด้านเจมส์ก็รีบสำรวจตัวเองทันที เนื่องจากเขานั้นสงสัยว่าระบบจะมอบทักษะวิชาแคลคูลัส 1 ให้เขายังไง
“ระบบ นายจะส่งมอบรางวัลให้ฉันยังไง”
[เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ระบบจะส่งข้อมูลองค์ความรู้เกี่ยวกับแคลคูลัส 1 เข้าสู่สมองของโฮสต์เองตอนที่โฮสต์กำลังนอนหลับ]
“อย่างนั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหา ว่าแต่ภารกิจต่อไปคืออะไรอย่างนั้นเหรอ”
[ไม่มีแล้ว สำหรับโฮสต์ในตอนนี้สามารถรับภารกิจสุดยอดความขี้เกียจได้ 3 ครั้งต่อวันเพียงเท่านั้น]
“อ้อ โอเค ถ้าอย่างนั้นฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม”
[เชิญโฮสต์ถามได้เลยระบบพร้อมตอบคำถาม แต่ระบบจะตอบแค่คำถามที่ระบบตอบได้เพียงเท่านั้น คำถามไหนที่ระบบตอบไม่ได้หรือไม่เกี่ยวข้องกับระบบ ทางระบบขออนุญาตไม่ตอบคำถาม]
“โอเค เรื่องที่ฉันจะถามก็มีอยู่ว่า ภารกิจที่ระบบออกให้นั้นเกี่ยวข้องกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับฉันในช่วงเวลาต่อมาใช่ไหม”
[เรื่องนั้นทั้งใช่และไม่ใช่ ที่บอกว่าใช่และไม่ใช่ก็เพราะว่าเนื้อหาภารกิจนั้นทั้งขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นกับโฮสต์หรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ ทุกๆอย่างขึ้นอยู่กับการสุ่มของภารกิจซึ่งตัวของระบบมีหน้าที่แค่แจ้งเตือนภารกิจให้กับโฮสต์เพียงเท่านั้น]
[ส่วนเรื่องรางวัลนั้นก็แน่นอนอยู่แล้วว่าขึ้นอยู่กับการสุ่มไม่เกี่ยวกับระบบแต่อย่างใด ระบบนั้นไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าโฮสต์จะได้รางวัลเป็นอะไรแต่ระบบจะกำหนดตัวรางวัลเพื่อไม่ให้รางวัลที่โฮสต์ได้ต่ำไปหรือสูงเกินไปนั่นเอง]
“เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่มีอะไรจะถามแล้ว”
เจมส์ที่ได้รับฟังคำตอบจากระบบก็หมดคำถามไปในทันทีเพราะระบบนั้นตอบคำถามออกมาครอบคลุมสิ่งที่เขาอยากจะรู้ทั้งหมด
[ระบบเข้าใจแล้ว แต่ถ้าเกิดโฮสต์มีข้อสงสัยอะไรโฮสต์สามารถถามระบบได้ตลอดเวลา]
“โอเค”
เมื่อคุยกับระบบเสร็จเจมส์ก็คิดว่าจะนอนเลยเพราะถึงยังไงเขาก็อิ่มแล้ว น้ำก็อาบแล้วเขาคงไม่อาบอีกเพราะถ้าอาบอีกวันนี้เขาคงอาบน้ำไปมากถึง 3 รอบแน่ๆ
ก่อนที่หลังจากนั้นเวลาจะล่วงเลยผ่านไปอีกหลายวัน โดยในหลายวันนี้เจมส์ก็ได้รับภารกิจจากระบบวันละ 3 ภารกิจไม่ขาดไม่เกิด
ซึ่งภารกิจที่ได้นั้นก็ส่งเสริมความขี้เกียจของเจมส์อย่างเต็มที่ อย่างการทำความสะอาดห้องจากที่เจมส์นั้นต้องทำเองก็เปลี่ยนมาจ้างแม่บ้านแทน
โดยแม่บ้านจะรับจ้างทำความสะอาดห้องให้กับเจมส์อาทิตย์ละ 500 บาทซึ่งตัวของแม่บ้านนั้นจะมาอาทิตย์ละครั้ง นอกจากนี้ยังมีพนักงานร้านซักอบรีดที่ได้เงินพิเศษจากการขึ้นมารับเสื้อผ้าหรืออะไรก็ตามที่เจมส์ต้องการซักถึงห้อง
และเจมส์ก็เสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้อาทิตย์ละ 200 บาทไม่รวมค่าซักอบรีด ไม่ใช่แค่นั้นยังมีเรื่องที่เจมส์ต้องไปเรียนแต่ระบบนั้นบอกให้เจมส์นอนอยู่ห้องและได้ทักษะความรู้วิชาที่เขาจะต้องไปเรียน
แน่นอนว่าภารกิจทุกภารกิจเจมส์จัดการทำตามอย่างว่าง่ายและทุกภารกิจก็สำเร็จอย่างสวยงาม
ส่วนเรื่องการไม่ไปเรียนนั้นเจมส์ก็ได้ฝากเพื่อนอย่างบิ๊กเพื่อลา หรือไม่ก็ไปตกลงกับอาจารย์อย่างลับๆด้วยการจ่ายเงินเพื่อให้เขานั้นแค่ไม่ต้องไปเรียนแต่ก็ยังมีสิทธิ์สอบ ไม่ต้องติด F ตั้งแต่ยังไม่สอบปลายภาค
เรื่องนี้ตอนแรกอาจารย์หลายท่านก็ไม่เห็นด้วย แต่เมื่อเงินมันมีจำนวนมากและเรื่องพวกนี้ก็ง่ายๆไม่เหลือบ่ากว่าแรงจึงทำให้เหล่าอาจารย์ยอมให้เจมส์มีสิทธิ์สอบ
การกระทำนี้ดูเหมือนจะไม่ถูกต้องแต่ในสายตาอาจารย์คนไม่มาเรียนอย่างเจมส์ไม่น่าจะสอบผ่านได้ เพราะฉะนั้นพวกเขาเลยปล่อยให้เจมส์สอบนั่นเอง
แต่ถ้าเจมส์ยัดเงินให้กับพวกเขาเพื่อให้ตัวเองสอบผ่านแน่นอนว่าเหล่าอาจารย์ไม่มีทางยอมให้เจมส์จ่ายเงินให้กับพวกเขาแน่นอน
[ดิง! แจ้งเตือนภารกิจใหม่]
[ภารกิจใหม่ การเดินห้างสรรพสินค้าแบบคนขี้เกียจ รางวัลภารกิจ รถ MCD รุ่น G คลาส บทลงโทษ นกเขาไม่ขัน]
ในเช้าวันหนึ่งที่สดใสหลังจากที่เจมส์ตื่นขึ้นมาเขาก็ได้รับเสียงแจ้งเตือนของระบบ ซึ่งเมื่อดูบทลงโทษของภารกิจแล้วนั้นตัวของเจมส์ถึงกับต้องเอามือไปกุมที่ระหว่างขาของตัวเองพร้อมกับรู้สึกเสียวสันหลังอย่างบอกไม่ถูก
“เกิดอะไรขึ้นระบบ ทำไมบทลงโทษมันรุนแรงขนาดนี้ แล้วอีกอย่างการเดินห้างสรรสินค้าแบบคนขี้เกียจคืออะไร”
เจมส์ได้แต่ถามระบบด้วยความสงสัย เนื่องจากว่าถึงแม้เขานั้นจะขี้เกียจแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เข้าใจว่าการเดินห้างสรรพสินค้าแบบคนขี้เกียจเป็นยังไง
[เรื่องนั้นโฮสต์ต้องหาทางเอาเอง ส่วนระบบมีหน้าที่ประเมินว่าโฮสต์นั้นเดินห้างสรรพสินค้าแบบคนขี้เกียจจริงหรือไม่แค่นั้น ถ้าระบบเห็นว่าโฮสต์สามารถทำได้ภารกิจก็จะสำเร็จ]
“แล้วแบบไหนถึงเรียกว่าทำได้จริง”
[โฮสต์ต้องคิดเอาเอง ระบบมีหน้าที่แค่ประเมินเท่านั้น]
“รู้แล้ว แต่ช่วยบอกหน่อยเถอะว่าต้องทำถึงขั้นไหนแบบไหนยังไง”
[เรื่องนั้นก็ต้องให้ถึงขั้นสุดจนที่ว่าทุกๆคนต่างกันพากันคิดในใจว่าไอ้หมอนี่มันทำอะไรของมัน]
ได้ยินคำตอบของระบบเจมส์ก็ได้แต่อ้าปากค้างพร้อมกับคิดว่าสิ่งที่ระบบบอกนั้นไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลยสักนิด
ก่อนที่หลังจากนั้นเขาจะเลิกสนใจระบบเนื่องจากว่าต่อให้เค้นถามไปยังไงๆเขาก็มั่นใจว่าเขาคงไม่สามารถได้คำตอบที่ดูจะเป็นรูปธรรมจากระบบแน่นอน
สุดท้ายเจมส์ก็ได้แต่มานั่งคิดกับตัวเองขณะที่กำลังใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าทำความสะอาดช่องปากของเขาอยู่ โดยไอ้เจ้าแปรงนี้นั้นได้มาจากภารกิจของเจมส์
ซึ่งจะบอกว่าได้มาจากภารกิจแต่มันก็ไม่ใช่รางวัลของภารกิจแต่อย่างใด แต่มันเป็นตัวภารกิจเองที่ให้เจมส์ซื้อแปรงสีฟันไฟฟ้ามาเพื่อที่ตัวของเจมส์จะไม่ต้องออกแรงแปรงฟันเองก็เท่านั้น
หลังจากคิดอยู่นานจนแปรงฟันเสร็จตัวของเจมส์ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าเขาจะทำยังไงดี แต่โชคดีที่เขาเหลือบไปเห็นทีวีที่เขาเปิดทิ้งไว้เนื่องจากขี้เกียจปิดตั้งแต่เมื่อคืน
โดยในทีวีนั้นกำลังฉายละครเรื่องหนึ่งอยู่ซึ่งตัวละครเอกในเรื่องตอนนี้กำลังเดินห้างสรรพสิ้นค้าแต่ก็คงบอกว่าเดินไม่ได้เนื่องจากเขานั่งอยู่กับที่และให้ร้านมาหาเอง
ตัวละครเอกนั่งอยู่ที่จุดพักกึ่งกลางของห้างก่อนที่จะให้พนักงานแต่ละร้านมาเสนอขายสินค้าให้กับเขา เห็นแบบนั้นเจมส์ก็ได้ไอเดียขึ้นมาทันที
แต่มันก็ต้องพังลงอย่างรวดเร็วเพราะจำนวนเงินที่เขามีอยู่นั้นไม่ไปในทิศทางเดียวกันกับสิ่งที่เขาต้องการกระทำ
ในละครตัวละครเองใช้เงินไปหลาย 10 ล้านบาทแต่เจมส์ตอนนี้มีเงินอยู่ประมาณ 7-8 แสนบาทเพียงเท่านั้น และก็เป็นไปไม่ได้ที่เนมจะใช้จ่ายเงินทั้งหมดนี้เพราะถ้าเขาใช้จ่ายหมดเงิน 7-8 แสนเขาคงจะไม่มีที่เก็บของที่ซื้อมากันพอดี
“เอาไงดี”
เจมส์คิดกับตัวเองก่อนที่จะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเขาแค่ทำคล้ายๆกันแต่ไม่ต้องเหมือนกันเป๊ะๆก็ได้
“เอาแบบนี้แล้วกัน”
คิดได้ดังนั้นเจมส์ก็รีบอาบน้ำก่อนที่จะโทรเรียกลุงคนขับรถตู้วีไอพีให้มารับเขาเพื่อที่จะไปห้างสรรพสินค้าเพื่อทำตามภารกิจของระบบทันที
เวลาล่วงเลยผ่านไปประมาณ 40 นาทีในที่สุดเจมส์ก็มาถึงที่ห้างสรรพสินค้าตามที่ต้องการ โดยสาเหตุที่มาถึงเร็วกว่าครั้งที่เข้าเมืองมากับบิ๊กนั้นเป็นเพราะว่าคุณลุงคนขับรถตู้พามาเส้นรอบเมืองซึ่งติดไฟแดงไม่กี่ครั้งก็ถึง
ซึ่งถ้าถามว่าทำไมถึงเลือกที่จะมาเส้นนี้ทั้งๆที่มันไกลกว่าเส้นที่ตัดผ่านตัวเมืองนั้นก็เป็นเพราะว่าห้างสรรพสินค้ามันอยู่เส้นรอบเมืองนั่นเอง นอกจากนี้แล้วยังหนีรถติดอีกด้วย
“ถึงแล้ว”
“ขอบคุณมากครับลุง เดี๋ยวลุงรอผมสักครู่นะครับ ไม่สิ ลุงเข้าไปด้วยกันเลยดีกว่าเดี๋ยวผมจ้างลุงต่อ”
ได้ยินแบบนั้นลุงคนขับรถตู้ก็ไม่ปฏิเสธก่อนที่หลังจากนั้นเมื่อจอดรถเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้ง 2 คนก็เดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้า โดยคุณลุงนั้นเดินตามเจมส์มาติดๆ
โดยหลังจากที่เดินตามเจมส์มาสักพักคุณลุงก็ได้แต่สงสัยว่าเจมส์นั้นจะซื้ออะไรเพราะเจมส์ไม่สนใจร้านที่เดินผ่านเลยเอาแต่มุ่งตรงไปตรงกลางของห้างสรรพสินค้าอย่างเดียว
“นี่พ่อหนุ่ม เอ็งจะซื้ออะไรอย่างนั้นเหรอ ทำไมลุงไม่เห็นเอ็งสนใจร้านที่พวกเราเดินผ่านมาเลยสักร้าน”
“ไม่รู้เหมือนกันครับ ตอนนี้ยังไม่ได้คิด”
เจมส์เอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม ซึ่งคุณลุงคนขับรถตู้ก็ได้แต่สงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมตัวของเจมส์ถึงบอกมาว่าอย่างนั้น
ก่อนที่หลังจากนั้นเมื่อพวกเขาเดินมาจนถึงตรงกึ่งกลางของห้างสรรพสินค้าเจมส์ก็หาที่นั่งทันที ส่วนคุณลุงก็ไม่ได้นั่งแต่ยืนมองเจมส์ด้วยความสงสัยว่าเจมส์จะทำอะไรต่อไป
“คุณลุงผมจ้างคุณลุง 3,000 บาทไปหาคนมาสัก 10 คน ค่าจ้างคนละ 1,000 บาท”
“หาคนมาทำไม”
“มาช่วยผมซื้อของ”
“มาช่วยเอ็งซื้อของเนี่ยนะ ทำไมเอ็งไม่ซื้อเอง”
“ผมขี้เกียจ ลุงไม่ต้องถามมากหรอกแค่หาคนมาตามที่ผมบอกก็พอลุงก็จะได้เงินไปเลย 3,000 บาทแล้ววันนี้ลุงจะทำเงินได้ 5,000 บาทเป็นอย่างน้อยเลยนะ”
“โอเค”
เมื่อได้ยินจำนวนเงินคุณลุงก็ได้แต่จำใจยอมทำตามที่เจมส์บอกด้วยรอยยิ้มทั้งๆที่ยังงุนงงอยู่แต่ก็ช่วยไม่ได้การที่ได้เงินมา 5,000 บาทใน 1 วันโดยที่ไม่ต้องทำงานหนักนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
แม้กระทั่งต่อให้ทำงานหนักแค่ไหนก็เป็นเรื่องยากจนเกินไปที่จะหาเงินได้ 5,000 บาทใน 1 วันแบบนี้
ก่อนที่หลังจากนั้นเวลาก็ล่วงเลยผ่านไปประมาณ 20 นาทีในที่สุดคุณลุงก็หาคนมาจนครบตามที่เจมส์บอกไว้ซึ่งก็คือ 10 คน
“ครบแล้ว”
“โอเคครับ ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาเริ่มงานกันเลย”