โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปีแห่งการขับเคลื่อน EEC BOI จัดเต็มสิทธิประโยชน์เฉพาะทาง

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 31 ธ.ค. 2560 เวลา 02.00 น.

นับเป็นเวลาเกือบ 1 ปีพอดี หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการนโยบายพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (กนศ.) และคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (กรศ.) ขึ้นเพื่อขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ใน 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ระยอง ก่อนที่ พ.ร.บ.พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. …. จะมีผลบังคับใช้ โดยโครงการนี้ถือเป็นการนำเอาอีสเทิร์นซีบอร์ดภาคตะวันออกมา”ต่อยอด” เพื่อพัฒนาพื้นที่ใน 3 จังหวัดให้เป็นศูนย์กลางการลงทุน และหวังที่จะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (new growth engine) ของประเทศ

ใช้ fast track ร่นเวลา PPP

คณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (กรศ.) ได้จัดทำแผนงานในโครงการหลักที่ต้องเร่งดำเนินการ 5 โครงการแรก ได้แก่ การพัฒนารถไฟความเร็วสูง, การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3, การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและการซ่อมบำรุงอากาศยาน, การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์/ชิ้นส่วนยานยนต์-อิเล็กทรอนิกส์-อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และการขยายเมืองและสร้างเมืองใหม่

โดยมีการจัดทำ EEC Track เพื่อให้การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ Public Private Partnerships (PPP) สามารถเกิดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น จากการกำหนดมาตรการ fast track ใช้เวลาพิจารณาเหลือเพียง 8-10 เดือนเท่านั้น รวมไปถึงการวางกรอบ PPP ให้อยู่ในระบบการแบ่งปันความเสี่ยงที่เหมาะสม (risk sharing) ซึ่งจะส่งผลให้การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา, ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา, รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา, ท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 และท่าเรือแหลมฉบัง จะแล้วเสร็จตามแผนภายใน 5 ปี ด้วยเงินลงทุนที่คาดการณ์ไว้ในระดับ1.5 ล้านล้านบาท

เขตส่งเสริมพิเศษเฉพาะทาง

พร้อม ๆ ไปกับการจัดทำโครงการขนาดใหญ่ 5 โครงการใน EEC คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ก็ได้ให้การส่งเสริมการลงทุนในโครงการพัฒนาพื้นที่ EEC ไม่ว่าจะเป็น กิจการสาธารณูปโภคพื้นฐานและกิจการโลจิสติกส์, การบริการ, การสนับสนุนทางด้านเทคโนโลยี และการวิจัยและพัฒนา (R&D) โดยล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมได้ขยายเวลาและปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ EEC ใหม่ ด้วยการกำหนดเป็น เขตส่งเสริมพิเศษเฉพาะทางในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก แบ่งเป็น

1) เมืองการบินภาคตะวันออก (Eastern Airport City หรือ EEC-A) ได้แก่ สนามบินอู่ตะเภา ในประเภทกิจการผลิต (ลำตัวอากาศยาน-ชิ้นส่วนประกอบ-อุปกรณ์ในอากาศยาน) หรือซ่อมอากาศยาน หรืออุปกรณ์เกี่ยวกับอวกาศ (ชิ้นส่วนยานอวกาศ-ดาวเทียม-ระบบขับเคลื่อนจรวดนำส่ง-อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สื่อสารในอวกาศ-ระบบค้นหา/ตรวจวัด-ระบบสถานีภาคพื้น-ระบบการประเมินผล-ระบบนำทางในอวกาศ) หรือกิจการขนส่งทางอากาศหรือกิจการนิคม/เขตอุตสาหกรรมอากาศยาน/อวกาศ

2) เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation หรือ EECi) กับ 3) เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Park Thailand หรือ EECd) โดย EECi และ EECd กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาประเภทกิจการเป้าหมายอยู่

โดยเขตส่งเสริมพิเศษเฉพาะทางใหม่ทั้ง 3 เขตนี้ ผู้ขอรับการส่งเสริมจะได้รับด้วยการให้สิทธิประโยชน์และการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 50 ของอัตราปกติเป็นระยะเวลา 5 ปี เป็นการเพิ่มเติม โดยให้นับตั้งแต่วันที่ระยะเวลาการ “ยกเว้น” ภาษีเงินได้นิติบุคคลสิ้นสุดลงตามเกณฑ์ปกติ แต่การให้สิทธิประโยชน์ “เพิ่มเติม” นี้ มีเงื่อนไขให้ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์จะต้อง “ร่วมมือ” กับสถาบันวิจัย หรือศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of Excellence) อาทิ ความร่วมมือในโครงการ Talent Mobility, Work-integrated Learning สหกิจศึกษาและทวิภาคี ความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากร ความร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยี โดยเฉพาะความร่วมมือสหกิจศึกษา หรือความร่วมมืออื่น ๆ ในลักษณะเดียวกันนี้ผู้ขอรับการส่งเสริมจะต้องยื่น “แผนความร่วมมือ” ในการรับนักเรียน-นักศึกษาเข้าฝึกอาชีพไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนพนักงานในโครงการ หรือไม่น้อยกว่า 50 คน

เขตส่งเสริมกิจการ S-curve

เขตส่งเสริมเพื่อกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อรองรับ 10 อุตสาหกรรม S-curve โดยเฉพาะ จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่ตั้งกิจการด้วยการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 50 เพิ่มเติมอีก 5 ปี พร้อมเงื่อนไขจะต้องมีความร่วมมือกับสถาบัน/ศูนย์ความเป็นเลิศ (เหมือนกับเขตส่งเสริมพิเศษเฉพาะทาง) โดยปัจจุบันได้รับการส่งเสริมในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด (สมาร์ทพาร์ค) จ.ระยอง เนื้อที่ 1,400 ไร่, นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร เฟส 2 จ.ชลบุรี เนื้อที่ 8,000 ไร่ และนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ดแห่งที่ 4 จ.ระยอง เนื้อที่ 1,900 ไร่

และ นิคมอุตสาหกรรม/เขตอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมใน EEC ด้วยการคัดเลือกจากประเภทกิจการที่ BOI ให้การส่งเสริมอยู่ในปัจจุบันที่เหมาะสมในการตั้งในนิคม ทั้งใน 10 อุตสาหกรรม S-curve และในกลุ่ม A1-A3 ที่ใช้เทคโนโลยีสูง โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 50 เพิ่มเติมอีก 3 ปีจากเกณฑ์ปกติ แต่ยังคงมีเงื่อนไขความร่วมมือกับสถาบัน/ศูนย์ความเป็นเลิศด้วย (นักศึกษาฝึกงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 หรือ 25 คน)

ปัจจุบันมีนิคมอุตสาหกรรม/เขตอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC 30 แห่งในจำนวนนี้เปิดดำเนินการไปแล้ว 22 แห่ง

รอ พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (กรศ.) กล่าวว่า จากเป้าหมายที่จะให้มีนักลงทุนเข้ามาใน EEC 1 ปี ประมาณ 30 รายนั้น “กรศ. ไม่ได้นั่งรอ” ให้นักลงทุนเข้ามา แต่จำเป็นที่ต้องเตรียมแผนงานให้พร้อมเพื่อรองรับอุตสาหกรรม S-curve ที่กำลังจะเกิดขึ้นคู่กันไปด้วย ทั้งแผนด้านเกษตร แผนสร้างคนด้านการศึกษา และผังเมือง

สำหรับปี 2561 สิ่งที่จะเกิดขึ้นชัดเจนที่สุดก็คือ พ.ร.บ.พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. …. ซึ่งนักลงทุนต่างรอคอยเพราะถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่จะเข้ามา “การันตี” ให้กับนักลงทุนว่า โครงการใหญ่ระดับประเทศของรัฐบาลไทยโครงการนี้ “จะไม่มีทางล้มครืนลงมาอย่างแน่นอน” และยังจะได้เห็นร่างขอบเขตงาน (TOR) ของ 4 โครงการสำคัญที่จะเกิดขึ้นด้วย นอกจากนี้ในปีหน้ายังมี แผนแม่บท EEC เกิดขึ้นด้วย “การตั้งเขตส่งเสริมพิเศษต่าง ๆ ขึ้นมา บวกกับการสนับสนุนจากภาครัฐในการจูงใจด้านภาษี เชื่อว่าจะเริ่มเห็นการลงทุนจากอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การบิน หุ่นยนต์ เทคโนโลยีชีวภาพ ยาและเครื่องมือแพทย์ ภายในไตรมาส 2/2561 นี้” นายคณิศกล่าว

ล่าสุด BOI ได้รายงานการขอรับส่งเสริมการลงทุนใน 3 จังหวัด (ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ระยอง) 9 เดือนแรก (ม.ค-ก.ย. 2560) รวม 229 โครงการ เงินลงทุน 104,164 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 27.7 ของเงินลงทุนทั้งหมดที่ขอรับการส่งเสริม แต่ในจำนวนนี้เป็นโครงการลงทุนที่อยู่ในพื้นที่ EEC จำนวน 88 โครงการ คิดเป็นเงินลงทุนทั้งหมด 56,855 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...