โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

จากโรงเบียร์ถึงห้องแล็บ | ภาคภูมิ ทรัพย์สุนทร

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 08 มี.ค. 2566 เวลา 09.48 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2565 เวลา 15.24 น.

จากโรงเบียร์ถึงห้องแล็บ
(ซีรีส์ประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมไบโอเทค ตอนที่ 1)

J.C. Jacobsen ปรากฏตัวในชุดทักซิโดกลางเวที ร่างสูงโปร่งและเสียงทรงพลังดูตรงข้ามกับหนวดเคราและผมขาวของวัยชรา

สุนทรพจน์หัวข้อ Why should you answer every question with ‘probably’ ว่าด้วยการเปิดรับความไม่แน่นอน “probably” แทนการคิดอย่างวิทยาศาสตร์ ไม่ยึดติดดื้อแพ่งในความเชื่อเดิมๆ ไม่มองโลกในแง่ดีหรือร้ายเกินไป ทุกอย่างที่เราคิดว่าเรา “รู้แล้ว” แท้จริงเป็นเพียงสมมุติฐานรอการพิสูจน์

Jacobsen จากโลกนี้ไปกว่า 130 ปีแล้ว ภาพเขาบนเวที TEDx 2017 ที่โคเปนเฮเกนครั้งนี้เป็นเพียงโฮโลแกรมนักแสดง ส่วนสุนทรพจน์ก็ถูกสังเคราะห์จากบทความและสัมภาษณ์ต่างๆ ที่ของเขาช่วงยังมีชีวิต [1]

ทีมงาน Carlsberg บริษัทเบียร์ระดับโลกปลุกผี Jacobsen ผู้ก่อตั้งขึ้นมาในโอกาสฉลอง 170 ปีของทางบริษัท เรื่องราวของเขากับอีกหลายนักวิจัย/นักธุรกิจร่วมสมัยเป็นจุดกำเนิดอุตสาหกรรมจุลชีววิทยา เทคโนโลยีชีวภาพ ตลอดจนการพัฒนาทฤษฎีทางเคมี สถิติ ที่เราใช้กันจนถึงปัจจุบัน

เบียร์เป็นเทคโนโลยีเก่าแก่อายุหลายพันปี [2,3] ทั้งบันทึกสูตรและอุปกรณ์ผลิตเบียร์หลงยังคงหลงเหลือปะปนอยู่กับซากปรักหักพักจากยุคต้นอารยธรรมทั่วโลกตั้งแต่อียิปต์ ยุโรป เอเชียกลาง ไล่ไปถึงตะวันออกไกล บางอารยธรรมอย่างพวกสุเมเรียนถึงขั้นมีเทพเจ้า Ninkasi มาดูแลเบียร์โดยเฉพาะ [4]

ขณะที่ “ไวน์” อาจจะเกิดเองจากการหมักผลไม้ที่มนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์เก็บมาระหว่างหาของป่า “เบียร์” ซึ่งหมักจากธัญพืช น่าจะเกิดขึ้นหลังมนุษย์ลงหลักปักฐานและเริ่มเพาะปลูก การหมักเบียร์คือการถนอมอาหาร ฤทธิ์ฆ่าเชื้อของแอลกอฮอล์ทำให้เบียร์ปลอดภัยต่อการดื่มกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ

ส่วนความมึนเมาจากเบียร์ก็มาพร้อมกับความสนุกเฮฮากล้าเข้าสังคม เบียร์จึงอาจจะเป็นส่วนสำคัญที่ดึงดูดมนุษย์ให้มารวมตัวกันในวิถีคนเมือง

มนุษย์ทำเบียร์กิน/ขายแค่ในระดับท้องถิ่นเล็กๆ กันมาเรื่อย จุดเปลี่ยนสำคัญมาช่วงปลายยุคกลาง เริ่มจากคือการนำฮอปส์ (hops) สมุนไพรในตระกูลกัญชามาใส่เบียร์ช่วงศตวรรษที่ 8 และปรับสูตรกันเรื่อยมาจนนิ่ง

ในช่วงศตวรรษที่ 13 ฮอบส์ไม่เพียงแต่เพิ่มรสชาติเบียร์ แต่ยังช่วยยืดอายุการเก็บของเบียร์ให้ยาวพอกับการขนส่งไปขายไกลๆ อีกด้านขึ้น คือการขยายขนาดถังหมักและรอบการหมักที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มกำลังการผลิตเบียร์ขึ้นอีก [5]

ศตวรรษที่ 15 กำเนิดเบียร์ Lager (เบียร์สีเหลืองอำพันที่เราดื่มกันส่วนมากในปัจจุบัน) ซึ่งใช้ยีสต์กลุ่มที่โตได้ที่อุณหภูมิต่ำ ขณะที่ก่อนหน้านี้มีแต่เบียร์ Ale (เบียร์สีน้ำตาลเข้ม) ซึ่งใช้ยีสต์กลุ่มที่โตในอุณหภูมิสูงกว่า ยีสต์กลุ่มที่ใช้หมัก Lager (Saccharomyces carlsbergensis) นี้เป็นลูกผสมระหว่างยีสต์หมัก Ale (Saccharomyces cerevisiae) กับยีสต์ทนเย็น (Saccharomyces eubayanus) ซึ่งมีบรรพบุรุษอยู่ไกลถึงที่ราบสูงปาตาโกเนียในอเมริกาใต้และน่าจะเข้าสู่สายการผลิตเบียร์โดยบังเอิญหลังชาวยุโรปค้นพบและสำรวจโลกใหม่ [6]

นวัตกรรมที่ว่ามาเหล่านี้เริ่มในเยอรมนีก่อนกระจายไปโซนอื่นของยุโรป อัตราบริโภคเบียร์ของชาวเยอรมันพุ่งพรวดหลังสิ้นยุคกลางในศตวรรษที่ 15 ถึงศตวรรษที่ 17

จนเยอรมนีกลายเป็นดินแดนแห่งเบียร์ของโลกจนถึงปัจจุบัน

การผลิตเบียร์สเกลใหญ่เริ่มจริงๆ หลังยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 18 ยุคนี้ไม่เพียงแต่เริ่มมีเครื่องจักรช่วยการผลิตแต่ยังมีเครื่องมือตวงวัดที่ดีขึ้นเพื่อประเมินการผลิตอย่างเทอร์โมมิเตอร์ ไฮโดรมิเตอร์ ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังมีการค้นพบสำคัญๆ ด้านจุลชีววิทยาซึ่งเป็นรากฐานของทั้งเบียร์สมัยใหม่และอุตสาหกรรมชีวภาพแขนงอื่นๆ

ตัวอย่างบริษัทแรกๆ ที่ทำเบียร์เชิงอุตสาหกรรมคือ Guinness Brewery ที่ก่อตั้งโดยนักธุรกิจชาวไอริช Arthur Guinness ตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 18 [7, 8] ร้อยปีหลังจากนั้น Guinness เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่สุดของโลกที่ยอดขายกว่าเบียร์กว่าล้านบาร์เรลต่อปี และเป็นผู้ผลิตเบียร์แห่งแรกที่กลายเป็นบริษัทมหาชน การผลิตเชิงอุตสาหกรรมทำให้ Guinness ใส่ใจเรื่องการวิจัยและเทคนิคควบคุมคุณภาพมากเป็นพิเศษ

William Sealy Gosset [9] หัวหน้าหน่วยทดลองเบียร์พัฒนากระบวนการทดสอบทางสถิติอย่าง Student’s t-test เพื่อเบียร์โดยเฉพาะ t-test ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางสถิติที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในงานวิจัยทุกวันนี้

ศตวรรษที่ 19 ให้กำเนิดเบียร์อีกหลายยี่ห้อที่เรารู้จัก กลางศตวรรษที่ 19 J.C. Jacobsen ชาวเดนมาร์กก่อตั้ง Carlsberg (Carls คือชื่อลูกชาย + berg แปลว่าภูเขา) [10]

Gerard Adriaan Heineken ชาวดัชต์ก่อตั้งเบียร์ Heineken สองทศวรรษหลังจากนั้น [11]

ญี่ปุ่นถูกบีบให้ค้าขายกับชาวตะวันตกในช่วงศตวรรษนี้ก็เริ่มต้นอุตสาหกรรมเบียร์ของตัวเอง มีโรงเบียร์หลายเจ้าที่เติบโตมาเป็น Sapporo, Kirin และ Asahi [12]

การปฏิวัติอุตสาหกรรมพลิกโครงสร้างทางสังคมของยุโรปตามมาด้วยความวุ่นวายทางการเมือง สงครามและการปฏิวัติ Revolutions of 1848 ในเยอรมนีผลักผู้ลี้ภัยจำนวนมากไปสหรัฐอเมริกาพร้อมกับเทคโนโลยีการทำเบียร์และวัฒนธรรมการดื่มเบียร์ [13] ชาวเยอรมันเหล่านี้ไปอยู่โซนกลางๆ ประเทศ (Midwest) ที่ประชากรยังไม่หนาแน่นมาก มีพื้นที่เพาะปลูกธัญพืช/ฮอปส์ และอากาศเย็นกำลังเหมาะการหมักเบียร์ Lager

บริษัทเบียร์สัญชาติอเมริกันอันดับหนึ่งอย่าง Anheuser-Busch (เจ้า Budweiser, Corona, Stella Artois) ก่อตั้งโดย Eberhard Anheuser และ Adolphus Busch ผู้อพยพเยอรมัน [14]

Anheuser-Busch เติบโตขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของโลกพร้อมเทคโนโลยีใหม่แห่งศตวรรษที่ 19 อย่างรถไฟและตู้เย็น Anheuser-Busch ถึงขั้นตั้งบริษัทรถไฟ (Manufacturers Railway St. Louis) และคอนเทนเนอร์เย็น (St. Louis Refrigerator Car Company) เพื่อขนส่งเบียร์เย็นๆ จากศูนย์ผลิตในรัฐมิสซูรีสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ

Anheuser-Busch ยังเป็นผู้ริเริ่มการทำพาสเจอไรซ์ (Pasteurization) เพื่อฆ่าเชื้อและรักษาสภาพเบียร์

เทคนิคนี้ถูกคิดค้นขึ้นเพียงไม่กี่ปีก่อนหน้าโดยนักวิจัยชื่อดังที่อีกฟากหนึ่งของมหาสมุทรแอตแลนติกนามว่า หลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur) [15]

แม้มนุษย์จะหมักเบียร์หมักไวน์กันมานาน แต่ยังไม่มีใครรู้กลไกของมันจนถึงศตวรรษที่ 19 งานของ Pasteur นักวิจัยฝรั่งเศสยืนยันว่าแอลกอฮอล์และความเปรี้ยวจากการหมักต้องอาศัยจุลินทรีย์ที่มีชีวิต และจุลินทรีย์พวกนี้ถูกฆ่าได้ที่อุณหภูมิสูง

องค์ความรู้นี้ถูกพัฒนาเป็นเทคนิคพาสเจอร์ไรซ์สำหรับคงสภาพไวน์ นมและเบียร์ [16]

สงครามและการขับเคี่ยวทางเศรษฐกิจระหว่างฝรั่งเศสและเยอรมนีช่วง 1870s ทำให้ Pasteur สนใจเรื่องเบียร์เป็นพิเศษ เขาเชื่อว่าการพัฒนาเทคโนโลยีด้านเบียร์จะเป็นอาวุธสำคัญของผู้ผลิตเบียร์ฝรั่งเศสในการต่อกรกับคู่แข่งฟากเยอรมนีที่ตีตลาดเข้ามาเรื่อยๆ [17]

Pasteur ตีพิมพ์หนังสือ Etudes sur la Bi?re (Studies on Beer) ในปี 1876 ยาวสามร้อยกว่าหน้าลงรายละเอียดการค้นพบต่างๆ ของเขาเกี่ยวกับจุลชีววิทยาของยีสต์ สรีรวิทยาการหมัก การปนเปื้อนและการทำให้เชื้อบริสุทธิ์ ไปจนถึงการปรับสภาวะการหมักและอุปกรณ์แล็บต่างๆ ในการทดลองเกี่ยวกับเบียร์ [18]

งานของ Pasteur เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ผลิตเบียร์ลงทุนเรื่องจุลชีววิทยากันจริงจัง Jacobsen แห่ง Carlsberg ถึงกับตั้งสถาบันวิจัย Carlsberg Research Laboratory ในปี 1875 โฟกัสด้านเคมีและสรีวิทยาของการหมักเบียร์

ผลงานของสถาบันวิจัยลงลึกไปถึงระดับวิทยาศาสตร์พื้นฐานอย่างการพัฒนามาตรวัดความเป็นกรด-เบสในหรือค่า pH (โดย S?ren Peder Lauritz S?rensen) และการเทคนิคการคัดแยกเก็บรักษาสายพันธุ์ยีสต์บริสุทธิ์ (โดย Emil Christian Hansen) ยีสต์สายพันธุ์นี้ได้ชื่อว่า S. carlsbergensis ตามชื่อสถาบัน [19]

กระบวนการผลิตเบียร์ที่ทำกันมาช้านานใช้ยีสต์เหลือแต่ละรอบสำหรับการหมักต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการทำให้บริสุทธิ์ วิธีนี้เสี่ยงการปนเปื้อนจุลินทรีย์ที่ทำให้กลิ่นรสของเบียร์เพี้ยนไป ปัญหานี้ระบาดหนักช่วง 1870s จน Jacobsen เรียกร้องให้ผู้ผลิตเบียร์มาช่วยกันแก้วิกฤต

หลังศูนย์วิจัย Carlsberg ได้ยีสต์บริสุทธิ์มา ทางบริษัทตัดสินใจแชร์ทั้งกระบวนการและสายพันธุ์ยีสต์นี้ให้ผู้ผลิตเบียร์ทั่วโลกรวมทั้งคู่แข่งด้วย Jacobsen และ Hansen ได้ชื่อว่าเป็นฮีโร่ผู้เซฟวงการเบียร์ และ S. carlsbergensis กลายเป็นหนึ่งในหัวเชื้อของเบียร์แทบทุกบริษัทในปัจจุบัน

แม้แต่คู่แข่งรายใหญ่อย่าง Heineken ก็ได้ใช้เทคนิคที่ต่อยอดจาก Hansen พัฒนาพันธุ์ยีสต์ของตัวเองในชื่อ Heineken A ผลงานนี้เป็นของ Hartog Elion หนึ่งในลูกศิษย์ก้นกุฏิของ Louis Pasteur นั่นเอง

เรื่องราวประวัติศาสตร์เบียร์เป็นตัวอย่างของความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างเทคโนโลยีพื้นบ้าน การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ การพัฒนาวิศวกรรม และภาคธุรกิจ ผลกระทบจากสงครามและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมนำมาสู่การเคลื่อนย้ายผู้คน แนวคิดและแรงบันดาลใจ องค์ความรู้จุลชีววิทยาและการหมักจากอุตสาหกรรมเบียร์เป็นก้าวสำคัญของงานไบโอเทคในศตวรรษที่ 20

นี่คือเรื่องราวของกฎหมายแบนแอลกอฮอล์ การผลิตยาและยุทธภัณฑ์ระหว่างสงครามโลก การสร้างชาติและความใฝ่ฝันของชนชั้นกลาง โปรดติดตามอ่านตอนหน้าครับ

อ้างอิง

[1] https://www.carlsberggroup.com/newsroom/carlsberg-founder-j-c-jacobsen-delivers-posthumous-tedx-talk/

[2] https://www.worldhistory.org/article/223/beer-in-the-ancient-world/

[3] https://www.youtube.com/watch?v=KJsWaJVtZWA

[4] https://www.worldhistory.org/article/222/the-hymn-to-ninkasi-goddess-of-beer/

[5] https://www.smithsonianmag.com/science-nature/science-and-history-hops-180960846/

[6] https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4025477/

[7] https://www.britannica.com/topic/Guinness

[8] https://guinnessofficial.wordpress.com/the-story-of-guinness/the-1800s/

[9] https://mathshistory.st-andrews.ac.uk/Biographies/Gosset/

[10] https://www.carlsberggroup.com/175-years/a-history-of-brewing/

[11] https://www.heineken.com/global/en/history

[12] https://www.brewers.or.jp/english/09-history.html

[13] https://www.city-journal.org/html/land-free-home-brews-14870.html

[14] https://www.anheuser-busch.com/about/heritage/

[15] https://www.wikiwand.com/en/Anheuser-Busch

[16] https://www.britannica.com/biography/Louis-Pasteur

[17] https://www.garshol.priv.no/blog/376.html

[18] https://www.gutenberg.org/cache/epub/63355/pg63355-images.html

[19] https://www.carlsberg.com/en-gb/betterment-hero-stories/purified-yeast/

[20] https://www.heinekencollection.com/en/stories/louis-pasteur-and-mysterious-yeast

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...