‘จุรินทร์’โว‘เลือดใหม่ ปชป.’เพียบ กลุ่มอดีต ส.ส.ลั่นแบ่งเค้ก 20 เก้าอี้‘ภาคเหนือ’
‘จุรินทร์’โว‘เลือดใหม่ ปชป.’เพียบ ชูยุทธศาสตร์‘เหนือเชื่อมโลก’เน้น3 เรื่อง ด้าน 10 อดีตส.ส.ประกาศยังเชื่อมั่นในอุดมการณ์พรรค ไม่ย้ายแน่ พร้อมจับมือว่าที่ผู้สมัครใหม่ หวังแบ่ง ส.ส.เหนือ 20 เก้าอี้
18 มีนาคม 2565 ที่ จ.เชียงใหม่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ร่วมงานพบปะตัวแทนพรรคภาคเหนือ ที่โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว พร้อมนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ปชป. , นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรค หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย , นายไพฑูรย์ แก้วทอง กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค พร้อม ส.ส. และอดีต ส.ส.ภาคเหนือ กลุ่มพลังคนรุ่นใหม่ NorthDem
นายจุรินทร์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ยุคอุดมการณ์ ทันสมัย มีคนที่มีศักยภาพ คนรุ่นใหม่เดินทางเข้ามาร่วมอุดมการณ์กับพรรคเป็นจำนวนมาก วันนี้กล้าบอกว่า เลือดใหม่ไหลเข้าเยอะและเลือดใหม่นี้ไม่ได้แปลว่าอายุ 16 แต่อายุ 45 อายุ 53 ก็เป็นเลือดใหม่ได้ ความใหม่ไม่ได้อยู่ที่วัยแต่อยู่ที่ศักยภาพ อยู่ที่ความคิดความอ่าน ความทันสมัย ที่จะพัฒนาประเทศของเราเดินไปข้างหน้า ประชาธิปัตย์พิสูจน์ชัดแล้วว่าเรา มีทั้งรุ่นอาวุโส รุ่นกลาง และรุ่นใหม่ๆ ที่จะพัฒนาจากยุวประชาธิปัตย์ ไปเป็น Young Blue ในอนาคต และเป็นความแตกต่างระหว่างประชาธิปัตย์กับหลายพรรคการเมือง
“แม้ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาจะได้รับเลือกตั้งเพียง 1 คน แต่เที่ยวหน้าไม่ใช่ว่าจะเป็นศูนย์ หรือติดลบ พรรคเรามีขึ้นมีลง มีน้อยมีมาก เราผ่านพ้นสิ่งเหล่านี้มาแล้ว ครั้งนี้ 1 ครั้งหน้าอาจจะมากกว่านี้ และวันนี้ทีมภาคเหนือประชาธิปัตย์ยังแข็งแรง เข้มแข็งแน่นเหนียวอย่างยิ่ง อดีตส.ส.ทั้ง 11-12 คน ที่พลาดการเลือกตั้งครั้งล่าสุด แต่จุดแข็งคือทุกคนที่เป็นอดีตส.ส.ในปี 54 ยังอยู่กับพรรคครบทุกคนและยืนหยัดต่อสู้ต่อไปเพื่อให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งหน้า” นายจุรินทร์ กล่าว
นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า พรรคได้เตรียม 2 เรื่อง คือ ตัวบุคคล และนโยบาย ยุทธศาสตร์ที่จะขับเคลื่อนภาคเหนือโดยเฉพาะเศรษฐกิจภาคเหนือภายใต้ยุทธศาสตร์ประชาธิปัตย์ภาคเหนือที่เน้น 3 เรื่อง คือ 1. การเกษตรหรือเกษตรกร 2. การค้า ซึ่งรวมถึงการค้าชายแดนและการส่งออก 3.การท่องเที่ยว ซึ่งทั้งการค้าและการท่องเที่ยวจะต้องไม่ใช่การท่องเที่ยวและการค้า แค่ค้าในภาคเหนือ และค้าในประเทศ แต่จะต้องค้าไกลไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และทั่วโลก เป็นยุทธ์ศาสตร์เหนือเชื่อมโลก ที่ต้องขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ปัจจุบันนี้ด่านชายแดนมี 96 ด่าน เป็นด่านชายแดนรอบภาคเหนือ 29 ด่าน ทุกด่านสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของคนภาคเหนือ ประชาธิปัตย์จะทำให้ฝันนี้เป็นจริงที่เป็นรูปธรรม และเรายังมีนโยบายขับเคลื่อนเฉพาะเพื่อพัฒนากลุ่มชาติพันธุ์ด้วย
วันเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์ ภาคเหนือ ได้จัดการประชุมเครือข่ายพรรคประชาธิปัตย์สัญจรขึ้นที่ ศูนย์ประชุมนานาชาติ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว โดยมีนายไพฑูรย์ แก้วทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมช่วงเช้า ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปอย่างคึกคัก มีตัวแทนและสมาชิกพรรคจาก 16 จังหวัดภาคเหนือเข้าร่วมกว่า 150 คน
นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ ได้นำอดีต ส.ส.ของพรรค ปชป. ภาคเหนือ 10 คน อาทิ นายธนิตพล ไชยนันทน์ , นายแพทย์เทียนชัย สุวรรณเพ็ญ , นายสมบัติ ยะสินธุ์ , นายวิรัตน์ วิริยะพงศ์ , นายสมพันธ์ ตั้งเบญจผล , นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร , นายยุพราช บัวอินทรีย์ , นายขยัน วิพรหมชัย รวมไปถึงผู้สมัครพรรคทุกเขต ได้ร่วมกันแถลงข่าวว่าขอยืนยันถึงความเชื่อมั่นในจุดยืน และอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ และไม่ย้ายไปไหนอย่างแน่นอน และยืนยันว่าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์ภาคเหนือ มีความพร้อมในการเตรียมผู้สมัครทุกเขตเลือกตั้ง และพร้อมที่จะจับมือกับว่าที่ผู้สมัครใหม่ เพื่อแบ่งเก้าอี้ ส.ส.ในพื้นที่ภาคเหนือ ให้ได้ 20 เก้าอี้ โดยได้มีการมอบหมายให้ว่าที่ผู้สมัครในแต่ละเขตได้เร่งลงพื้นที่แล้วเกือบทุกเขต
นายนราพัฒน์ กล่าวว่า ในวันนี้พรรคประชาธิปัตย์ ภาคเหนือ ยังเป็นพรรคการเมืองที่มีคนรุ่นใหม่ในภาคเหนือให้ความสนใจ และแสดงความจำนงในการขอเข้าร่วมทำงานกับพรรคอย่างต่อเนื่อง และได้นำมาสู่การจัดทำโครงการ NorthDem เพื่อรับสมัครแนวร่วมทางความคิด และใช้เป็นช่องทางให้เสนอแนวทางแก้ปัญหาของคนในแต่ละกลุ่ม ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก
“จากการลงพื้นที่ของตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ในทุกเขต พบว่า พื้นที่ต่างๆให้การต้อนรับเป็นอย่างดีและส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อนโยบายประกันรายได้ การให้ความสำคัญกับพี่น้องเกษตรกร รวมทั้งความตั้งใจทำงานของหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค ที่ทุ่มเทให้กับประชาชนทุกภาคส่วน และที่สำคัญอีกประการ หลายคนบอกว่า พรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นสถาบันทางการเมืองที่เป็นหลักของบ้านเมืองได้” นายนราพัฒน์ กล่าว
-005