โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

"ละมุด" ซาหวาแดนใต้ ปลูกมาตั้งแต่สมัย ร.4 วิตามินซี-เส้นใยสูง | สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 07 ต.ค. 2565 เวลา 04.46 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2565 เวลา 08.00 น.

สนองนโยบายรัฐที่จับโควิค จาก “โรคติดต่ออันตราย” มาเป็น “โรคติดต่อเฝ้าระวัง” จึงออกตัวท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ได้มีโอกาสไปชื่นชมวัดบ่อทรัพย์ ที่ ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา

ภูมิทัศน์ในวัดร่มรื่นมาก ที่ชวนแปลกใจมากพบต้นละมุดขนาดใหญ่มาก พอๆ กับต้นขนุนที่โตเต็มที่

เมื่อสอบถามคนในพื้นที่พบว่า ละมุดเหล่านี้น่าจะปลูกมาตั้งแต่สมัยหลวงพ่อคง ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พ.ศ.2482-2488 จึงเป็นต้นไม้ที่อยู่คู่กับวัดมาอย่างยาวนาน และทั่วทั้งพื้นที่ของวัดไม่มีจุดไหนที่ไม่มีต้นละมุด

จนเป็นคำขวัญของวัดบ่อทรัพย์ว่า “ซาหวารสดี บารมีสามหลวงพ่อ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ท่านเจ้าเขา”

คำว่า “ซาหวา” คือชื่อพื้นเมืองของละมุด

จากฐานข้อมูลของสวนพฤกษศาสตร์หลวง เมืองคิว พบว่าละมุดมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Manilkara zapota (L.) P.Royen มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ทวีปอเมริกาตอนกลาง ตั้งแต่เม็กซิโกจนถึงโคลอมเบีย

พืชในสกุลนี้มีรายงานว่าพบในเมืองไทยอยู่ 4 ชนิด ที่มีถิ่นกำเนิดในไทยมี 2 ชนิด คือ ต้นเกด (Manilkara hexandra (Roxb.) Dubard) และ ละมุดป่า (Manilkara littoralis (Kurz) Dubard) อีก 2 ชนิดนำเข้ามาจากต่างประเทศ คือ ละมุดสีดา (Manilkara kauki (L.) Dubard) และละมุด หรือละมุดฝรั่ง (Manilkara zapota (L.) P.Royen)

ละมุด หรือละมุดฝรั่ง มีชื่อสามัญในภาษาอังกฤษว่า chickle gum, common naseberry, sapodilla, chicle tree, naseberry เส้นทางเดินของละมุดจากทวีปอเมริกาใต้มาสู่ประเทศไทยไม่มีการรายงานอย่างเป็นทางการ

แต่ถ้าพิจารณาจากชื่อท้องถิ่นและข้อมูลของการล่าอาณานิคม พอจะอนุมานได้ว่าละมุดจากอเมริกาเข้ามาที่ฟิลิปปินส์พร้อมกับการล่าอาณานิคม ฟิลิปปินส์เรียกว่า “ชิคโก” (chico) คล้ายกับชื่อสามัญในภาษาอังกฤษ

จากนั้นเข้ามาที่เกาะชวา ซึ่งเรียกละมุดว่า “ซาหวามะนิลา” (sawo manila)

คำว่าซาหวาเป็นภาษาอินโดนีเซีย หมายถึงผลไม้ที่มีสีน้ำตาล

แล้วเข้ามาในมาเลเซียก่อนเดินทางมาถึงภาคใต้ของไทย ภาคใต้เรียกละมุดเหมือนคนอินโดนีเซียและมาเลเซีย ว่า “ซาหวา”

และมีรายงานของจังหวัดสงขลาที่กล่าวว่าละมุดที่นำมาปลูกที่สงขลามีการนำเข้ามาจากรัฐตรังกานูตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4

แต่น่าแปลกใจที่ภาคอื่นๆ ของไทยเรียกว่าละมุด ซึ่งไปคล้ายกับเขมรและลาว ที่ออกเสียงว่าละมุดเช่นกัน

จากการสืบค้นพบว่า คำว่า “ละมุด” มาจากภาษาฟิลิปปินส์แปลว่าของกิน และเป็นชื่อเมืองเมืองหนึ่งในฟิลิปปินส์ด้วย

ละมุดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงได้ถึง 30 เมตร กิ่งก้าน แตกออกรอบลำต้นเป็นชั้นๆ ทำให้มีลักษณะเป็นพุ่มทึบ

ใบเป็นใบเดี่ยว ท้องใบมีสีน้ำตาลอมเขียว มักออกเป็นกระจุกตามปลายกิ่ง ไม่ผลัดใบ

ดอกออกเป็นดอกเดี่ยว ตามง่ามกิ่ง กลีบรองดอกเรียงกันเป็น 2 ชั้น กลีบดอกเชื่อมกันและยกตั้งขึ้น มี 6 กลีบ มีสีเหลืองนวล

ผลเป็นรูปไข่ หรือรูปปลายข้างหนึ่งแหลมเล็กน้อย ผิวผลมีสีน้ำตาล ผลยังไม่สุกมียางสีขาว รสฝาด แข็ง เมื่อสุกจะนิ่ม หวาน ไม่มียาง มีเมล็ดรูปยาว รี ผิวสีดำฝังอยู่ในเนื้อ ผลละ 2-6 เมล็ด ติดผล มีนาคม-มิถุนายน

ถึงแม้จะไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในเอเชีย แต่แหล่งผลิตละมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลกกลับอยู่ที่อินเดีย ไทย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย สายพันธุ์ที่นิยมปลูกเป็นการค้าคือ มะกอก ไข่ห่าน และกระสวย ซึ่งจะมีผลรูปไข่เหมือนกัน ต่างกันที่ขนาด

แต่พบว่ามีการกลายพันธุ์ของละมุดที่เวียดนามที่มีผลเหมือนสาลี่ด้วย

ละมุดเป็นผลไม้ที่กินผลสด หรือทำเป็นน้ำผลไม้ บางครั้งก็มีการทำเป็นเครื่องดื่มไวน์ ในทางโภชนาการใครที่กินก็รู้ได้ทันทีว่าผลละมุดสุกหวานมีน้ำตาลสูง แต่ก็มีวิตามินเอและซี มีธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัส และอื่นๆ อยู่ด้วย หากใครผ่าผลละมุดดิบจะเห็นยางสีขาวเหมือนน้ำนม

ในต่างประเทศ เช่น ชาวมายานิยมนำไม้ละมุดมาสร้างบ้านเรือนหรือทำเครื่องดนตรี

ประโยชน์ด้านสมุนไพร เปลือกต้นใช้แก้ท้องเสีย มีการใช้รสฝาดหรือสารฝาดสมานในทางยา เช่น ในฟิลิปปินส์ใช้ เปลือกต้น ต้มดื่มแก้บิด

ยาง ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิอย่างแรง

เมล็ด เป็นยาบำรุง โดยการนำเมล็ดตากแดดให้แห้ง แล้วบดเป็นผง ชงกับน้ำร้อน ดื่มเป็นยาบำรุงร่างกาย บำรุงโลหิต

ผลละมุดดิบ ช่วยขจัดพยาธิ ให้นำผลที่ดิบมากๆ มาปอกเปลือกออก หั่นเป็นชิ้นละเอียด นำไปต้มกับน้ำร้อนจะได้น้ำยางออกมามาก เวลาต้มใช้น้ำน้อยๆ เคี่ยวจนน้ำออกเป็นสีน้ำตาลอ่อน จากนั้นปิดไฟ นำไปกรองด้วยผ้าขาวบางเก็บไว้ใช้ เมื่อจะนำมาดื่มให้ใส่น้ำตาลเล็กน้อยจะได้ดื่มง่ายขึ้น กินเพื่อกำจัดพยาธิได้หลายชนิด ชนพื้นเมืองที่อเมริกากลางนำใบมาต้มดื่มแก้ไข้ ตกเลือด ใช้รักษาแผลและแผลในกระเพาะอาหาร

ดอกนำมาผสมกับแป้งที่ลูบตามร่างกายของผู้หญิงหลังคลอด

เปลือกใช้เป็นยาฝาดสมาน ยาแก้อักเสบ และยาชูกำลัง และยังใช้ความฝาดหรือสารแทนนินจากเปลือกเป็นยารักษาอาการท้องเสียและลดไข้ ผลใช้เป็นยาแก้ความผิดปกติในระบบย่อยอาหารและแก้ท้องเสีย

เมล็ดใช้เป็นยาลดไข้ และเมื่อบดเป็นผงนำมาผสมกับน้ำใช้เป็นยาขับปัสสาวะและขับนิ่วจากกระเพาะปัสสาวะ

รากนำมาบดให้เป็นผงแล้วใช้รักษาเชื้อราในทารก

ในเขมรหมอพื้นบ้านใช้เป็นยาแก้ท้องเสียและลดไข้

ละมุดเป็นผลไม้มีวิตามินซีสูงจึงช่วยเสริมภูมิคุ้มกันโรคและช่วยป้องกันหวัดได้ และยังเป็นผลไม้ที่มีเส้นใยมากจึงช่วยในการขับถ่ายและป้องกันอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี ซึ่งการกินอาหารที่มีเส้นใยสูงช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ด้วย ในเชิงอุตสาหกรรมและผลิตสินค้าพบว่ายางสีขาวจากทุกส่วนของลำต้นสามารถนำไปใช้ในการทำหมากฝรั่งและรองเท้าบู๊ตด้วย ในต่างประเทศปลูกต้นละมุดเพื่อให้ผึ้งเลี้ยงได้มาดูดน้ำหวานจากดอกละมุด

ในอเมริกากลางถิ่นกำเนิดละมุดกินยอดอ่อนและต้นอ่อนของละมุดเป็นอาหาร กินทั้งดิบหรือปรุงให้สุก

แต่ให้ระวังใบแก่เพราะจะมีสารประเภทอัลคาลอยด์มากเป็นพิษต่อร่างกายได้

หากใครลองค้นหาข้อมูลละมุดจากทั่วโลกจะพบประโยชน์มากมาย ละมุด คือผลไม้ สมุนไพร และอื่นๆ อีกมากมายที่ใช้ประโยชน์ และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ได้อีกหลากหลายด้วย •

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ | โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...