โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน ทางเลือกเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง SMEs

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ก.ย 2565 เวลา 13.27 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2565 เวลา 01.24 น.

คอลัมน์ : สมาร์ท SMEs ผู้เขียน : ttb analytics

เงินทุนหมุนเวียน คือ จำนวนเงินที่กิจการต้องเตรียมเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจจากรูปแบบการจ่ายเงินและการรับเงินที่มีระยะเวลาต่างกันออกไป

จากการประเมินโดยศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics พบภาพรวมธุรกิจ SMEs สำรองเงินเพื่อเครดิตการค้าที่ให้ลูกค้าของกิจการ 75 วัน และสำหรับสินค้าคงคลัง 63 วัน โดยได้รับเครดิตจากผู้ขายที่ 50 วัน ส่งผลให้ SMEs ต้องสำรองเงินทุนเป็นเงินทุนหมุนเวียนที่ 88 วัน

ดังนั้น ในกรณีที่ยอดขายเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เงินทุนหมุนเวียนที่ต้องการย่อมเพิ่มขึ้นซึ่งเงินทุนของทาง SMEs อาจไม่เพียงพอ และอาจกระทบต่อโอกาสขยายขนาดกิจการ สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนจากสถาบันการเงินจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยแก้ไขเงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอสำหรับการขยายขนาดธุรกิจเชิงรุกได้ ซึ่งการพิจารณาอนุมัติวงเงินสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาตามรูปแบบของธุรกิจ และมีประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้

1.ลักษณะการประกอบธุรกิจต้องมีความชัดเจน ธุรกิจ SMEs ควรแสดงให้ทางสถาบันการเงินรับรู้เกี่ยวกับการรับรู้รายจ่าย เช่น สั่งซื้อวัตถุดิบหรือสินค้าจากผู้ขายรายใด และระยะเวลาได้รับเครดิตเทอม ระยะเวลาที่ต้องสำรองสินค้าคงคลังไว้เพื่อรองรับยอดขาย รวมถึงการขายสินค้าให้กับลูกค้าหลัก ๆ รายใด และระยะเวลาให้เครดิตทางการค้า เพื่อให้ทางสถาบันการเงินทราบถึงรูปแบบการดำเนินธุรกิจ และอนุมัติสินเชื่อหมุนเวียนโดยให้ระยะเวลาชำระคืนอย่างเหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจจริง

2.ความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนที่ได้รับ สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนจากสถาบันการเงินที่ทาง SMEs ได้รับอนุมัติ ถึงแม้จะมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรองเงินไว้เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนเหมือนกัน แต่เงื่อนไขการใช้จะแตกต่างกันออกไป

เช่น 1) สินเชื่อเงินกู้เบิกเกินบัญชี (overdraft : OD) ที่ใช้ได้สะดวกและเงื่อนไขน้อยที่สุด แต่วงเงินอนุมัติมักไม่สูงและดอกเบี้ยจะสูงที่สุดในกลุ่มของสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน

2) ตั๋วสัญญาใช้เงิน (promissory note : P/N) ที่มีเงื่อนไขในการเบิกใช้ เช่น การใช้เอกสารประกอบ ได้แก่ ใบแจ้งหนี้ (invoice) หรือใบเรียกเก็บเงิน (bill) โดยเงินสินเชื่อจะถูกนำเข้าบัญชีของ SMEs ตามจำนวนที่เบิกใช้โดยตรง และ SMEs เป็นผู้บริหารจัดการเงินนั้นด้วยตนเอง

3) สินเชื่อเพื่อการชำระสินค้าต่างประเทศ/ในประเทศ (trust receipt/domestic trust receipt : TR/DTR) สินเชื่อประเภทนี้มีเงื่อนไขการเบิกใช้เหมือนตั๋วสัญญาใช้เงิน แต่จำนวนเงินที่เบิกจะเข้าบัญชีของผู้ขายสินค้าให้กิจการโดยตรง และบันทึกเป็นยอดหนี้ของ SMEs ที่มีกำหนดระยะชำระคืนตามที่อนุมัติ ซึ่งการขอสินเชื่อในรูปแบบนี้ช่วยให้สถาบันการเงินอนุมัติวงเงินสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนได้ง่ายขึ้นจากความเสี่ยงของการใช้วงเงินผิดวัตถุประสงค์ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับตั๋วสัญญาใช้เงินและสินเชื่อเงินกู้เบิกเกินบัญชี

3.ร่วมรับความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ การให้สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนเปรียบเหมือนสถาบันการเงินสำรองเงินทุนหมุนเวียนแทนส่วนของธุรกิจ SMEs ดังนั้น SMEs อาจแสดงให้สถาบันการเงินรับรู้ถึงการร่วมรับความเสี่ยง โดยการวางหลักประกันที่เหมาะสม เช่น ทรัพย์สินของกิจการ หรือทรัพย์สินส่วนตัวของกรรมการ โดยเฉพาะในทรัพย์สินที่มีสภาพคล่องไม่สูง เช่น ที่ดินสิ่งปลูกสร้าง หรือหุ้นกู้ เนื่องจากทรัพย์สินเหล่านี้ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินทุนหมุนเวียนได้ง่าย ซึ่งการนำหลักประกันโดยเฉพาะทรัพย์สินที่มีสภาพคล่องไม่สูงและไม่กระทบต่อสภาพคล่องของกิจการ จะช่วยให้สถาบันการเงินอนุมัติวงเงินสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนได้ง่ายขึ้น

กล่าวโดยสรุป สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนสามารถช่วย SMEs เสริมสภาพคล่องรองรับการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่ธุรกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม 
ประเด็นสำคัญคือ SMEs ต้องพิสูจน์ว่า กำไรที่ได้รับจากการประมาณการต้องมากกว่าส่วนของต้นเงินสินเชื่อ (ถ้ามี) และดอกเบี้ยที่ต้องชำระในแต่ละช่วงเวลา ผ่านอัตราส่วนในการชำระหนี้ (debt service coverage ratio : DSCR) ควรมากกว่า 1.5 เท่า

นอกจากนี้ ยังควรต้องเร่งจัดทำบัญชีและงบการเงินให้มีมาตรฐาน เพื่อแสดงถึงพฤติกรรมทางการเงินที่ดี เช่น การรักษาอัตราส่วนสภาพคล่อง (current ratio) 
ให้มากกว่า 1 เท่า และการไม่ใช้เงินทุนจากสถาบันการเงินมากกว่าจำนวนเงินทุนหมุนเวียนที่ต้องการ (no overused bank debt) เพื่อเพิ่มโอกาสการขอวงเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติมในอนาคตเพื่อรองรับการขยายตัวของกิจการให้มีความยั่งยืนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...