โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

พรุ่งนี้ “ดัชนีความร้อน” บางนาทะลุ 50 องศาฯ ระวังภาวะลมแดด

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 05 เม.ย. 2566 เวลา 19.20 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2566 เวลา 10.25 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 5 เม.ย.- กรมอุตุนิยมวิทยาแจงผลคาดการณ์ “ดัชนีความร้อน” เขตบางนาอาจถึง 50.2 องศาเซลเซียส เหตุทั้งอุณหภูมิสูงและรับความชื้นสูงจากทะเล ย้ำเป็นผลคาดการณ์ “ดัชนีความร้อน” เฉพาะพื้นที่ ไม่ใช่ทั่วประเทศ ชี้จำเป็นต้องแจ้งเตือนเพื่อให้ประชาชนระวังผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะภาวะลมแดดหรือ Heat stroke

นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยากล่าวถึงผลการคาดการณ์ “ดัชนีความร้อน” หรือ HEAT INDEX (HI) วันพรุ่งนี้ (6 เม.ย.) ที่อาจสูงมาก โดยสูงสุดที่เขตบางนา กรุงเทพฯ 50.2 องศาเซลเซียสว่า เป็นการคาดการณ์จากแบบจำลองสภาพอากาศ แต่ไม่ใช่อุณหภูมิที่คาดว่า จะตรวจวัดได้

ทั้งนี้ “ดัชนีความร้อน” เรียกง่ายๆ ว่า อุณหภูมิที่เรารู้สึกนั่นเองได้ โดยเป็นดัชนีความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิคาดการณ์หรืออุณหภูมิตรวจวัดได้กับความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ถ้าอากาศยิ่งร้อนและความชื้นยิ่งสูง อุณหภูมิที่เราสัมผัสหรือรู้สึกได้จะสูงด้วย โดยสูงกว่าอุณหภูมิคาดการณ์หรือที่ตรวจวัดได้

สาเหตุที่เขตบางนาอาจมี “ดัชนีความร้อน” สูงมากเนื่องจากอุณหภูมิคาดการณ์สูงและได้รับความชื้นสูงจากทะเล โดยคาดการณ์ว่า อุณหภูมิสูงสุดที่ตรวจวัดได้จะอยู่ระหว่าง 36-37 องศาเซลเซียส ส่วนความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศอยู่ระหว่าง 60-67% ทำให้ “ดัชนีความร้อน” สูงสุดที่คาดการณ์อยู่ระหว่าง 49-50.2 องศาเซลเซียส ส่วนพื้นที่ที่ “ดัชนีความร้อน” สูงเป็นอันดับ 2 คือ แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี 49.4 องศาเซลเซียส อันดับ 3 คือ ภูเก็ตที่ 47.9 องศาเซลเซียส โดย 3 ลำดับแรกเป็นพื้นที่ใกล้ทะเลทั้งสิ้น ส่วนอันดับ 4 คือ จังหวัดศรีสะเกษ และอันดับ 5 คือ จังหวัดเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นที่พื้นที่ที่คาดว่า อุณหภูมิที่ตรวจวัดได้จะสูง แต่ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศไม่สูง

สำหรับ “ดัชนีความร้อน” ที่คาดการณ์ไว้ เป็นการคาดการณ์เฉพาะพื้นที่ ไม่ใช่ผลคาดการณ์ทั่วประเทศ แต่จำเป็นต้องเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากความร้อน โดยกรมอนามัยได้ให้ข้อมูลระดับผลกระทบจาก “ดัชนีความร้อน” ดังนี้

  • 27 – 32 องศาเซลเซียส จะอ่อนเพลีย วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัวจากการสัมผัสความร้อน เฝ้าระวัง ออกกำลังกายหรือใช้แรงงานท่ามกลางอากาศที่ร้อน
  • 32 – 41 องศาเซลเซียส จะเกิดอาการตะคริวจากความร้อนและอาจเกิดอาการเพลียแดด (Heat Exhaustion)
  • 41 – 54 องศาเซลเซียส จะมีอาการตะคริวที่น่อง ต้นขา หน้าท้อง หรือไหล่ทำให้ปวดเกร็ง มีอาการเพลียแดด และอาจเกิดอันตรายจากภาวะลมแดด (Heat Stroke) ได้หากสัมผัสความร้อนเป็นเวลานาน
  • มากกว่า 54 องศาเซลเซียส เป็นระดับที่อันตรายมาก จะเกิดภาวะลมแดด (Heat Stroke)

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยากล่าวเพิ่มเติมว่า สภาพอากาศที่มีความชื้นสูงนั้น ทำให้ร่างกายระบายเหงื่อได้ไม่ดี เมื่ออุณหภูมิที่ตรวจวัดได้สูงด้วย ยิ่งทำให้รู้สึกร้อนอบอ้าวมาก แต่ระหว่างวันที่ 6 – 9เมษายน บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ แล้วพัดนำความชื้นเข้ามา ปะทะกับหย่อมความกดอากาศต่ำจากความร้อนที่ปกคลุมอยู่ประเทศไทยอยู่ ส่งผลเกิดพายุฤดูร้อน เมื่อฝนตกลงมาจะช่วยผ่อนคลายความร้อนได้บ้าง แต่ต้องระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ไว้ด้วย.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...