โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลท. เผย 18 พ.ย.นี้ สรุปผลสอบหุ้น MORE อายัด 10 บัญชีต้องสงสัย สัปดาห์หน้าอุดรูรั่ว เล็งมาร์จิ้นโลน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 พ.ย. 2565 เวลา 09.25 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2565 เวลา 09.25 น.

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ร่วมกับ นายพิเชษฐ์ สิทธิอำนวย นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) ร่วมแถลงความคืบหน้ากรณีหุ้น บมจ.มอร์ รีเทิร์น (MORE) ในช่วงเวลา 12.30 น. วันนี้ ( 16 พ.ย.) โดยระบุว่าพบหลักฐานที่มีนัยสำคัญชัดเจนว่ามีการกระทำที่ไม่ปกติในการซื้อขายหุ้น MORE ทั้งนี้คาดว่าจะสรุปข้อมูลในการตรวจสอบร่วมกับฝ่ายต่าง ๆ เพื่อดำเนินการในขั้นต่อไปภายในวันศุกร์ที่ 18 พ.ย.นี้ ซึ่งขณะนี้ถือว่ามีข้อมูลเกินกว่า 50% แล้ว

นอกจากนั้น ในสัปดาห์หน้า ตลท.จะร่วมกับสมาคม บล. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อวางแผนป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต โดยอาศัยกรณีหุ้น MORE เป็นกรณีตัวอย่าง ซึ่งจะทำให้หลักเกณฑ์หลายอย่างต้องเปลี่ยนแปลงไปแน่นอน โดยเฉพาะการปล่อยสินเชื่อเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ (มาร์จิ้นโลน)

นายภากร ยืนยันว่า ธุรกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างสำนักหักบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์ในการชำระราคาหุ้น MORE ดำเนินการแล้วเสร็จตามเวลา และไม่ได้เกิดปัญหาใดใดขึ้น แต่ส่วนที่เป็นปัญหาคือผู้ซื้อกับบริษัทหลักทรัพย์

ด้านนายพิเชษฐ กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาได้มีการพิจารณาและหาแนวทางในการอุดช่องโหว่มาอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น การโอนหุ้นข้ามชื่อที่ในอดีตสามารถทำได้ แต่เมื่อพบว่าเกิดปัญหาก็ได้มีการปรับเปลี่ยนให้ไม่สามารถโอนหุ้นข้ามชื่อได้

ส่วนโบรกเกอร์ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีหุ้น MORE มีอยู่ในฝั่งผู้ซื้อหุ้นราว 10 บริษัทหลักทรัพย์ และฝั่งผู้ขายจำนวนต่ำกว่า 10 บริษัทหลักทรัพย์ ขณะที่มูลค่าการซื้อขายในปัจจุบันยังไม่สามารถเปิดเผยได้

ปัจจุบันหุ้นได้ถูกโอนไปยังบริษัทหลักทรัพย์ฝั่งซื้อเรียบร้อยแล้ว และ เงินได้ถูกโอนไปยังบริษัทหลักทรัพย์ฝั่งขายแล้วเช่นกัน แต่ในรายการต้องสงสัยได้มีการระงับการทำธุรกรรมในบัญชีดังกล่าวของลูกค้าไว้เพื่อที่จะทำการตรวจสอบ โดยมีบัญชีที่ยังต้องระงับไว้หลักสิบบัญชี ขณะที่บัญชีที่ได้รับการดำเนินการตามปกติไปแล้วมีจำนวนกว่า 3,000 บัญชี

ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่านายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MORE มีข้อเสนอให้ ตลท.เป็นตัวกลางในการเจรจาเพื่อเข้าซื้อหุ้น MORE ที่ถูกอายัดไว้ในบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ นั้น นายภากร ยืนยันว่า ไม่เคยได้รับการติดต่อจากนายอมฤทธิ์ เช่นเดียวกับนายพิเชษฐ์กล่าวว่า ไม่ได้มีการห้ามการเจรจา แต่โดยส่วนตัวยังไม่ได้มีการเจรจาหรือพูดคุยกับใคร

"ตลท. มีความกังวลมากเนื่องจากมีข่าวที่ไม่เป็นข้อเท็จจริงออกมาจำนวนมาก และทำให้ตลาดมีความปั่นป่วน โดยอยากจะให้ใช้ข้อมูลที่เปิดเผยโดยตลท. พร้อมย้ำว่าข้อมูลที่ได้อ่าน ได้เห็น มีอะไรที่คลาดเคลื่อน ไม่จริง และ ไม่เคยเห็น มาเยอะมาก" นายภากร กล่าว

นอกจากนี้ นายภากร ฝากนักลงทุนรายย่อย และ นักลงทุนสถาบัน ให้ตรวจสอบเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NCR) ของโบรกเกอร์ที่ใช้บริการอยู่ โดยปัจจุบันมองว่ามีข้อมูลครบถ้วนแล้วที่จะสามารถประเมินได้ว่าผลกระทบที่มีต่อบริษัทหลักทรัพย์นั้นๆ เป็นอย่างไรบ้าง และ บริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ มีแผนงานอย่างไรในการที่จะดำเนินกิจการต่อไปได้

สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกรณีหุ้น MORE กว้างมากไม่ใช่แค่เพียงบริษัทหลักทรัพย์เท่านั้น แต่จะกระทบไปยังกลุ่มนักลงทุนที่ไม่ใช่เพียงแค่นักลงทุนในหุ้น MORE เท่านั้น แต่เป็นนักลงทุนทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่จะกระทบด้านความเชื่อมั่นในระบบของตลาดฯ ว่าจะสามารถรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรูปแบบนี้ได้อย่างไรบ้าง ระบบเคลียริ่งสามารถรองรับได้หรือไม่ , NCR ของบริษัทหลักทรัพย์มีเพียงพอหรือไม่ , ระบการตรวจสอบความผิดปกติในการลงทุนสามารถทำได้รวดเร็วเพียงพอหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...