ปาล์มทะลักฉุดราคาตกสวรรค์วันนี้ หลุด 7.20 บาท เหลือ 6.80 บาท
ชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดกระบี่ เผยราคาผลปาล์ม 6.80 บาทต่อกิโลกรัม แนวโน้มลดลงต่อเนื่อง คาดมีโอกาสแตะที่ 4-5 บาทต่อกิโลกรัม จากผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาด พร้อมจับตาราคาปาล์มน้ำมันมาเลเซียกดดันผลปาล์มในประเทศ ด้านกรมการค้าภายในเผยออกประกาศห้ามลานเท ทำให้ผลปาล์มร่วงอย่างไม่เป็นธรรมชาติ พบทำผิดดำเนินการทันที
วันที่ 31 มกราคม 2567 นายพันศักดิ์ จิตรรัตน์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาปาล์ม ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 6.80 บาทต่อกิโลกรัม ปรับลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งราคาสูงสุดอยู่ที่ 7.20 บาทต่อกิโลกรัม และมีแนวโน้มจะลงไปอีก ซึ่งมีโอกาสจะลงไปแตะที่ 4-5 บาทต่อกิโลกรัม โดยต้องติดตามสถานการณ์ราคาปาล์มน้ำมันของมาเลเซียอย่างใกล้ชิด
ตอนนี้ราคาปาล์มน้ำมันของมาเลเซียลดลง 200 ริงกิตต่อตัน จากสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาอยู่ที่ 4,500 ริงกิตต่อตัน มีโอกาสจะลดลงถึง 3,000 ริงกิตต่อตันด้วย มาเลเซียถือว่าเป็นผู้ผลิตปาล์มน้ำมัน และมีการส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดเฉลี่ยอยู่ 30-32 บาทต่อกิโลกรัม
ทั้งนี้ หากราคาปาล์มน้ำมันของมาเลเซียมีแนวโน้มลดลงอีก จะเป็นแรงกดดันให้สถานการณ์ราคาปาล์มในตลาดโลกปรับลดลง รวมถึงราคาปาล์มน้ำมันของไทยด้วย ประกอบกับตอนนี้ผลผลิตปาล์มน้ำมันในประเทศ เริ่มทยอยออกสู่ตลาด เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 1-1.2 ล้านตันปาล์มทะลาย และจะออกมากสุดในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน เฉลี่ยประมาณ 1.8-2 ล้านตัน
นอกจากนี้ยังคงต้องติดตามมาตรการอุดหนุนผลิตไบโอดีเซล ซึ่งอุดหนุนประมาณ 4-5 บาทต่อลิตร หากยกเลิกการอุดหนุน จะมีผลกระทบต่อการใช้น้ำมันปาล์มดิบเพื่อผลิตไบโอดีเซลลดลง โดยจะต้องติดตามนโยบายของกระทรวงพลังงานอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หากดูปริมาณความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบเฉลี่ยต่อเดือนแบ่งเป็นการบริโภค 1.1 แสนตัน และพลังงาน 7.8 หมื่นตัน
ขณะที่ปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบเพื่อความมั่นคงจะอยู่ที่ 2.5 แสนตันต่อเดือน ส่วนการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบของไทยก็ยังเป็นปกติ หากราคาดีก็จะผลักดันสู่ตลาด ซึ่งขึ้นอยู่กับราคาในตลาดโลกและราคาภายในประเทศ
“จากนี้คาดว่าสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบจะปรับเพิ่มขึ้นจากผลผลิตที่ออกสู่ตลาด โดยตอนนี้สต๊อกน้ำมันปาล์มดิบอยู่ที่ 2 แสนตัน ดังนั้นต้องการให้หน่วยงานของภาครัฐประชุมหารือเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำมันปาล์มดิบและราคาปาล์มน้ำมัน เพราะไม่ต้องการให้สต๊อกน้ำมันปาล์มดิบไปอยู่ที่ 3 แสนตัน แล้วค่อยหารือ ควรจะมีการหารือวางแผนเพื่อแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อราคาผลปาล์มอีกด้วย”
ปัจจุบันต้นทุนการปลูกปาล์มน้ำมันของเกษตรกรเฉลี่ยอยู่ที่สามถึง 4 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนผลผลิตต่อไร่เฉลี่ยอยู่ที่ 2.8-5 ตันต่อไร่ มีส่วนน้อยมากที่มีผลผลิตต่อไร่ 5-7 ตัน นอกจากนี้ยังพบว่าแนวโน้มพื้นที่การเพาะปลูกปาล์มน้ำมัน มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น ปัจจุบันอยู่ที่ 6.2 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่ 5 ล้านไร่ทั่วประเทศ จากการลดพื้นที่การปลูกยางลง
ออกมาตรการห้ามทำลูกร่วง
นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ลงนามในประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 8 พ.ศ. 2567 เรื่อง กำหนดมาตรการเกี่ยวกับการรับซื้อผลปาล์มน้ำมัน โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการจุดรับซื้อผลปาล์มน้ำมัน (ลานเท) กระทำการใด ๆ เพื่อให้ผลปาล์มน้ำมันร่วงอย่างไม่เป็นธรรมชาติ
ไม่ว่าจะโดยการใช้ตะแกรง รางเทสำหรับลำเลียงทะลายปาล์มน้ำมันที่เป็นตะแกรง อุปกรณ์ หรือสิ่งอื่นใดสำหรับแยกผลปาล์มน้ำมันร่วง เพราะปกติผลปาล์มถ้าปล่อยไว้ให้แก่จัดจะร่วงเอง ซึ่งจะมีเปอร์เซ็นต์น้ำมันสูง คุณภาพดี แต่ถ้ายังไม่แก่ แล้วลานเททำให้ร่วงโดยผิดธรรมชาติ ก็จะได้ปาล์มที่เปอร์เซ็นต์น้ำมันน้อย ไม่มีคุณภาพ
“การกำหนดมาตรการรับซื้อผลปาล์มดังกล่าว เพราะกรมได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการยกระดับคุณภาพปาล์มน้ำมัน และวางแผนอย่างจริงจังให้เกิดมาตรการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันคุณภาพขึ้น เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบ และยังเป็นแนวทางที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร
เพราะการไม่มีการกระทำเพื่อแยกลูกร่วง และลูกร่วงที่นำไปจำหน่าย ก็จะเป็นลูกร่วงที่หลุดตามธรรมชาติที่ให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันที่ดี ส่งผลให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์มทั้งระบบของประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น โดยทุก ๆ 1% ที่เพิ่มขึ้น จะช่วยให้มีปริมาณน้ำมันปาล์มดิบทั้งระบบเพิ่มขึ้น 0.20 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ารายได้ของเกษตรกรและอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้นกว่า 6,000 ล้านบาท”
ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้มอบคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน กำกับดูแลการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันในพื้นที่ รวมทั้งตรวจสอบติดตามให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัด และหากพบพฤติการณ์ กำลังกระทำ หรือมีหลักฐานชัดแจ้งว่ามีการกระทำ ซึ่งเป็นความผิด สามารถจับกุมดำเนินคดีได้ทันที
หากพบพยานหลักฐานที่สงสัยว่ามีพฤติกรรมทำให้ผลปาล์มน้ำมันร่วงอย่างไม่เป็นธรรมชาติ จะต้องดำเนินการตรวจสอบสภาพแวดล้อมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อร้องทุกข์พนักงานสอบสวนต่อไป หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542
นอกจากนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมการค้าภายในได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการยกระดับคุณภาพปาล์มน้ำมัน และวางแผนอย่างจริงจังให้เกิดมาตรการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันคุณภาพ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะไม่ได้ผลเลย หากไม่ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากพี่น้องชาวสวนปาล์มน้ำมัน ผู้ประกอบการลานเท โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม และเจ้าหน้าที่หน่วยเกี่ยวข้องทุกฝ่ายทุกภาคส่วน ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนให้พี่น้องชาวเกษตรกรสวนปาล์ม
ราคาปาล์มน้ำมันขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 6.50 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 5.03 บาทต่อกิโลกรัม
- พีระพันธุ์ สั่งพลังงานจังหวัดกลุ่มอันดามัน เร่งเครื่องพลังงานชีวมวลชุมชน ต่อยอดปาล์มน้ำมัน
- ภูมิธรรมอัพเกรดอนุกรรมการปาล์มน้ำมัน รับกติกาโลก ขีดเส้นศึกษาเสร็จ มี.ค. 67
- พิมพ์ภัทรา ลุย จ.ชุมพร ดันอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันสู่ “โอเลโอเคมีคอล”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปาล์มทะลักฉุดราคาตกสวรรค์วันนี้ หลุด 7.20 บาท เหลือ 6.80 บาท
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net